กินรำทำเพลง
เพ็ญวิภา โสภาภัณฑ์



เรื่องอ่านเล่น กินรำทำเพลง The Series

“กิน” Episode 3

ดีใจมากๆ นะคะที่เรื่องราวของ กินรำทำเพลง The Series ได้รับการเข้ามาอ่านและชื่นชมจากเพื่อนฝูงที่ทราบข่าวจากเฟซบุ๊กของดิฉันเข้าไปอ่านกันในเว็บไซต์ของไทยแอลเอ

ซึ่งต้องขอชมเว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์ไทยแอลเอที่จัดทำได้อย่างสวยงามน่าอ่าน เข้าชมง่าย ไม่เปลืองที่เก็บหนังสือพิมพ์ แถมจะคลิกเข้าไปชมเมื่อไรคอลัมน์ก็ยังอยู่ ขอขอบคุณ “ต้อม” ที่จัดคอลัมน์ให้อย่างสวยงาม และขอขอบคุณ คุณธี...ที่จัดทำหัวคอลัมน์ให้อย่างสวยงามและลงจั่วหัวเชิญชวนให้คนเข้ามาอ่านคอลัมน์ของดิฉันด้วย ขอบคุณ คุณนิด กำลังใจคนสำคัญที่ตรวจทานงานเขียนให้ตลอดเวลาค่ะ

ถึงเวลาพาไปติดตามการกินอาหารญี่ปุ่น (สำหรับดิฉันกินตามเพื่อน จริงๆ แล้วความชอบอาหารญี่ปุ่นอยู่ระดับหลังๆ ค่ะ) มีพรรคพวกที่ชื่นชอบที่ไปร้านที่จะเอ่ยถึงกับพวกเรามากมาย ล้วนแล้วแต่เป็นคนดังในสังคมซานฟรานฯ และเบย์แอเรียทั้งนั้น ระดับไฮโซไฮซ้อ ระดับครูบาอาจารย์ ระดับสูงวัย และระดับเยาว์วัย มีใครบ้างไม่ชอบอาหารญี่ปุ่นละคะ

ฉบับนี้แนะนำสมาชิกเพิ่มสองคนที่ไม่ใช่ออริจินัล แต่กำลังจะเป็นทายาทเอ๊ย ! สมาชิกรุ่นสองที่มีบทบาทสำคัญในตอนต่อๆ ไป คนแรก คุณน้องต๋อย-นิทรา บูรณะนนท์ เจ้าของร้านอาหารฝรั่งเศสในเมืองฟรีมอนต์ (ที่อนาคตจะพาไปชมร้านค่ะ) คุณน้องนิทรานี้มักจะโดนพวกพี่ๆ ส่งให้เป็นแนวหน้าในกรณีบู๊เฉพาะกิจ คือก๊วนเรามีทั้งฝ่ายบู๊ฝ่ายบุ๋นรวมอยู่สารพัดล่ะค่ะ คุณนิทราเป็นคนที่ปวารณาตัวว่า “พี่ๆ จะให้ต๋อยทำอะไร บอกต๋อย” ดังนั้นเมื่อถึงเวลาส่งแนวหน้าไปปะทะทัพใด เราจึงกล้าส่งเธอประกวด..ฮ่ะ ฮ่ะ .. ล้อเล่นน่ะคะคุณน้องต๋อย คือหากมาร้านอาหารญี่ปุ่นละก็ คนที่จะสั่งอาหารและสามารถต่อรองกับคนรับออเดอร์โดยไม่ให้เสียเดุลและได้กินอาหารแบบอร่อยๆ ละก็ แน่ละ เป็นเธอ.. นิทรา บูรณะนนท์ และถ้าเธอไม่มาก็จะเป็นคุณแดง-กิ่งกาญจน์ ที่เชี่ยวชาญการสั่งพอๆ กัน

