ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศว่า สหรัฐฯ จะไม่เปิดฉากโจมตีอิหร่านก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ โดยอ้างว่าทั้งสองฝ่ายกำลังหารือกันอย่างมีความคืบหน้า เพื่อหาทางยุติสงครามที่ดำเนินมาเป็นเวลาประมาณ 6 เดือน
ทรัมป์โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์มทรูธโซเชียลว่า แม้อิหร่านกำลังเผชิญสถานการณ์ยากลำบากอย่างมากทั้งทางเศรษฐกิจและทางทหาร แต่สหรัฐฯ จะยังคงมาตรการปิดล้อมไว้อย่างเต็มรูปแบบ และจะไม่โจมตีอิหร่านในช่วงเวลาใดก็ตามก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม พร้อมระบุว่า สหรัฐฯ กำลังหารือกับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านอย่างมีความคืบหน้า
คำประกาศดังกล่าวมีขึ้นหลังราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น จากรายงานข่าวที่ระบุว่า ทำเนียบขาวได้ขอให้กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ จัดเตรียมทางเลือกในการโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน ซึ่งอาจนำมาใช้ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม โดยนิตยสารดิแอตแลนติก รายงานเรื่องนี้เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ขณะที่หนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทมส์รายงานเมื่อวันที่ 8 ต.ค.ว่า การเตรียมแผนยังคงดำเนินต่อไป แม้ทรัมป์จะยังลังเลเกี่ยวกับแนวทางดังกล่าว
ราคาน้ำมันยังได้รับแรงกดดันจากความตึงเครียดที่ยืดเยื้อบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันทั่วโลก รวมถึงความขัดแย้งระหว่างกลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน กับซาอุดีอาระเบีย
ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ ซึ่งเป็นราคาอ้างอิงสำคัญในตลาดโลก พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดที่ 105.88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันพฤหัสบดี ก่อนลดลงมาอยู่ที่ 104.28 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากนับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ส่งผลให้ค่าครองชีพกลายเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ความสนใจ
ผลสำรวจของ Reuters/Ipsos ที่เผยแพร่ก่อนหน้านี้พบว่า ชาวอเมริกันประมาณ 60% ไม่เห็นด้วยกับวิธีที่ทรัมป์จัดการสถานการณ์ในอิหร่าน โดยในจำนวนนี้มีผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันประมาณหนึ่งในสี่รวมอยู่ด้วย สงครามจึงกลายเป็นปัจจัยกดดันต่อทรัมป์และสมาชิกพรรครีพับลิกัน ขณะที่พรรคกำลังพยายามรักษาเสียงข้างมากในสภาคองเกรสในการเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายน
ทรัมป์กล่าวซ้ำหลายครั้งว่า คาดว่าราคาน้ำมันจะลดลงหลังการเลือกตั้ง แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้เปิดเผยแผนการยุติสงครามอย่างละเอียด
ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา อิหร่านและสหรัฐฯ ได้แลกเปลี่ยนข้อเสนอเพื่อหาทางยุติการสู้รบและเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ปฏิเสธข้อเสนอล่าสุดจากอิหร่าน
สื่อทางการอิหร่านรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เตหะรานจะไม่ยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม และจะไม่ส่งมอบคลังยูเรเนียมที่มีอยู่ โดยอ้างคำกล่าวของหัวหน้าองค์การพลังงานปรมาณูของอิหร่าน ท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์เมื่อวันที่ 6 ตุลาคมว่า อิหร่านจำเป็นต้องลดขีดความสามารถในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมอย่างมีนัยสำคัญ หากต้องการยุติสงคราม
