

การเมืองไม่ใช่เรื่องไกลตัว! เพราะทุกคะแนนเสียงอาจส่งผลต่อปากท้อง ธุรกิจ ครอบครัว และอนาคตของคนไทยในอเมริกา
วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 สหรัฐอเมริกาจะจัดการเลือกตั้งกลางเทอม หรือ Midterm Elections 2026 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ สมาชิกวุฒิสภาบางส่วน ตลอดจนตำแหน่งทางการเมืองระดับรัฐและท้องถิ่น
การเลือกตั้งครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันระหว่างพรรคเดโมแครตกับพรรครีพับลิกัน แต่เป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนจะส่งเสียงสะท้อนว่า ต้องการเห็นประเทศเดินไปในทิศทางใด
แล้วคนไทยในอเมริกาควรสนใจหรือไม่?
คำตอบคือ เราทุกคนควรสนใจ เพราะแม้เราไม่ได้เป็นนักการเมือง แต่การตัดสินใจของผู้มีอำนาจย่อมส่งผลต่อชีวิตประจำวันของเราไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง วันสำคัญที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรรู้
• 3 พฤศจิกายน 2569: วันเลือกตั้งทั่วไป เวลาเปิดหน่วยเลือกตั้ง 7.00 น. และปิดเวลา 20.00 น.
• 5 ตุลาคม 2569: เจ้าหน้าที่เริ่มจัดส่งบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์ และสถานที่รับฝากบัตรเลือกตั้งจะเปิดให้บริการภายในวันที่กำหนด
• 19 ตุลาคม 2569: วันสุดท้ายของการลงทะเบียนเลือกตั้งตามกำหนดปกติ
• 31 ตุลาคม 2569: มีสถานที่ให้ลงคะแนนล่วงหน้าด้วยตนเองทั่วรัฐแคลิฟอร์เนีย
• บัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์: ต้องประทับตราไปรษณีย์ไม่เกินวันที่ 3 พฤศจิกายน และต้องส่งถึงสำนักงานเลือกตั้งประจำเขตภายในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2569 จึงจะมีสิทธินับคะแนนตามเงื่อนไขที่กำหนด
ผู้มีสิทธิควรส่งบัตรทางไปรษณีย์ล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน หรือใช้จุดรับฝากบัตรอย่างเป็นทางการ เพื่อป้องกันปัญหาการส่งล่าช้า
ตำแหน่งสำคัญในการเลือกตั้งรัฐแคลิฟอร์เนีย
ตำแหน่งระดับรัฐที่มีความสำคัญต่อการบริหารงานและคุณภาพชีวิตของประชาชน ได้แก่
• ผู้ว่าการรัฐ (Governor): Xavier Becerra (เดโมแครต) และ Steve Hilton (รีพับลิกัน)
• รองผู้ว่าการรัฐ (Lieutenant Governor): Fiona Ma (เดโมแครต) และ Gloria Romero (รีพับลิกัน)
• เลขาธิการรัฐแคลิฟอร์เนีย (Secretary of State): Donald “Don” P. Wagner (รีพับลิกัน) และ Shirley Weber (เดโมแครต)
• ผู้ควบคุมบัญชีรัฐ (Controller): Malia M. Cohen (เดโมแครต) และ Herb W. Morgan (รีพับลิกัน)
• เหรัญญิกรัฐ (Treasurer): Jennifer Hawks (รีพับลิกัน) และ Eleni Kounalakis (เดโมแครต)
• อัยการสูงสุดรัฐ (Attorney General): Rob Bonta (เดโมแครต) และ Michael E. Gates (รีพับลิกัน)
• กรรมาธิการประกันภัยรัฐ (Insurance Commissioner): Ben Allen และ Jane Kim (ตามรายชื่อที่ได้รับมา ทั้งสองสังกัดพรรคเดโมแครต)