คนสำคัญต่อไป คุณน้องแอ๊ว ประภา ศิริภักดิ์ เจ้าของร้านอาหารกรุงไทยในเมืองซาน โฮเซ่ โที่ด่งดังมีชื่อเสียงในเบย์แอเรียมานานมากว่าเป็นอาหารไทยที่อร่อย ซึ่งรายการเราเอ๊ย ! คอลัมน์เราจะพาไปชมในอนาคต คุณน้องประภา บอสใหญ่แห่งกรุงไทยนี้เธอเป็นแฟนพันธุ์แท้อาหารญี่ปุ่น คือกินได้ทุกอาทิตย์ มีประสบการณ์ชำนาญการกินทั้งที่อเมริกา ไทย และบินไปกินถึงถิ่นแท้ที่ญี่ปุ่น ดังนั้นถ้าอยากกินอาหารญี่ปุ่นต้องไปกับบอสคนนี้ นอกจากจะได้กินอาหารมีระดับแล้วทุกครั้งที่ไปกินด้วยทีไร คุณน้องคนนี้จะไวมากในการคว้ากระเป๋าเงินเพื่อจ่าย ด้วยเหตุผลอยากเห็นทุกคนที่มาร่วมกินมีความสุข และดีใจที่มีคนมาร่วมกินเพราะเป็นคนชอบสั่งอาหารเยอะๆ อยู่แล้ว กินคนเดียวไม่หมด ผู้ไปร่วมก็เลยค่อยหายเกรงใจเพราะเหตุผลฟังขึ้น ถือเป็นลาภปากของชาวแก๊งทุกครั้งไป

ร้านญี่ปุ่นที่ก๊วนเราไปกินทั้งที มิใช่ญี่ปุ่นธรรมดานะคะ ร้านธรรมดาๆ เราไม่เล่าค่ะมันไม่สนุก ! ร้านเจ้าประจำของคุณน้องประภาที่ชวนเชิญพวกเราไปกินมีสองร้าน ทั้งสองร้านอร่อยพอๆ กัน สนนราคาก็แพงพอๆ กัน แต่ละร้านมีความเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นการเล่าเรื่องอาหารญี่ปุ่นครั้งนี้คงจะยาวเพราะจะขอเล่าทั้งสองร้าน ซึ่งเนื้อที่ก็คงไม่พอที่จะเขียนจบในฉบับนี้ต้องต่อไปฉบับหน้าด้วยนะคะ

ร้านโกชิแจแปนิสฟิวชั่น

ร้านนี้เป็นอาหารญี่ปุ่นประเภทฟิวชั่น ชื่อร้าน Gochi อยู่เมือง Cupertino ลงไปทางใต้ของเมืองฟรีมอนต์ เมืองนี้เป็นถิ่นฐานผู้มีอันจะกิน บ้านเรือนสงบสวยงามเป็นระเบียบ ร้านโกชินี้เขามีทั้งห้องพิเศษที่จัดห้องเป็นแบบญี่ปุ่นต้องถอดรองเท้าไว้หน้าห้อง จัดที่ให้นั่งแบบญี่ปุ่นแต่เอาใจคนนั่งพับเพียบไม่ได้ก็ลยเจาะพื้นให้เราห้อยขาได้เรียกว่าฟิวชั่นทั้งห้องและทั้งอาหาร ส่วนห้องกลางเป็นโถงใหญ่ก็จัดที่นั่งให้รับประทานแบบเดียวกันแต่ไม่ได้อยู่ในห้องส่วนตัว ก๊วนเรามาทีไรก็จะเข้าห้องพิเศษ (เพราะพวกเราคือคนพิเศษฮ่ะ..ฮ่ะ) ร้านนี้ผู้ที่มาเป็นประจำนอกจากสองคนที่เอ่ยแนะนำแล้วก็จะมี คุณแดง-กิ่งกาญจน์ คุณลี สามีคุณแดง คุณหนูนา และคุณปอ สามีคุณหนูนา คุณแอน มั่นกลาง คุณวินัย สามีคุณแอน คุณแดงอุไร หาญชีพ และคุณวีระยุทธ สามีคุณอุไร และมีแขกรับเชิญอีกหลากหลายหมุนเวียนผลัดมามากหน้าหลายตา ถ้าจะเล่าถึงแต่ละคนคงเขียนได้ยาวเป็นปี