สหรัฐฯ อิสราเอล และชาติพันธมิตรตะวันตกกล่าวหาอิหร่านมาเป็นเวลานานว่า พยายามพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่รัฐบาลอิหร่านปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ให้คำมั่นว่า รัสเซียจะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยคลี่คลายสงครามในตะวันออกกลาง ระหว่างการพบหารือกับประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน ก่อนเข้าร่วมการประชุมระดับภูมิภาคในประเทศเติร์กเมนิสถาน
สื่อรัสเซียรายงานว่า ปูตินกล่าวว่า รัสเซียพร้อมดำเนินการทุกอย่างที่อยู่ในขีดความสามารถ เพื่อช่วยให้สถานการณ์คลี่คลาย พร้อมระบุว่าอิหร่านได้พยายามอย่างจริงจังเพื่อยุติสงคราม
การพบหารือมีขึ้นก่อนการประชุมสุดยอดเครือรัฐเอกราช (CIS) ซึ่งมีกำหนดเริ่มในวันศุกร์ ที่เมืองอาวาซา เมืองตากอากาศริมทะเลแคสเปียนของเติร์กเมนิสถาน
รัสเซียและอิหร่านกระชับความสัมพันธ์ทางการทูตและการทหารมากขึ้น นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารในยูเครนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2022 โดยทั้งสองประเทศพึ่งพาความร่วมมือระหว่างกันมากขึ้น
ด้านเปเซชเคียนกล่าวว่า อิหร่านยังคงเปิดช่องทางเจรจา แต่ทุกครั้งที่มีการเจรจากับสหรัฐฯ กลับเกิดการโจมตีขึ้นอีก พร้อมยืนยันว่าอิหร่านต้องการกรอบข้อตกลงขั้นสุดท้ายเพื่อยุติสงคราม
อย่างไรก็ตาม ผู้นำอิหร่านกล่าวหาสหรัฐฯ ว่าพยายามบังคับให้ประเทศต่าง ๆ ยอมรับนโยบายและมุมมองของตน โดยระบุว่า หากสหรัฐฯ ยังคงใช้แนวทางฝ่ายเดียว ก็จะไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อคลี่คลายความขัดแย้งได้
การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในวันที่ 3 พ.ย. จะมีความสำคัญต่อช่วงสองปีสุดท้ายของวาระประธานาธิบดีทรัมป์ เนื่องจากพรรครีพับลิกันกำลังเผชิญความเสี่ยงที่จะสูญเสียเสียงข้างมากในสภาคองเกรส แม้ทรัมป์จะไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้ แต่เขายังคงจัดการชุมนุมหาเสียงหลายครั้งเพื่อช่วยผู้สมัครของพรรคและพยายามรักษาฐานเสียง
ทรัมป์เคยเตือนว่า หากพรรคเดโมแครตกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร เขาอาจเผชิญกระบวนการถอดถอนจากตำแหน่งเป็นครั้งที่สาม ขณะที่ทำเนียบขาวเตรียมรับมือกับการสอบสวนหลายประเด็น ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตและการใช้อำนาจโดยมิชอบ
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังพยายามชี้แจงคำพูดของตนในการปราศรัยเมื่อต้นสัปดาห์ หลังกล่าวว่าอิหร่านอาจโจมตีหรือทำลายเมืองลอสแอนเจลิสและซานดิเอโก จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ โดยทรัมป์วัย 80 ปี กล่าวโทษสื่อที่เขาเรียกว่าเป็นข่าวปลอมและสร้างเรื่องว่า นำคำพูดของเขาไปตีความผิด
ทรัมป์ชี้แจงว่า สิ่งที่เขาต้องการสื่อคือ การที่ราคาน้ำมันเบนซินปรับขึ้นชั่วคราวถือเป็นต้นทุนเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการป้องกันไม่ให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมตั้งคำถามว่า หากอิหร่านโจมตีเมืองซานดิเอโกหรือลอสแอนเจลิสจริง ผลกระทบจะรุนแรงเพียงใด.
