ของฟรีไม่มีจริง? เปิดกลโกงประกันสุขภาพในอเมริกา เตือนคนไทยอย่าให้ใครใช้สิทธิแทน!

ข่าวใหญ่ที่สร้างความตกใจให้กับวงการสาธารณสุขสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2026 กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (Department of Justice – DOJ) ประกาศปฏิบัติการกวาดล้าง (Operation Never Say Die) ขบวนการฉ้อโกงระบบประกันสุขภาพครั้งใหญ่ในพื้นที่ลอสแอนเจลิสและรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยมีผู้ถูกตั้งข้อหา 15 คน ในจำนวนนี้เป็นบุคลากรทางการแพทย์ถึง 6 คน และมีการจับกุม 8 คนในวันดังกล่าว มูลค่าการเรียกเก็บเงินที่ถูกกล่าวหาว่าฉ้อโกงจากโครงการประกันสุขภาพภาครัฐและเอกชนรวมกันเกือบ 2 พันล้านดอลลาร์!

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะผู้เสียหายอาจเป็นผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ผู้ใช้ Medicare, Medi-Cal หรือแม้แต่ผู้ที่มีประกันสุขภาพเอกชน ซึ่งอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าข้อมูลประกันสุขภาพของตนถูกนำไปใช้หาผลประโยชน์โดยมิชอบ

เปิดโปง 4 รูปแบบการโกงที่คนไทยต้องระวัง

จากข้อมูลของ DOJ พบว่าคดีที่ถูกเปิดเผยมีหลายรูปแบบ ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญที่พี่น้องไทยควรศึกษาไว้

1. หลอกให้เข้ารับการบำบัด ทั้งที่ไม่ได้รักษาจริง

คดีใหญ่ที่สุดเกี่ยวข้องกับการจัดตั้งสถานบำบัดยาเสพติดที่อ้างว่าให้บริการรักษาผู้ป่วย แต่ถูกกล่าวหาว่ามีการจัดหาผู้ป่วยจากหลายรัฐมาที่แคลิฟอร์เนีย โดยเสนอเงิน ที่พัก ตั๋วเครื่องบิน บัตรของขวัญ และสิ่งจูงใจต่าง ๆ เพื่อแลกกับการเข้ารับบริการ จากนั้นนำข้อมูลประกันสุขภาพไปเรียกเก็บเงินจากบริษัทประกันกว่า 1.6 พันล้านดอลลาร์ ทั้งที่บริการบางส่วนไม่ได้เกิดขึ้นจริงหรือไม่มีความจำเป็นทางการแพทย์

2. ทำหัตถการหรือผ่าตัดที่ไม่จำเป็น

มีคดีแพทย์และผู้ร่วมธุรกิจถูกกล่าวหาว่าเรียกเก็บเงิน Medicare ประมาณ 134 ล้านดอลลาร์ จากการทำหัตถการหลอดเลือดที่ไม่จำเป็นทางการแพทย์ บางรายได้รับบาดเจ็บและต้องทนทุกข์จากการรักษาที่ไม่จำเป็น

3. หลอกผู้สูงอายุให้เข้าโครงการ Hospice

Hospice คือบริการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย โดยเน้นการบรรเทาความเจ็บปวดและดูแลคุณภาพชีวิต ไม่ใช่สถานพยาบาลทั่วไปที่ใครก็สามารถสมัครได้

ในคดีที่เปิดเผย มีผู้ประกอบการบางรายถูกกล่าวหาว่านำผู้สูงอายุที่ไม่ได้ป่วยระยะสุดท้ายเข้าสู่ระบบ Hospice โดยบางคนไม่ทราบด้วยซ้ำว่าตนเองถูกลงทะเบียนไว้ ทำให้ Medicare ถูกเรียกเก็บเงินจากบริการที่ไม่จำเป็นหรือไม่ได้รับจริง รวมมูลค่ากว่า 138 ล้านดอลลาร์ในสามคดี

4. ใช้ข้อมูลผู้ป่วยเรียกเก็บเงินค่ายาและตรวจ DNA

ยังมีคดีที่เกี่ยวข้องกับ Medi-Cal ซึ่งเป็นโครงการ Medicaid ของรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยถูกกล่าวหาว่ามีการใช้ใบสั่งยาที่ไม่ถูกต้องเพื่อเรียกเก็บเงินค่ายาเกือบ 270 ล้านดอลลาร์ รวมถึงกรณีแพทย์บางรายถูกกล่าวหาว่ารับเงินตอบแทนเพื่ออนุมัติการตรวจพันธุกรรม (Genetic Testing) ที่ไม่มีความจำเป็นทางการแพทย์

ทั้ง 4 รูปแบบแสดงให้เห็นว่า การฉ้อโกงไม่ได้เกิดจากบุคคลภายนอกเท่านั้น แต่บางกรณียังเกี่ยวข้องกับผู้ที่มีหน้าที่ดูแลรักษาผู้ป่วยด้วย

เตือนพี่น้องไทย! 7 วิธีป้องกันตัวไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ

1. อย่าให้หมายเลข Medicare หรือ Medi-Cal แก่คนแปลกหน้า ไม่ว่าจะอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ตัวแทนประกัน หรือผู้ให้บริการทางการแพทย์ หากไม่ได้ตรวจสอบตัวตนและความน่าเชื่อถือก่อน

2. อย่าหลงเชื่อข้อเสนอของฟรีแลกกับข้อมูลประกัน เช่น เงินสด บัตรของขวัญ อาหาร ที่พัก อุปกรณ์การแพทย์ หรือบริการตรวจสุขภาพฟรี เพราะอาจเป็นวิธีล่อลวงเพื่อนำข้อมูลไปเรียกเก็บเงินประกันโดยไม่ได้รับอนุญาต

3. อย่าเซ็นเอกสารที่ยังไม่ได้อ่านและเข้าใจ โดยเฉพาะเอกสารเกี่ยวกับการสมัคร Hospice การเปลี่ยนแผนประกัน การตรวจ DNA หรือการรับบริการทางการแพทย์ที่ไม่เคยร้องขอ

4. ตรวจสอบใบแจ้งยอดการใช้สิทธิประกันสุขภาพ (Medical Statements) อย่างสม่ำเสมอ ว่ามีการรักษา ตรวจเลือด ตรวจ DNA รับยา หรือทำหัตถการใดที่เราไม่เคยได้รับบริการหรือไม่

5. อย่ายอมให้ใครนำบัตรประกันไปใช้แทนผู้อื่น หรือให้ผู้อื่นใช้สิทธิประกันของเรา ไม่ว่าจะเป็นญาติ คนรู้จัก หรือคนที่เสนอผลประโยชน์ตอบแทน

6. หากแพทย์แนะนำให้ทำหัตถการใหญ่หรือการรักษาที่มีความเสี่ยง แต่เราไม่แน่ใจ ควรขอความเห็นจากแพทย์อีกท่านหนึ่ง (Second Opinion) ก่อนตัดสินใจ

7. หากพบความผิดปกติให้รีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่าปล่อยทิ้งไว้ เพราะอาจมีการนำข้อมูลของเราไปเรียกเก็บเงินซ้ำ ๆ โดยที่เราไม่ทราบ

พบเบาะแส Medicare Fraud แจ้งที่ไหน?

ผู้ใช้ Medicare สามารถติดต่อหน่วยงาน Medicare โดยตรงได้ที่หมายเลข 1-800-MEDICARE (1-800-633-4227) หรือเข้าเว็บไซต์ www.medicare.gov/fraud เพื่อสอบถามและรายงานพฤติกรรมที่น่าสงสัย

ข้อสำคัญคือ Medicare จะไม่โทรศัพท์มาหาเราโดยไม่มีเหตุอันควรเพื่อขอหมายเลข Medicare หรือข้อมูลส่วนตัว และจะไม่ส่งเจ้าหน้าที่มาที่บ้านเพื่อขายบริการหรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ

อย่ารอให้เสียสิทธิ เสียเงิน หรือเสียสุขภาพ แล้วจึงคิดป้องกัน

ระบบ Medicare และ Medi-Cal ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้มีรายได้น้อย แต่เมื่อมีผู้ไม่หวังดีเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ ความเสียหายไม่ได้ตกอยู่กับรัฐบาลหรือบริษัทประกันเท่านั้น แต่ผู้ป่วยตัวจริงอาจได้รับผลกระทบจากการถูกนำข้อมูลไปใช้ การรักษาที่ไม่จำเป็น และการสูญเสียความคุ้มครองที่ควรได้รับ

ผมจึงอยากฝากเตือนพี่น้องชาวไทยว่า อย่าเห็นแก่ของฟรี อย่าไว้ใจเพียงเพราะอีกฝ่ายอ้างว่าเป็นบุคลากรทางการแพทย์ และอย่าให้ใครใช้สิทธิประกันสุขภาพแทนเราโดยเด็ดขาด

ความรู้คือเกราะป้องกันภัยที่ดีที่สุด โดยเฉพาะในประเทศที่ระบบกฎหมายและประกันสุขภาพมีรายละเอียดซับซ้อน หากพบสิ่งผิดปกติ ควรตรวจสอบกับหน่วยงานทางการก่อนเสมอ

ช่วยกันส่งต่อบทความนี้ให้พ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ เพื่อนฝูง และสมาชิกชุมชนไทย เพราะการเตือนกันวันนี้ อาจช่วยป้องกันไม่ให้ใครต้องตกเป็นเหยื่อในวันหน้า

รู้ทัน ป้องกันได้ ไม่ตกเป็นเหยื่อ!


โชคดีครับ

คิด ฉัตรประภาชัย


แหล่งข้อมูลอ้างอิง

1. U.S. Department of Justice – Los Angeles Health Care Fraud Takedown, October 22, 2026

2. Medicare – Reporting Medicare Fraud and Abuse

3. Medicare – Protect Your Medicare Card and Number

4. Medicare – Hospice Benefits and Fraud Prevention