ข่าว
พังพินาศ! "รัสเซีย” กระหน่ำยิงโดรน-ขีปนาวุธถล่มยูเครน ดับ 14 ศพ หวั่นสงครามขยายยืดเยื้อ

"รัสเซีย” กระหน่ำยิงโดรน-ขีปนาวุธถล่มยูเครน ดับ 14 ศพ หวั่นสงครามขยายยืดเยื้อ วันที่ 17 เมษายน 2569 ทางการยูเครน เปิดเผยว่า รัสเซีย ได้เปิดฉาก โจมตีทางอากาศ ด้วย โดรน และ ขีปนาวุธ เข้าใส่หลายพื้นที่ทั่วประเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 14 ราย และบาดเจ็บจำนวนมาก โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นทันทีหลังจากการประกาศ หยุดยิง 32 ชั่วโมง เนื่องในวันอีสเตอร์ของชาวคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์

นายเซอร์เก ลีซัค หัวหน้าฝ่ายบริหารทหารเมือง โอเดซา รายงานผ่านเทเลแกรมว่า การโจมตีในเมืองท่าสำคัญทางตอนใต้แห่งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 7 ราย ขณะที่ในกรุง เคียฟ นายวิตาลี คลิทช์โก นายกเทศมนตรีของกรุงเคียฟ กล่าวว่า มีผู้เสียชีวิต 4 ราย หนึ่งในนั้นเป็นเด็กชายวัยเพียง 12 ปี

การโจมตีในครั้งนี้ทำให้ อาคารที่พักอาศัย และ รถยนต์ในกรุงเคียฟ เกิดเพลิงไหม้รุนแรง หน้าต่างและอาคารหลายแห่งได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะใน เขตโปดิลสกี เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเร่งช่วยเหลือเด็กออกจากซากอาคารอพาร์ตเมนต์ 18 ชั้นที่ถูก โดรน พุ่งชนโดยตรง นอกจากนี้ยังมีผู้เสียชีวิตอีก 3 รายใน ภูมิภาคดนีโปรเปโตรวสค์

ทางด้าน กองทัพอากาศยูเครน ได้เปิดเผยว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา กองทัพอากาศได้ ยิงตกหรือทำลายขีปนาวุธของรัสเซีย 31 ลูก และ โดรน 636 ลำ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการตอบโต้จากยูเครนที่แข็งแกร่ง

ในฝั่งรัสเซีย นายเวเนียมิน คอนดราเยฟ ผู้ว่าการภูมิภาค คราสโนดาร์ รายงานว่ามี เด็ก 2 ราย เสียชีวิตจากเหตุโดรนโจมตีอาคารที่พักอาศัยในเมืองตูอัปเซ ทางตอนใต้ของรัสเซีย ซึ่งเป็นหนึ่งในปฏิบัติการตอบโต้ของยูเครน

สงครามยูเครน ยังคงยืดเยื้อเข้าสู่ปีที่ 5 โดย สหรัฐฯ พยายามทำหน้าที่ตัวกลางในการเจรจาสันติภาพ แต่กระบวนการดังกล่าวกลับต้องหยุดชะงักลง หลังจาก ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หันไปให้ความสำคัญกับสงครามในตะวันออกกลาง

ยูเครน ยังยึดมั่นในข้อเสนอที่จะให้ หยุดยิงถาวร เป็นก้าวแรกในการเจรจาสันติภาพ แต่ทาง มอสโก ยืนกรานว่า ต้องบรรลุข้อตกลงสันติภาพก่อนถึงจะยุติการสู้รบ ซึ่งทำให้ ยูเครน ออกมาตำหนิว่า รัสเซีย ไม่มีความจริงใจในการยุติสงคราม

ทรัมป์เสนอชื่อ “มิเชล พาร์ค สตีล” นั่งทูตสหรัฐประจำเกาหลีใต้

ประธานาธิบดีสหรัฐ Donald J.Trump ได้เสนอชื่อ Michelle Park Steel อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากรัฐแคลิฟอร์เนียสองสมัย พรรครีพับลิกัน ให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำเกาหลีใต้ เมื่อวันจันทร์ (ตามเวลาท้องถิ่น)

การเสนอชื่อครั้งนี้อาจช่วยยุติช่วงเวลาที่ตำแหน่งดังกล่าวว่างลงมานานกว่า 15 เดือน

หากได้รับการรับรองจาก United States Senate มิเชล สตีลจะกลายเป็น “ชาวอเมริกันเชื้อสายเกาหลีคนที่สอง” ที่ดำรงตำแหน่งนี้ ต่อจาก Sung Kim ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งระหว่างปี 2011–2014

ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ (Cheong Wa Dae) แสดงความยินดีต่อการเสนอชื่อครั้งนี้ โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ Park Il ระบุว่าเกาหลีใต้มีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสหรัฐ และหากมิเชล สตีลได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ

“คาดว่าจะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ทวิภาคีและมิตรภาพระหว่างสองประเทศ”

การเสนอชื่อครั้งนี้ได้รับความสนใจ ไม่ใช่แค่เพราะเธอมีเชื้อสายเกาหลี แต่เพราะเธอมาจาก “สายการเมือง” ไม่ใช่สายการทูตอาชีพ

ในกรุงวอชิงตันและในแวดวงรีพับลิกัน เธอถูกมองว่าเป็น “พันธมิตรใกล้ชิดของทรัมป์”และเป็นคนที่สามารถถ่ายทอดนโยบายของรัฐบาลไปยังกรุงโซลได้โดยตรงมากกว่านักการทูตแบบดั้งเดิม

สามีของเธอShawn Steel อดีตประธานพรรครีพับลิกันรัฐแคลิฟอร์เนีย ก็เป็นบุคคลที่มีบทบาทในเครือข่ายอนุรักษนิยมเช่นกัน

มิเชล สตีลเกิดที่กรุงโซลในปี 1955 ใช้ชีวิตช่วงหนึ่งในญี่ปุ่นก่อนย้ายไปสหรัฐในช่วงกลางทศวรรษ 1970

เธอจบปริญญาตรีที่ Pepperdine University และสำเร็จ MBA จาก University of Southern California (USC)

เธอสามารถพูดได้ทั้งภาษาเกาหลีและญี่ปุ่นอย่างคล่องแคล่ว ในฐานะสมาชิกสภาคองเกรส เธอมีจุดยืนชัดเจน เช่น:

• สนับสนุนนโยบายแข็งกร้าวต่อจีน

• เป็นสมาชิกคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องกับจีน

• วิจารณ์ประเด็นสิทธิมนุษยชน

• ชี้ปัญหาการขโมยทรัพย์สินทางปัญญา

• ให้ความสำคัญกับผู้ลี้ภัยเกาหลีเหนือในจีน

นอกจากนี้ เธอยังเน้นความสำคัญของความร่วมมือ 3 ฝ่าย ระหว่าง “เกาหลีใต้ – สหรัฐ – ญี่ปุ่น”

มิเชล สตีลจะต้องผ่านกระบวนการไต่สวนและรับรองจากวุฒิสภา (United States Senate) รายละเอียดในขั้นตอนต่อไป

( โปรดอ่านคอลัมน์ บ้านเขา เมืองเรา โดย คิด ฉัตรประภาชัย )


โป๊ปเลโอ ที่ 14 ซัด โลกกำลังถูกทำลายโดย “ทรราชเพียงไม่กี่คน” ที่ทุ่มงบมหาศาลทำสงคราม

พระสันตะปาปาเลโอที่ 14 แสดงจุดยืนวิพากษ์วิจารณ์ผู้นำโลกที่ใช้งบประมาณมหาศาลไปกับสงคราม พร้อมกล่าวว่า โลกกำลังถูกทำลายโดย “ทรราชเพียงไม่กี่คน” ระหว่างการเยือนประเทศแคเมอรูนอย่างเป็นทางการ

วันที่ 17 เมษายน 2569 พระสันตะปาปาเลโอที่ 14 องค์ประมุขแห่งคริสตจักร นิกายโรมันคาทอลิก มีพระดำรัสอย่างหนักแน่นระหว่างเยือนเมืองบาเมนดา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของแคเมอรูน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เผชิญความรุนแรงจากการก่อความไม่สงบต่อเนื่องเกือบ 10 ปี

พระองค์ทรงวิจารณ์บรรดาผู้นำที่ “เมินเฉยต่อความจริง” ว่า มีการใช้เงินหลายพันล้านดอลลาร์ไปกับการเข่นฆ่าและการทำลายล้าง ขณะที่งบประมาณสำหรับการเยียวยา การศึกษา และการฟื้นฟูกลับหาได้ยาก พระองค์ยังตรัสว่า “เจ้าแห่งสงครามทำเหมือนไม่รู้ว่า การทำลายล้างใช้เวลาเพียงชั่วขณะ แต่การสร้างขึ้นใหม่ บางครั้งใช้เวลาทั้งชีวิตก็ยังไม่พอ”

นอกจากนี้ พระองค์ยังประณามการแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในภูมิภาค พร้อมชี้ว่าผู้ที่ปล้นทรัพยากรของผู้อื่น มักนำผลกำไรไปซื้ออาวุธ ส่งผลให้วงจรแห่งความไม่มั่นคงและความตายดำเนินต่อไปไม่สิ้นสุโดยแคเมอรูนเผชิญเหตุรุนแรงจากกลุ่มกบฏในพื้นที่มานานหลายปี มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 6,000 ศพ และประชาชนจำนวนมากต้องพลัดถิ่น