ที่มา AFP / Reuters
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 เวลา 17.09 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นำนางสาวรัตติกานต์ อำลอย เยาวชนชาวจังหวัดภูเก็ต ผู้ชนะเลิศการแข่งขันรายการ America’s Got Talent 2026 พร้อมด้วยครอบครัว จำนวน 5 คน เฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายใบประกาศผลรางวัลชนะเลิศการแข่งขันรายการ America’s Got Talent 2026 แด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานใบประกาศผลรางวัลชนะเลิศการแข่งขันคืนแก่ นางสาวรัตติกานต์ อำลอย เพื่อเป็นที่ระลึก และเกียรติประวัติแก่วงศ์ตระกูลสืบไป
สำหรับความคืบหน้าในการรับรางวัลของน้อง “เนเน่ รอยัล”วัย 16 เลือกเงินก้อน 10-14 ล้าน ทิ้งส่วนต่าง 20 ล้านจากการทยอยรับ 40 ปี เพราะคอนโดย่านบางนาจากเจ้าสัวธนินท์ กับ MG MAXUS 9 มาถึงมือก่อนแล้ว
9 ต.ค. 2569 เนเน่ รอยัล แชมป์ AGT วัย 16 กับคุณพ่อ เฉลยแล้วว่าขอรับเงินรางวัลเป็นเงินก้อน ราว 10-14 ล้าน ไม่เอาทยอยรับปีละ 8.3 แสน ยาว 40 ปี รวม 33 ล้าน
ส่วนต่างที่ปล่อยไปราว 20 ล้าน เจ้าตัวบอกว่าไม่ถึง 1 ล้านดอลลาร์ก็ไม่เป็นไร เพราะของหนักในชีวิตมาถึงมือก่อนแล้ว คอนโดย่านบางนาที่เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ มอบให้ ตามรายงานมูลค่าหลายสิบล้าน รถ MG MAXUS 9 และโอกาสจากผู้ใหญ่ที่เอ็นดูเธอมาตลอด ที่เหลือคือทำเพลงร็อกที่รักต่อ ลองคิดเลขตามดิ ปีละ 8.3 แสน คือเดือนละเกือบ 7 หมื่น ฟังดูสบาย แต่เป็นเงินพอใช้ ไม่ใช่ก้อนที่เอาไปทำอัลบั้ม จ่ายห้องอัดได้
ส่วนต่าง 20 ล้านที่ปล่อยมือ ถูกถมด้วยคอนโดกับรถไปก่อนเธอตัดสินใจแล้ว เออ ยังเด็ก เงินหาใหม่ได้อีกยาว แต่จังหวะที่โลกเพิ่งจำชื่อเราได้ หาคืนไม่ได้ ก้อนเล็กที่ได้ลงมือตอนไฟยังแรง กับก้อนใหญ่ที่มาครบตอนอายุ 56 คุณจะเลือกแบบไหน
เมื่อวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม 2569 เวลา 6.00 pm-9.00 pm กงสุลใหญ่ ณ นครลอส แอนเจลิส คนที่ 19 สมภพ เสริมสวัสดิ์ศรี และคู่สมรส ผศ.ดร.ทพญ.สุพรรณิการ์ เรืองศรี เปิดบ้านพักกงสุลใหญ่ฯ เลขที่ 621 S. Lorraine Blvd., Los Angeles, CA 90005 จัดงานสื่อมวลชนสัมพันธ์ เพื่อร่วมพบปะ แนะนำตัว พร้อมทำความรู้จักกับสื่อมวลชนไทยในแอลเอ อย่างเป็นทางการ เป็นครั้งแรก
งานครั้งนี้จัดขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนไทยในแอลเอได้พูดคุย แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับ กงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส คนใหม่ และข้าราชการสถานกงสุลใหญ่ฯ เพื่อประโยชน์ในการสื่อสารและทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนไทยในแอลเอและพื้นที่ข้างเคียงต่อไป
โอกาสนี้ ในนามสื่อมวลชนไทยในแอลเอ ต้องขอขอบพระคุณท่านกงสุลใหญ่ฯ และครอบครัวตลอดจนทีมงานทุกท่านที่ จัดงานต้อนรับเป็นอย่างดียิ่งโดยเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำ มีทั้งอาหารอร่อยๆมากมายหลากหลายเมนู ตลอดจนขนมของหวาน ผลไม้และมีเครื่องดื่มค็อกเทลสูตรพิเศษ“Tom Kha Colada & Peach Margarita“ให้ลองลิ้มชิมรสกันอย่างเพลิดเพลิน ที่พิเศษสุดไปกว่านั้น กงสุลใหญ่ฯคนใหม่ และภริยา ได้ให้เกียรติร่วมร้องเพลงคาราโอเกะ ในบรรยากาศที่แสนอบอุ่น สนุกสนาน และเป็นกันเอง สร้างความประทับใจให้กับสื่อมวลชนทุกคนที่ได้ไปร่วมงาน
(ภาพ:ข่าว:ทีมงานไทยแอลเอ.)
