13 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จากกรณีที่ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ออกมาสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับสำนักข่าวฟ็อกซ์นิวส์ ว่าเขากำลังพิจารณาอย่างจริงจังถึงแผนการที่จะทำให้เวเนซุเอลาและน้ำมันมูลค่า 40 ล้านล้านดอลลาร์ เป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐอเมริกาอย่างถาวร กำลังพิจารณา เวเนซุเอลา ซึ่งเป็นประเทศที่ร่ำรวยน้ำมันเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐอเมริกา
ความคืบหน้าล่าสุด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาโพสต์ภาพผ่านทางทรูธ โซเชียลส่วนตัว แสดงแผนที่ประเทศเวเนซุเอลา พร้อมธงชาติสหรัฐฯ และข้อความว่ารัฐที่ 51 ของอเมริกา ซึ่งโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ขณะที่ ทรัมป์ เดินทางเยือนจีน
13 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ และคณะผู้ติดตาม ซึ่งรวมถึง 'เจนเซน หวง' จาก Nvidia และ อีลอน มัสก์ เจ้าของเทสลาและสเปซเอ็กซ์ เดินทางถึงกรุงปักกิ่งแล้ว และได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่
ขณะที่เขากำลังเตรียมที่จะขอให้สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน "เปิดกว้าง" ให้กับธุรกิจของสหรัฐฯ ในช่วงเริ่มต้นของการประชุมสุดยอดเป็นเวลา 2 วัน ทรัมป์ กำลังพยายามคว้าชัยชนะทางเศรษฐกิจในการเยือนจีนครั้งแรกในรอบ 10 ปีนี้ และรักษาสันติภาพทางการค้าที่เปราะบางไว้เพื่อพยุงคะแนนนิยมของประชาชนที่ลดลงจากสงครามกับอิหร่าน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับการต้อนรับจากบุคคลสำคัญของจีน หานเจิ้ง รองประธานาธิบดีจีน เซี่ยเฟิง เอกอัครราชทูตจีนประจำวอชิงตัน หม่าเจาซี่ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงเดวิด เพอร์ดู ทูตพิเศษสหรัฐฯ ประจำปักกิ่ง
ขบวนทหารเกียรติยศที่จัดอย่างเป็นระเบียบ และนักเรียนชาวจีนหลายสิบคนโบกธงชาติสหรัฐฯ และจีน ขณะที่เขาลงจากเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน
ซึ่งระหว่างที่ ทรัมป์เดินอยู่บนพรมแดง นักเรียนจีนต่างตะโกนว่า "ยินดีต้อนรับ ยินดีต้อนรับ ยินดีต้อนรับอย่างอบอุ่น" เป็นภาษาจีนกลาง เขาก็ชูมือขึ้นและยิ้มกว้าง ก่อนจะขึ้นรถลีมูซีนสีดำออกไป
ซึ่งเหล่าบรรดาซีอีโอที่ร่วมเดินทางมากับ ทรัมป์ ส่วนใหญ่มาจากบริษัทที่ต้องการแก้ไขปัญหาทางธุรกิจกับจีน เช่น Nvidia ซึ่งประสบปัญหาในการขออนุญาตจำหน่ายชิปปัญญาประดิษฐ์ H200 อันทรงพลังในประเทศจีน
แหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้ซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อ กล่าวว่า ทรัมป์ ขอให้ 'เจนเซน หวง' เข้าร่วมทริปในนาทีสุดท้าย และมีคนเห็นเขากำลังขึ้นเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันระหว่างแวะเติมเชื้อเพลิง ก่อนเดินทางต่อไปยังปักกิ่ง
โดยก่อนหน้านี้ ทรัมป์ ได้ออกมาโพสต์โซเชียลว่า ผมจะขอให้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำที่มีความโดดเด่นเป็นพิเศษ ‘เปิดประเทศ’ เพื่อให้คนเก่งเหล่านี้ได้แสดงฝีมืออย่างเต็มที่
เมื่อถูกถามเกี่ยวกับโพสต์ของทรัมป์ นายกัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าวว่า ปักกิ่งพร้อมที่จะ "ขยายความร่วมมือ จัดการความแตกต่าง และสร้างเสถียรภาพและความแน่นอนให้มากขึ้นในโลกที่ปั่นป่วน"