สิ่งแรกที่คุณต๋อยนิทรา สั่งมาเอาใจคนชอบดื่มก็คือพลัมไวน์ที่เป็นที่ชื่นชอบของหลายๆ คน เป็นไวน์ที่แพงมากและมีอายุไวน์นับร้อยปี ดังนั้นโปรดอย่าถามว่าราคาเกินอายุไวน์หรือไม่ แต่ที่ว่าอายุร้อยปีนั้นเราไม่ได้สั่งมานะคะ แต่ขนาดที่เขาบ่มไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา ราคาก็ยอดแพงแล้ว แต่เรื่องนี้เจ้าภาพไม่ค่อยย่อท้อนะคะ เวลามีแขกวีไอพีมา คุณน้องเขาก็สั่งเฉพาะไม่กี่แก้วมาให้ลิ้มลอง ข่าวว่าอร่อยหวานนุ่มวาบหวิวไปถึงหัวใจเลยทีเดียว

วันนี้เนื้อที่คงมีให้เล่าขานถึงแค่ไวน์และอาหารออเดิร์ฟหรืออาหารเรียกน้ำย่อยก่อนก็คงหมดหน้าาละค่ะะ ออเดิร์ฟแรกๆ ที่คุณต๋อยนิทราสั่งเป็นประจำก็เหมือนอย่างที่เคยเล่าไปว่าเราไม่ได้เน้นแนะนำชิมอาหาร แต่เล่าถึงการกินของพวกเรามากกว่า เริ่มกันดังนี้ค่ะ

สลัดซีซ่าร์ สลัดนี้มีรากบัวทอดโรยหน้ามา ของโปรดคุณหนูแดงกิ่งกาญจน์ ตามด้วย ตับปลา Monkfish liver ฝานมาเป็นชิ้นบางๆ ล้อมด้วยไข่ปลาสีแสดตัดกับสาหร่ายใบใหญ่ต้มมาจนนิ่ม น้ำซอสเปรี้ยวนิดๆ ..กินแล้วกรุบกริบ ซู้ดซีด มากๆ ที่ว่ากรุบกริบก็เพราะว่าปลาชนิดนี้รสชาติเหมือนล็อบสเตอร์แต่ราคาถูกกว่าล็อบสเตอร์ ฝรั่งเขาเรียกกันว่าเป็น poor man lobster ล็อบสเตอร์ของคนจนว่างั้นเถอะ แต่ส่วนที่เราสั่งมากินนี้เป็นตับของปลา

ประเภทปลาดิบ

Sashimi salad สลัดอันนี้ดิฉันชอบมาก ด้วยว่ามีปลาดิบชนิดต่างๆ คลุกเคล้ารสพิเศษจากทางร้าน ออกเปรี้ยวๆ และเผ็ดขึ้นจมูกจากวาซาบิ ส่วนผักสลัดนั้นเขาเลือกใบผักสปริงมิ๊กเล็กๆ ถูกใจคนชอบผักมาก ตามติดด้วย Hamachi carpaccio ปลาดิบหั่นมาเป็นชิ้นบางๆ ราดซีอิ๊วและน้ำส้มแบบญี่ปุ่น อันนี้เมนูโปรด ของบอสใหญ่แห่งกรุงไทย

ประเภทหัวปลาและแก้มปลา

เนื้อจากหัวปลาและแก้มปลาถือเป็นอีกอาหารเลิศของร้านเช่นกัน พวกเราชอบอยู่สองแบบ แบบแรก Sake soy braised gindara เป็นหัวปลานึ่งนุ่ม ทางร้านสามารถหาชิ้นใหญ่มาขายให้ลูกค้าได้ทุกครั้ง คลุกเคล้ามากับสาเก ราดซีอิ๊วและขิง มีถั่วงอกอัลฟาฟ่าวางให้เคี้ยวกรุบกรับๆ แย่งกันกินทั้งหัวทุกส่วนและเนื้อนุ่มชุ่มใจให้แย่งกันคนละหนุบคนละหนับหมดในพริบตา แนะนำเลยค่ะ

อีกประเภทแก้มปลาอีกเหมือนกันแต่อันนี้ย่างกรอบ เรียก Hamachi karma แก้มเนื้อชิ้นใหญ่เนื้อปลานุ่มย่างแบบไม่อมน้ำมัน หอมหวานมาก ทั้งมันทั้งนุ่มนวล อันนี้รับรองต้องสั่งเกินสองจานจึงจะเอา (สมาชิก) อยู่