• ผู้อำนวยการการศึกษาสาธารณะรัฐ (Superintendent of Public Instruction): Richard Barrera และ Sonja Shaw (ไม่สังกัดพรรคการเมือง)
• เชอริฟลอสแอนเจลิสเค้าตี้ ( Los Angeles County Sheriff )
นอกเหนือจากตำแหน่งเหล่านี้ ยังมีการแข่งขันในระดับรัฐบาลกลางและท้องถิ่น ซึ่งอาจส่งผลโดยตรงต่อชุมชนที่เราอาศัยอยู่ ผู้มีสิทธิควรตรวจสอบรายชื่อผู้สมัครในเขตของตนก่อนลงคะแนน เช่น นายกเทศมนตรีนตรลอสแอนเจลิส Karen Bass ปัจจุบันเป็นนากเทศมนตรีมาสี่ปี VS. Nithya Raman ปัจจุบันเป็นสมาชิกเมือสแอนเจลืสองลเทศบาล
ข้อเสนอสำคัญของรัฐแคลิฟอร์เนีย (Statewide Propositions)
การเลือกตั้งไม่ได้มีเพียงการเลือกบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนตัดสินใจต่อข้อเสนอเชิงนโยบายและกฎหมายของรัฐด้วย
ข้อเสนอ Proposition 37–45 ตามข้อมูลภาษาอังกฤษที่ได้รับมา มีสาระสำคัญดังนี้
Proposition 37 — โครงการสินเชื่อเพื่อซื้อบ้าน
เสนอให้ออกพันธบัตรมูลค่า 25,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อสนับสนุนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยคงที่แก่ผู้ซื้อบ้านสร้างใหม่ที่มีคุณสมบัติตามกำหนด วงเงินสินเชื่ออาจครอบคลุมราคาซื้อบ้านได้สูงสุด 17% โดยบ้านต้องมีราคาต่ำกว่าประมาณ 1.5 ล้านดอลลาร์ ผู้กู้ต้องเป็นผู้พำนักในรัฐแคลิฟอร์เนียและอาศัยอยู่ในบ้านที่ซื้อ รวมทั้งผ่านเกณฑ์รายได้และวางเงินดาวน์อย่างน้อย 3% ทั้งนี้ การชำระคืนพันธบัตรจะมาจากเงินชำระสินเชื่อ ไม่ใช่เงินงบประมาณของรัฐโดยตรง
Proposition 38 — เงินทุนวิจัยทางการแพทย์
เสนอให้ออกพันธบัตรมูลค่า 8,400 ล้านดอลลาร์ เพื่อสนับสนุนการวิจัยด้านภูมิคุ้มกันวิทยาและภูมิคุ้มกันบำบัด โดยแบ่งครึ่งหนึ่งให้สถาบันวิจัยทางการแพทย์ที่เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรและมีความเกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียแห่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งจัดสรรเป็นทุนวิจัย
Proposition 39 — การแสดงบัตรประจำตัวในการเลือกตั้ง
เสนอให้กำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งแสดงเอกสารประจำตัวที่ออกโดยหน่วยงานรัฐก่อนลงคะแนนด้วยตนเอง และกำหนดให้บัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์ที่ไม่มีเลขสี่หลักท้ายของหมายเลขเอกสารประจำตัวตามที่กำหนดบนซองบัตรเลือกตั้งเป็นบัตรที่ไม่สมบูรณ์ตามข้อเสนอนี้
Proposition 40 — ภาษีสำหรับผู้มีทรัพย์สินสูง
เสนอให้จัดเก็บภาษี 5% จากผู้เสียภาษีบางกลุ่มที่มีทรัพย์สินเกิน 1,000 ล้านดอลลาร์ โดยรายได้ส่วนใหญ่จะนำไปใช้ด้านสาธารณสุข และเสนอให้ยกเว้นรายได้ส่วนนี้จากข้อกำหนดตามรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับงบประมาณการศึกษาและเพดานการใช้จ่ายของรัฐ
Proposition 41 — การควบคุมภาษีใหม่และการตรวจสอบงบประมาณ