คณะกรรมการโนเบลแห่งนอร์เวย์ประกาศมอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ประจำปี 2026 ให้แก่ นาวาเนเธม "นาวี" พิลเลย์ อดีตข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ และนักกฎหมายและผู้พิพากษาระหว่างประเทศเชื้อสายทมิฬอินเดียจากแอฟริกาใต้ เพื่อยกย่องความกล้าหาญและความมุ่งมั่นในการส่งเสริมสันติภาพ หลักนิติธรรม และการดำเนินคดีอาชญากรรมสงคราม อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
คณะกรรมการโนเบลแห่งนอร์เวย์ประกาศมอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ประจำปี 2026 ให้แก่ นาวาเนเธม "นาวี" พิลเลย์ เพื่อยกย่องผลงานในการส่งเสริมสันติภาพและกฎหมายระหว่างประเทศ โดยระบุว่าเธอเป็นบุคคลที่มีความกล้าหาญและยึดมั่นในความถูกต้องอย่างโดดเด่น อีกทั้งมีบทบาทสำคัญในการผลักดันระเบียบกฎหมายระหว่างประเทศให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการทำให้ผู้ก่ออาชญากรรมสงคราม อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
พิลเลย์เกิดในครอบครัวเชื้อสายทมิฬอินเดียในเมืองเดอร์บัน ประเทศแอฟริกาใต้ ในยุคที่ประเทศยังอยู่ภายใต้ระบบแบ่งแยกสีผิว เธอเติบโตขึ้นมาในสังคมที่เต็มไปด้วยการเลือกปฏิบัติ การแบ่งแยก และการกีดกันอย่างเป็นระบบ ก่อนก้าวเข้าสู่วิชาชีพกฎหมายและสร้างชื่อในฐานะนักกฎหมายผู้บุกเบิกที่ท้าทายความไม่เป็นธรรมดังกล่าว
เส้นทางการทำงานของพิลเลย์เริ่มต้นจากการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่เนลสัน แมนเดลา และบุคคลอื่น ๆ ที่ต่อสู้กับระบบแบ่งแยกสีผิว ก่อนที่เธอจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้พิพากษาในคดีสำคัญระดับนานาชาติ ซึ่งมีส่วนกำหนดพัฒนาการของกฎหมายระหว่างประเทศในยุคปัจจุบัน
ตลอดเส้นทางอาชีพ พิลเลย์ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลสูงของแอฟริกาใต้ ผู้พิพากษาศาลอาญาระหว่างประเทศสำหรับรวันดา และผู้พิพากษาศาลอาญาระหว่างประเทศ นอกจากนี้ เธอยังเคยดำรงตำแหน่งข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ และจนถึงช่วงที่ผ่านมาเป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนระหว่างประเทศอิสระของสหประชาชาติว่าด้วยดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง
ปัจจุบัน พิลเลย์ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือ ICJ ในคดีที่เมียนมาถูกกล่าวหาว่ากระทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