มาถึงจานสำคัญ ข้าวอบหม้อดิน Salmon clay pot rice ถือเป็นนางเอกของร้านที่ทุกโต๊ะสั่งกัน และต้องโทรสั่งก่อนล่วงหน้าเป็นชั่วโมง เพราะทางร้านจะต้องหุงข้าวไฟอ่อนๆ นานๆ เพื่อที่จะได้ข้าวที่ไม่แฉะและกรอบ และค่อยนำเนื้อปลาแซลมอน สาหร่ายทะเล โรยต้นหอมเขียวซอย ผักดองซึ่งนำผักบอกชอยมาดองหั่นเป็นคำ โปะมาที่หน้าข้าวในหม้อดิน ถึงเวลานำมาเสิร์ฟพนักงานจะนำหม้อข้าวที่ยังร้อนฉ่าอยู่ มาคลุกเคล้าหน้าข้าวเข้าด้วยกันอย่างละเอียดและตักใส่ถ้วยเล็กๆ ส่งเสิร์ฟต่อหน้าลูกค้า มีให้เราเลือกว่าจะต้องการน้ำซุปด้วยไหม ซึ่งก๊วนเราไม่มีใครชอบน้ำซุปเพราะมาจากน้ำต้มหัวปลาใสๆ ไม่มีรสชาติอันใด

บรรยายมาทั้งหมดเป็นไงอาหารซิกเนเจอร์ของพวกเรา มาจากเมนูออเดิร์ฟทั้งนั้น เขาเสิร์ฟแต่ละอย่างในถ้วยและจานเล็กๆ เราสั่งกันเมนูละหลายจานจึงจะอิ่ม ในความสนุกของการกินคือการได้สนนทนากันในบรรยากาศมิตรภาพ บ้างก็จิบไวน์ไปคุยไป บ้างก็จิบชาเขียวคุยไปชิมไป ร้านนี้ยามใดที่มีแขกบ้านแขกเมืองมาเยือน คุณน้องประภาจะไม่รีรอที่จะเชิญชวนมาเลี้ยงให้ที่ร้านนี้เพื่อเป็นเกียรติเป็นศรีแก่วงศ์ตระกูลกินรำทำเพลง

ชมภาพเพื่อให้ผู้อ่านเกิดจินตนาการออกว่ากลุ่มเราเอ็นจอยปากคือทั้งการกินและการคุยแค่ไหน ช่วงนี้เราเหินห่างร้านเพราะ โรคระบาดร้ายโควิด-19 มาเยือน อีกไม่นานเราคงได้ไปที่นี่อีก ความเอ็นจอยนั้นมาจากอาหารที่ถูกปาก และเรื่องราวที่สนทนาที่คุยกันมากมายไม่มีสาระอะไรแต่สนุกดี การสนทนานั้น ยิ่งไปกันมากคนก็ยิ่งสนุก ที่สนุกเพราะต่างคนต่างคุยกันคนละมุมมาด้วยกันแต่คุยกันคนละเรื่อง นี่แหละความมันส์ของการรวมตัว ! สรุปสั้นๆ ความอร่อยไม่ได้อยู่แต่ที่อาหาร แต่อยู่ที่ผู้ร่วมวง ส่วนรสนิยมอยู่ที่กระเป๋าสตางค์นะคุณผู้อ่าน !!

คราวหน้าพาพบกับอีกร้านที่เกริ่นคือฟูกิที่เมืองเมาเทนวิว ก็มีจะมีตัวละครประกอบเพิ่มอีกหลายคนเลยล่ะค่ะ ตอนนี้ก็ขอให้ทุกท่านที่อยู่บ้านเพื่อชาติ ดูแลสุขภาพ กินร้อน ช้อนกลาง (บางคนบอกช้อนกู) หมั่นล้างมือและใส่หน้ากากอนามัยเมื่อออกไปเจอผู้คนนะคะ แหม ! ประโยคเหล่านี้โปรดอย่าเพิ่งเบื่ออ่านกันนะคะ ขอให้ทุกท่านมีความสุขตามอัตภาพนะคะ พบกันใหม่โอกาสหน้านะคะ