เสนอให้ยกเลิกภาษีของรัฐบางประเภทที่ประกาศใช้หลังวันที่ 1 มกราคม 2569 หากมีการยกเว้นรายได้จากภาษีนั้นออกจากการคำนวณตามเพดานการใช้จ่ายของรัฐ พร้อมกำหนดให้มีการตรวจสอบโครงการที่ได้รับเงินจากภาษีเฉพาะประเภทใหม่ ทั้งก่อนเริ่มดำเนินการและเป็นระยะ
Proposition 42 — ข้อจำกัดเกี่ยวกับภาษีทรัพย์สินส่วนบุคคล
เสนอห้ามรัฐจัดเก็บภาษีใหม่จากการเป็นเจ้าของทรัพย์สินส่วนบุคคล ซึ่งหมายถึงทรัพย์สินที่ไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์ และห้ามภาษีบางประเภทที่เรียกเก็บย้อนหลังโดยอาศัยกิจกรรมในอดีตของผู้เสียภาษี รวมทั้งเสนอให้ยกเลิกภาษีที่ขัดต่อข้อกำหนดนี้และประกาศใช้หลังวันที่ 1 มกราคม 2569
Proposition 43 — การเพิ่มเกณฑ์คะแนนเสียงสำหรับภาษีท้องถิ่นบางประเภท
เสนอให้เพิ่มสัดส่วนคะแนนเสียงที่จำเป็นในการอนุมัติภาษีท้องถิ่นเฉพาะประเภทที่ประชาชนเสนอ จากเสียงข้างมากเกิน 50% เป็นอย่างน้อยสองในสาม โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570
Proposition 44 — การใช้เงินของคลินิกชุมชน
เสนอให้กำหนดบทลงโทษแก่ศูนย์สุขภาพชุมชนที่มีคุณสมบัติตามโครงการ Federally Qualified Health Centers หากใช้รายได้น้อยกว่า 90% ไปกับบริการหรือกิจกรรมที่สนับสนุนวัตถุประสงค์เพื่อสาธารณประโยชน์ รวมถึงบริการรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วย
Proposition 45 — การเร่งกระบวนการพิจารณาด้านสิ่งแวดล้อม
เสนอให้แก้ไขกฎหมายสิ่งแวดล้อมของรัฐแคลิฟอร์เนีย หรือ California Environmental Quality Act (CEQA) เพื่อกำหนดกรอบเวลาสำหรับการตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมและการดำเนินคดีที่ท้าทายการอนุมัติโครงการบางประเภท เช่น โครงการที่อยู่อาศัย การขนส่ง น้ำ และสาธารณสุข โดยมีเป้าหมายให้กระบวนการอนุมัติโครงการรวดเร็วยิ่งขึ้น
ข้อเสนอเหล่านี้อาจมีผลต่อภาษี ที่อยู่อาศัย สาธารณสุข และการใช้จ่ายของภาครัฐ จึงควรอ่านรายละเอียดจากคู่มือผู้มีสิทธิเลือกตั้งอย่างเป็นทางการก่อนตัดสินใจ ไม่ควรพิจารณาเพียงชื่อหรือคำโฆษณาของแต่ละข้อเสนอ
นโยบายรัฐ กระทบถึงปากท้องคนไทย
ประเด็นแรกคือ คนเข้าเมืองและความมั่นคงของครอบครัว กฎหมายและนโยบายด้านคนเข้าเมืองอาจส่งผลต่อครอบครัวผู้อพยพ การรวมญาติ และผู้ที่กำลังดำเนินการตามกฎหมาย คนไทยจึงควรติดตามว่าผู้สมัครแต่ละคนมีจุดยืนอย่างไร และข้อเสนอของพวกเขาจะส่งผลต่อประชาชนกลุ่มต่าง ๆ อย่างไร
ประเด็นที่สองคือ เศรษฐกิจและธุรกิจขนาดเล็ก ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารไทย ร้านนวดและสปา หรือธุรกิจครอบครัว การเปลี่ยนแปลงด้านภาษี ค่าแรง กฎระเบียบ และต้นทุนการประกอบธุรกิจ ล้วนมีผลต่อรายได้ การจ้างงาน และความอยู่รอดของผู้ประกอบการ
ประเด็นที่สามคือ ความปลอดภัยและคุณภาพชีวิต นโยบายด้านตำรวจ การป้องกันอาชญากรรม การศึกษา สาธารณสุข และบริการสำหรับผู้สูงอายุ ล้วนเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวไทยและชุมชนที่เราอาศัยอยู่