คณะกรรมการโนเบลระบุว่า พิลเลย์มีส่วนสำคัญในการแสดงให้เห็นว่า กลไกทางกฎหมายสามารถช่วยป้องกันสงครามและความรุนแรงได้ อีกทั้งยังสนับสนุนการพัฒนาสถาบันด้านกฎหมายระหว่างประเทศ ความเป็นอิสระ ความเชี่ยวชาญ และความมุ่งมั่นของเธอ ทำให้เธอได้รับการยอมรับอย่างสูงในแวดวงนักกฎหมายระหว่างประเทศ
พิลเลย์มีบทบาทผลักดันให้รัฐและผู้นำประเทศต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตน พร้อมสร้างความหวังให้แก่ผู้ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงและความขัดแย้ง ในทุกตำแหน่งที่เธอเคยดำรง เธอเน้นย้ำว่าทั้งบุคคลและรัฐมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามหลักนิติธรรม อีกทั้งยังมีส่วนช่วยกำหนดบรรทัดฐานและหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
หนึ่งในผลงานสำคัญเกิดขึ้นระหว่างการพิจารณาคดีของศาลอาญาระหว่างประเทศสำหรับรวันดา ซึ่งมีการวางหลักว่า การข่มขืนและความรุนแรงทางเพศอาจเข้าข่ายอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และอาจถือเป็นส่วนหนึ่งของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ได้ โดยอิทธิพลและบทบาทของพิลเลย์เป็นปัจจัยสำคัญต่อพัฒนาการทางกฎหมายดังกล่าว
ในคดีเดียวกัน ยังเกิดความก้าวหน้าทางกฎหมายอีกประการหนึ่ง เมื่อจำเลยถูกตั้งข้อหายุยงให้เกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เป็นครั้งแรก โดยมีพื้นฐานจากการเผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อเพียงอย่างเดียว ซึ่งพิลเลย์มีบทบาทสำคัญในการผลักดันความก้าวหน้าครั้งนี้
คณะกรรมการโนเบลระบุว่า รางวัลสันติภาพประจำปี 2026 สอดคล้องโดยตรงกับเจตนารมณ์ในพินัยกรรมของอัลเฟรด โนเบล ผู้ก่อตั้งรางวัล โดยพิลเลย์มีส่วนส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชาติ และผลักดันการใช้กระบวนการศาลเพื่อสร้างสันติภาพและความยุติธรรมอย่างเป็นระบบ ซึ่งช่วยเพิ่มเนื้อหา ทิศทาง และแรงผลักดันให้แก่กระบวนการประชุมเพื่อสันติภาพในรูปแบบสมัยใหม่
คณะกรรมการกล่าวทิ้งท้ายว่า พิลเลย์เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่ปกป้องหลักกฎหมายระหว่างประเทศในยุคปัจจุบัน เส้นทางอาชีพอันโดดเด่นของเธอสะท้อนถึงความจำเป็นในการสนับสนุน เสริมสร้าง และขยายหลักนิติธรรมในระดับโลก ขณะที่ความมุ่งมั่นต่อความยุติธรรมและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเธอ เป็นแหล่งความหวังและแรงบันดาลใจสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นโลกมีสันติภาพมากยิ่งขึ้น.