ขณะที่ทรัมป์เตรียมตัวสำหรับงานพิธีอันยิ่งใหญ่ สก็อตต์ เบสเซนต์ ผู้เจรจาการค้าของเขาก็ได้เสร็จสิ้นการเจรจาเตรียมการเป็นเวลาสามชั่วโมงกับเจ้าหน้าที่จีนในเกาหลีใต้ สำนักข่าวซินหัวของจีน ได้รายงานการเจรจาว่า "ตรงไปตรงมา ลึกซึ้ง และสร้างสรรค์" แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ให้รายละเอียดสรุปใดๆ
การประชุมสองวันของทรัมป์จะรวมถึงงานเลี้ยงรับรองอย่างยิ่งใหญ่ที่มหาศาลาประชาชน การเยี่ยมชมวัดเทียนถาน ซึ่งเป็นศาสนสถานของจักรพรรดิที่มีอายุ 600 ปีในกรุงปักกิ่ง และงานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการ
นอกเหนือจากเรื่องการค้าแล้ว การเจรจายังครอบคลุมประเด็นอ่อนไหวอีกมากมาย ตั้งแต่สงครามอิหร่านไปจนถึงการขายอาวุธ ของสหรัฐฯ ให้แก่ไต้หวัน ซึ่งเป็นเกาะที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแต่จีนอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนนี้
เป็นที่คาดการณ์กันอย่างกว้างขวางว่า ทรัมป์ จะสนับสนุนให้ จีน โน้มน้าว อิหร่าน ให้ทำข้อตกลงกับ สหรัฐฯ เพื่อยุติความขัดแย้ง แม้ว่าเขาจะกล่าวว่าเขาไม่คิดว่าตนเองต้องการความช่วยเหลือจากจีนก็ตาม
จีนย้ำจุดยืนคัดค้านอย่างหนักแน่นต่อการขายอาวุธของสหรัฐฯ ให้แก่ไต้หวัน โดยสถานะของแพ็คเกจมูลค่า 14 พันล้านดอลลาร์ที่รอการอนุมัติจากทรัมป์ยังคงไม่ชัดเจน
สหรัฐอเมริกาผูกพันตามกฎหมายที่จะต้องจัดหาเครื่องมือในการป้องกันตนเองให้แก่ไต้หวัน แม้ว่าจะไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการก็ตาม จีนถือว่าเกาะที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของดินแดนตน
13 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ (Sergei Lavrov) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย กล่าวว่า รัฐบาลทรัมป์พยายาม "แย่งชิง" อิทธิพลเหนือตลาดพลังงานโลก
เป้าหมายของสหรัฐฯ คือการบีบให้บริษัทพลังงานของรัสเซีย เช่น ลูคอยล์ (Lukoil) และ รอสเนฟต์ (Rosneft) ออกจากตลาดระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นในการควบคุมการไหลเวียนของพลังงานทั่วโลก "สหรัฐอเมริกาได้นำเอกสารหลักการหลายฉบับมาใช้ ซึ่งหนึ่งในนั้นประกาศว่าสหรัฐฯ ต้องเป็นผู้นำตลาดพลังงานโลก" ดังนั้นเป้าหมายของพวกเขาจึงชัดเจนอย่างยิ่ง นั่นคือพวกเขาต้องการควบคุมเส้นทางการขนส่งพลังงานที่สำคัญทั้งหมด
ซึ่งคำกล่าวนี้ของ นายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ เกิดขึ้นในขณะที่สหรัฐฯ และ อิหร่านยังคงปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางที่พลังงานประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ของโลก
13 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า แหล่งข่าวจากอิสราเอลหลายคนเปิดเผยกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ อาจบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านก่อนที่จะพิจารณาประเด็นสำคัญบางประเด็นที่ผลักดันให้เริ่มสงคราม