ดังนั้น การเลือกผู้แทนจึงไม่ควรพิจารณาเพียงคำพูดหาเสียง แต่ควรศึกษานโยบาย ผลงานที่ผ่านมา และความรับผิดชอบต่อประชาชนด้วย
อย่ามองการเมืองเป็นเรื่องของคนอื่น
สิ่งหนึ่งที่ชุมชนไทยควรตระหนักคือ การมีส่วนร่วมทางการเมืองไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องเห็นตรงกัน หรือจำเป็นต้องสนับสนุนพรรคเดียวกัน
ประชาธิปไตยเปิดโอกาสให้ประชาชนมีความคิดเห็นแตกต่างกันได้ แต่สิ่งสำคัญคือการใช้ข้อมูลที่ถูกต้องประกอบการตัดสินใจ เคารพสิทธิของผู้อื่น และยอมรับผลการเลือกตั้งตามกระบวนการประชาธิปไตย
สำหรับผู้ที่เป็นพลเมืองสหรัฐฯ และมีคุณสมบัติตามกฎหมาย การออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นช่องทางสำคัญในการกำหนดว่าใครจะเป็นผู้แทนของตน ขณะที่ผู้ที่ยังไม่มีสิทธิเลือกตั้งก็สามารถเรียนรู้เรื่องสิทธิพลเมือง ติดตามนโยบาย และมีส่วนร่วมในกิจกรรมสาธารณะได้ตามกฎหมาย
องค์กรไทย วัดไทย สมาคม และสื่อชุมชน สามารถช่วยเผยแพร่ข้อมูลการเลือกตั้งที่ถูกต้อง จัดเวทีให้ความรู้ และเปิดโอกาสให้ประชาชนรับฟังนโยบายของผู้สมัครอย่างเป็นกลาง โดยไม่จำเป็นต้องสนับสนุนพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง
เสียงของชุมชน มีความหมายมากกว่าที่คิด
การออกเสียงของคนเพียงคนเดียวไม่ได้รับประกันว่าผลการเลือกตั้งจะเป็นไปตามที่ต้องการ แต่การมีส่วนร่วมของประชาชนช่วยให้ผู้สมัครและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเห็นว่าประชาชนให้ความสำคัญกับเรื่องใด
เมื่อชุมชนติดตามผลงาน ติดต่อผู้แทน แสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ และออกไปใช้สิทธิอย่างสม่ำเสมอ ก็ย่อมมีช่องทางในการนำเสนอปัญหาและข้อเรียกร้องของตนมากขึ้น
คนไทยในอเมริกาทำงานหนัก สร้างธุรกิจ เลี้ยงดูครอบครัว และมีส่วนร่วมพัฒนาสังคมมาอย่างยาวนาน ถึงเวลาแล้วที่เราควรให้ความสำคัญกับความรู้ทางการเมืองและการมีส่วนร่วมของพลเมืองควบคู่ไปด้วย
3 พฤศจิกายน 2569 อย่าปล่อยให้การเลือกตั้งเป็นเพียงข่าวที่เรานั่งดูอยู่ข้างสนาม
หากท่านมีสิทธิ จงศึกษาข้อมูลและตัดสินใจด้วยตนเอง อย่าเลือกเพียงเพราะความนิยม คำชักชวน หรือความผูกพันทางการเมือง แต่จงเลือกอย่างมีเหตุผล โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนและอนาคตของส่วนรวม ทางเลขาธิการรัฐยังได้แปลข้อมูลต่าง ๆ เป็นภาษาไทยให้ด้วยตามลิงค์ด่นนี้ https://www.sos.ca.gov/elections/voting-resources/voting-california/thai/election-dates-resources
เพราะความเข้มแข็งของชุมชนไทยไม่ได้วัดจากจำนวนคนที่มาร่วมงานเพียงอย่างเดียว แต่ยังวัดจากความรู้ ความสามัคคี และความสามารถในการมีส่วนร่วมสร้างสังคมที่ดีขึ้น
มีสิทธิ ต้องรู้จักใช้สิทธิ มีเสียง ต้องรู้จักใช้เสียง เพราะอนาคตของเรา ไม่ควรเป็นเรื่องที่เราปล่อยให้คนอื่นตัดสินใจแทนทั้งหมด
โชคดีครับ
คิด ฉัตรประภาชัย