ที่มา Nobel Prize
เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ (ICE) ยิงชายชาวโดมินิกัน วัย 28 ปี ได้รับบาดเจ็บในย่านมาร์เบิลฮิลล์ เขตบรองซ์ นครนิวยอร์ก ขณะชายคนดังกล่าวอยู่ในรถพร้อมเด็กอายุ 5 ขวบ ด้านกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิระบุว่าเป็นปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหาที่มีประวัติอาชญากรรม ขณะที่นายกเทศมนตรีนิวยอร์กประณามเหตุการณ์ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลกลางยุติการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองในเมือง
เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ (ICE) ยิงชายคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บในย่านมาร์เบิลฮิลล์ เขตบรองซ์ นครนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 8 ต.ค.ตามเวลาท้องถิ่น โดยขณะเกิดเหตุมีเด็กอายุ 5 ขวบอยู่ในรถคันเดียวกับชายคนดังกล่าวด้วย เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลาง
กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ (DHS) ซึ่งกำกับดูแล ICE แถลงว่า เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินปฏิบัติการเฉพาะเจาะจงเพื่อจับกุมชายคนหนึ่งจากสาธารณรัฐโดมินิกัน ซึ่งมีประวัติอาชญากรรม ระหว่างปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ ICE ได้ใช้อาวุธปืนยิงชายคนดังกล่าวได้รับบาดเจ็บ โดยเจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือทันที และนำตัวส่งโรงพยาบาลในพื้นที่ ขณะนี้ชายคนดังกล่าวยังมีชีวิตอยู่
โซห์ราน มัมดานี นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เป็นสถานการณ์ที่ร้ายแรงอย่างยิ่งและไม่อาจยอมรับได้ โดยรายงานเบื้องต้นระบุว่า เจ้าหน้าที่ล้อมรถของชายคนดังกล่าว ซึ่งมีเด็กอายุ 5 ขวบอยู่ภายใน ก่อนยิงปืนหลายนัด ทั้งนี้ เชื่อว่าเด็กไม่ได้รับบาดเจ็บทางร่างกาย
ในการแถลงข่าวช่วงค่ำวันเดียวกัน มัมดานีเปิดเผยว่า เขาได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และมาร์กเวย์น มัลลิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ เพื่อเจรจาขอให้ปล่อยตัวชายที่ถูกเจ้าหน้าที่ ICE ยิง แต่การเจรจาไม่ประสบผลสำเร็จ
มัมดานีกล่าวว่า เขาเรียกร้องให้รัฐบาลทรัมป์ยุติปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองในนครนิวยอร์ก โดยระบุว่า ปฏิบัติการลักษณะนี้ทำให้เมืองมีความปลอดภัยลดลง พร้อมย้ำว่า ชาวนิวยอร์กต้องการให้ ICE ออกจากเมือง รวมถึงโรงเรียน โรงพยาบาล และพื้นที่สาธารณะ เพื่อไม่ให้เด็กและประชาชนต้องเผชิญกับความหวาดกลัว
ด้านเจสสิกา ทิช ผู้บัญชาการตำรวจนครนิวยอร์ก กล่าวว่า ตำรวจได้ตรวจสอบความปลอดภัยของเด็กที่อยู่ในรถแล้ว และพบว่าเด็กอยู่กับสมาชิกในครอบครัว โดยไม่ได้รับอันตรายทางร่างกาย
DHS ระบุเพิ่มเติมว่า ชายที่ถูกยิงมีประวัติอาชญากรรมในคดีลักทรัพย์มูลค่าสูง และเคยถูกจับกุมหลายครั้งในข้อหาทำร้ายร่างกาย ปล้นทรัพย์ ครอบครองยาเสพติด และครอบครองอาวุธ นอกจากนี้ กระทรวงยังกล่าวหาว่าเขามีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มทรินนิทาริออส (Trinitarios) ซึ่งกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุว่าเป็นกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ
ทิชเปิดเผยว่า ชายคนดังกล่าวมีอายุ 28 ปี และเคยถูกจับกุมในนครนิวยอร์กสองครั้งในปี 2023 และ 2025 ขณะที่ DHS ระบุว่า ก่อนหน้านี้เขาเคยถูกตำรวจนิวยอร์กจับกุมในเดือนธันวาคม 2023 และได้รับการปล่อยตัวในอีกไม่กี่วันต่อมา อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้เปิดเผยชื่อของชายคนดังกล่าวต่อสาธารณะ
เหตุยิงเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ พยานในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า เปโดร อัลมาเรซ ซึ่งทำงานอยู่ในร้านอาหารใกล้จุดเกิดเหตุ ได้ยินเสียงปืนจึงออกไปดู และพบเจ้าหน้าที่หลายคนสวมเครื่องแต่งกายของ ICE อยู่ในบริเวณดังกล่าว พร้อมรถยนต์ประมาณ 3-4 คัน
อัลมาเรซกล่าวว่า ตำรวจนครนิวยอร์กเดินทางมาถึงหลังจากนั้นประมาณ 10 นาที และชายที่ถูกยิงถูกนำตัวออกจากรถหลังรถพยาบาลมาถึงแล้ว ขณะที่บริเวณเกิดเหตุมีการกั้นเทปสีเหลืองปิดพื้นที่ถนนหนึ่งช่วงเพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบ
พยานของสำนักข่าวรอยเตอร์รายหนึ่งระบุว่า หญิงคนหนึ่งซึ่งยืนอยู่บนระเบียงอาคารที่มองเห็นจุดเกิดเหตุ ตะโกนใส่เจ้าหน้าที่ว่า "พวกคุณกำลังพรากลูก ๆ ของเราไป"
ต่อมาในช่วงค่ำ เคธี โฮชุล ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก กล่าวว่า เธอได้พูดคุยกับประธานาธิบดีทรัมป์เกี่ยวกับเหตุยิงดังกล่าว และแสดงความไม่พอใจอย่างยิ่งในนามของชาวนิวยอร์ก พร้อมเรียกร้องให้เปิดเผยภาพจากกล้องติดตัวเจ้าหน้าที่ เพื่อให้สาธารณชนตรวจสอบข้อเท็จจริงและทราบว่าเกิดอะไรขึ้นอย่างแท้จริง ขณะที่ทรัมป์ยังไม่ได้แสดงความเห็นต่อเหตุการณ์นี้ต่อสาธารณะ
มัมดานีกล่าวผ่าน X ว่า เขาจะไม่ยืนนิ่งดูเจ้าหน้าที่ ICE สร้างความหวาดกลัวให้แก่ชุมชน และระบุว่าจะขอให้ทรัมป์ยุติปฏิบัติการของ ICE ในนครนิวยอร์ก ซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคเดโมแครต โดยนิวยอร์กเป็นหนึ่งในหลายเมืองของสหรัฐฯ ที่มีนโยบายไม่ให้ตำรวจท้องถิ่นช่วยเหลือเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางในการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมือง
หลังเกิดเหตุ มีกลุ่มผู้ประท้วงรวมตัวกันบริเวณจุดเกิดเหตุในช่วงเย็น พร้อมตะโกนเรียกร้องความยุติธรรม และเรียกร้องให้ ICE ถอนตัวออกจากท้องถนน
เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งเกี่ยวกับมาตรการปราบปรามและเนรเทศผู้อพยพของรัฐบาลทรัมป์ โดยนับตั้งแต่ทรัมป์จากพรรครีพับลิกันกลับเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลางได้ยิงผู้คนอย่างน้อย 21 คน โดยมีผู้เสียชีวิต 7 คน ตามข้อมูลที่สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
ฝ่ายวิจารณ์มองว่า การเร่งเพิ่มจำนวนการเนรเทศผู้อพยพทำให้การเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชนมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น และกล่าวหารัฐบาลว่าพยายามหลีกเลี่ยงการตรวจสอบความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ทรัมป์ยืนยันว่าผู้อพยพจำนวนมากจำเป็นต้องถูกเนรเทศ โดยกล่าวหาผู้อพยพในภาพรวมว่าเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงทางการเงินและอาชญากรรมรุนแรง
ก่อนหน้านี้ในปีเดียวกัน ยังเกิดเหตุยิงที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ ICE ซึ่งเป็นที่จับตามองหลายครั้ง รวมถึงเหตุยิงเรเน กูด เสียชีวิตในเมืองมินเนอาโพลิส เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา.
ที่มา Reuters / BBC
© 2011 - 2026 Thai LA Newspaper 1100 North Main St, Los Angeles, CA 90012