แหล่งข่าวระบุอีกว่า ข้อตกลงที่ปล่อยให้โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านยังคงอยู่บางส่วน ขณะที่ละเลยประเด็นของขีปนาวุธ และการสนับสนุนกลุ่มตัวแทนในภูมิภาค จะทำให้อิสราเอลมองว่าสงครามครั้งนี้ยังไม่จบสิ้น "ความกังวลหลักคือทรัมป์จะเบื่อหน่ายการเจรจาและทำข้อตกลงใดๆ ก็ได้ โดยมีการประนีประนอมในนาทีสุดท้าย"
ถึงแม้ว่าเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ จะให้ความมั่นใจกับอิสราเอลว่า ประเด็นเรื่องคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของอิหร่านจะได้รับการแก้ไข แต่แหล่งข่าวกล่าวว่า การที่เห็นได้ชัดว่าไม่ได้กล่าวถึงขีปนาวุธและเครือข่ายตัวแทนของเตหะรานในการเจรจา 'เป็นเรื่องใหญ่'
ข้อตกลงบางส่วนที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาสำคัญบางประการของอิหร่านได้ ขณะเดียวกันก็ช่วยบรรเทาแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อประเทศนั้น อาจช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับอิหร่านและทำให้มีเงินสดไหลเข้าสู่ประเทศมากขึ้น
ข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน เพื่อยุติสงครามยังห่างไกลจากความแน่นอน เนื่องจากยังมีช่องว่างสำคัญในจุดยืนของทั้งสองฝ่ายเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และอนาคตของโครงการนิวเคลียร์และอิสราเอลกำลังเตรียมพร้อมสำหรับความเป็นไปได้ที่การสู้รบจะปะทุขึ้นอีกครั้ง แต่รัฐบาลทรัมป์ยังคงผลักดันเส้นทางการทูตต่อไป โดยไม่อยากเริ่มความขัดแย้งอีกครั้ง
ช่วงต้นของสงคราม ทรัมป์เสนอว่าสหรัฐฯ ต้องการทำลายโครงการขีปนาวุธของอิหร่าน ยุติการสนับสนุนกลุ่มตัวแทนในภูมิภาค และปิดโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านเพื่อไม่ให้สามารถพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้ แต่หลังจากผ่านไป 10 สัปดาห์ การเจรจาได้มุ่งไปที่ยูเรเนียม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมให้ถึงระดับที่ใช้ในการผลิตอาวุธ และการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ได้แถลงการณ์การจำกัดเป้าหมายให้แคบลง เมื่อเดือน ก.พ. ก่อนสงคราม 'เนทันยาฮู' ได้วางเงื่อนไข 5 ประการสำหรับข้อตกลงที่ยอมรับได้ ได้แก่ การกำจัดยูเรเนียมเสริมสมรรถนะทั้งหมด การรื้อถอนโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียม การจัดการกับขีปนาวุธ การรื้อถอนเครือข่ายตัวแทนในภูมิภาคของอิหร่าน และการตรวจสอบนิวเคลียร์อย่างเข้มงวด
แต่สัปดาห์ที่แล้วในการปราศรัยผ่านวิดีโอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีความมั่นคงของอิสราเอล เขาได้ลดเงื่อนไขเหล่านั้นเหลือเพียงข้อเดียว เป้าหมายที่สำคัญที่สุดคือการกำจัดวัสดุเสริมสมรรถนะจากอิหร่าน วัสดุเสริมสมรรถนะทั้งหมด และการรื้อถอนโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมของอิหร่าน โดยไม่ได้กล่าวถึงขีปนาวุธหรือกลุ่มตัวแทน เช่น ฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนหรือฮามาสในฉนวนกาซา
โดยแหล่งข่าวได้ระบุว่า ประเด็นขีปนาวุธและกลุ่มตัวแทนน่าจะถูกตัดออกไปแล้ว เนื่องจากดูเหมือนว่าจะไม่ได้รวมอยู่ในร่างการเจรจาทางการทูตเบื้องต้น และนั่นเป็นเหตุผลที่เนทันยาฮูให้ความสำคัญกับยูเรเนียมในฐานะภัยคุกคามที่เร่งด่วนที่สุด เนทันยาฮู ติดต่อโดยตรงกับ ทรัมป์ เนื่องจากเขาไม่ไว้วางใจ สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษสหรัฐฯ และจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของทรัมป์ ซึ่งเป็นผู้นำการเจรจากับอิหร่าน เนทันยาฮูจึงพยายามรวบรวมข้อมูลข่าวกรองจากปากีสถาน กาตาร์ และอิหร่านเพื่อเจรจาทางการทูตลับกับอิหร่าน
เจ้าหน้าที่อิสราเอลอีกคนเปิดเผยกับซีเอ็นเอ็นว่า มีความกังวลอย่างแท้จริงว่าทรัมป์จะบรรลุข้อตกลงที่ไม่ดี อิสราเอลกำลังพยายามมีอิทธิพลต่อข้อตกลงนั้นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ เนทันยาฮู ระมัดระวังเกี่ยวกับระดับแรงกดดันที่จะใช้ เพราะกลัวว่าจะถูกมองว่ากำลังนำทรัมป์กลับไปสู่สงคราม
หน่วยงานด้านความมั่นคงของอิสราเอลยังมีความกังวลเป็นพิเศษเกี่ยวกับข้อตกลงชั่วคราวที่จะขยายเวลาหยุดยิง การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และลดแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านโดยไม่แตะต้องประเด็นนิวเคลียร์เลย
แต่ทาง อิหร่าน ยืนยันว่า ข้อตกลงเบื้องต้นควรครอบคลุมเฉพาะการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรและช่องแคบเท่านั้น โดยเรื่องนิวเคลียร์จะถูกเลื่อนไปในขั้นตอนต่อไป
ด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิสราเอล ระบุว่า อิสราเอลยังคงเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดต่อความล้มเหลวของการเจรจา เรากำลังจับตาดูสถานการณ์อยู่ เราจะยินดีหากไม่มีข้อตกลง เราจะยินดีหากการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซยังคงดำเนินต่อไป และเราจะยินดีหากอิหร่านโจมตีเพิ่มอีก 2-3 ครั้ง
อีกทั้งเขายังยอมรับว่าการตัดสินใจขั้นสุดท้ายขึ้นอยู่กับ ทรัมป์ และการยกระดับความขัดแย้งเป็นสถานการณ์ที่เป็นไปได้ หากอิหร่านยังคงเล่นเกมและยืดเยื้อการเจรจา
สหรัฐฯ และ อิสราเอลยังคงประสานงานกันเกี่ยวกับแผนการทางทหารที่อาจเกิดขึ้นในอิหร่าน รวมถึงการโจมตีโรงงานพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนการสังหารผู้นำอิหร่าน หากการเจรจาล้มเหลว
แนวคิดเรื่องข้อกำหนดการหมดอายุ ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาในการเจรจา ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่จะอนุญาตให้ข้อจำกัดบางอย่างหมดอายุลงหลังจากจำนวนปีที่กำหนด การหมดอายุนั้นจะอนุญาตให้อิหร่านกลับมาดำเนินกิจกรรมนิวเคลียร์บางอย่างได้ เช่นเดียวกับข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านปี 2015 ที่เจรจาภายใต้ประธานาธิบดี บารัก โอบามา โดยทั้ง เนทันยาฮู และ ทรัมป์ วิพากษ์วิจารณ์ข้อตกลงนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และอิสราเอลก็กังวลว่ากรอบการเจรจาในปัจจุบันอาจมีองค์ประกอบที่คล้ายคลึงกัน
อิสราเอลกำลังผลักดันให้เพิ่มข้อกำหนด 2 ข้อที่อาจทำให้ข้อตกลงแตกต่างจากข้อตกลงสมัย บารัค โอบามา ได้แก่ การห้ามการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมอย่างเด็ดขาดในช่วงระยะเวลาสิ้นสุด และการรื้อถอนโรงงานใต้ดินฟอร์โดว์ของอิหร่านและพิกแอ็กซ์เมาน์เทน ซึ่งทั้งสองแห่งเป็นพื้นที่ใต้ดินที่มีการป้องกันอย่างแน่นหนา และเชื่อกันว่าอิหร่านกำลังพัฒนาขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์
เรียบเรียงจาก : CNN
© 2011 - 2026 Thai LA Newspaper 1100 North Main St, Los Angeles, CA 90012