ทั้งนี้ ท่าทีของพระสันตะปาปาเลโอ มีขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังเกิดวิวาทะกับโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งโจมตีพระองค์ผ่านทรูธ โซเชียล จากกรณีที่พระองค์เรีกยร้องสันติภาพ วิจารณ์ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน

โดยแสดงความกังวลต่อคำขู่ของทรัมป์ที่ระบุว่า “อารยธรรมทั้งหมดจะถูกทำลายในคืนนี้” หากอิหร่านไม่ยอมทำตามข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ เพื่อยุติสงครามและเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แม้เผชิญแรงกดดันทางการเมือง พระองค์ยืนยันตั้งแต่เริ่มการเยือนแอฟริกาว่า ไม่ต้องการเปิดศึกโต้เถียงกับทรัมป์ แต่จะเดินหน้าส่งสารแห่งสันติภาพต่อไป.

ที่มา BBC


อิหร่านย้ำเปิดฮอร์มุซ “แค่เรือสินค้า” ส่วน “เรือรบ” ยังห้ามผ่านเด็ดขาด...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 17 เม.ย. ว่าสถานีโทรทัศน์แห่งชาติของอิหร่านรายงาน โดยอ้างเป็นคำกล่าวของแหล่งข่าวระดับสูงทางทหาร ว่า “การเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซของเรือรบ และเรือที่เกี่ยวข้องกับการทหาร ยังคงไม่ได้รับอนุญาตอย่างเด็ดขาด”...

ขณะเดียวกัน เรือพลเรือนหรือเรือพาณิชย์จะต้องสัญจรผ่านเส้นทางน้ำดังกล่าว ตามเส้นทางที่กำหนดไว้ และต้องได้รับอนุญาตจากกองทัพเรือของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม ( ไออาร์จีซี ) ก่อนเท่านั้น

ทั้งนี้ นายอับบาส อารักชี รมว.กระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน เป็นผู้ประกาศว่า เพื่อขานรับมาตรการหยุดยิงในเลบานอน อิหร่านจึงตัดสินใจเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือพาณิชย์ทุกลำสัญจรได้อย่างเต็มที่ตลอดช่วงเวลาสงบศึกที่เหลือ โดยเน้นย้ำให้เรือทุกประเภทปฏิบัติตามเส้นทางเดินเรือ ที่องค์การท่าเรือและการขนส่งทางน้ำของอิหร่านกำหนดไว้เท่านั้น...

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ แม้กล่าวขอบคุณ แต่ยืนยันว่า กองทัพสหรัฐจะยังคงปฏิบัติการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านต่อไป จนกว่ารัฐบาลของทั้งสองประเทศจะสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ “100%”....

นายอับบาส อารักชี รมว.กระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า “เพื่อให้สอดคล้องกับการหยุดยิงในเลบานอน อิหร่านขอประกาศเปิดเส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซสำหรับเรือพาณิชย์ทุกลำ อย่างเต็มที่ตลอดช่วงระยะเวลาการหยุดยิงที่เหลืออยู่ โดยให้ใช้เส้นทางเดินเรือที่มีการประสานงานกัน ตามที่องค์การท่าเรือและการขนส่งทางน้ำของอิหร่านประกาศไว้ก่อนหน้านี้”...

ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ โพสต์ข้อความบนทรูธ โซเชียล ขอบคุณอิหร่านสำหรับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ...

ทั้งนี้ อิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ตกลงสงบศึกเป็นเวลา 10 วัน ตั้งแต่วันที่ 17 เม.ย. ส่วนสหรัฐกับอิหร่านอยู่ระหว่างหยุดยิงเป็นเวลา 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย. โดยจะครบกำหนดในวันที่ 22 เม.ย. นี้....

เครดิตภาพ : AFP...


เมียนมาฉลุย “นิรโทษ 4,335 คน” ในวันปีใหม่-อดีตประธานาธิบดีวิน มินต์ พ้นคุกด้วย...

รอยเตอร์ รายงานวันที่ 17 เม.ย. ว่า พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีคนใหม่ของเมียนมา อนุมัติให้ นิรโทษกรรม นักโทษจำนวน 4,335 คน

ถือเป็นการปล่อยตัวผู้ต้องโทษคุมขังครั้งที่ 3 ในรอบ 6 เดือน ปกติเมียนมามีการนิรโทษกรรมเป็นประจำทุกปีเพื่อเฉลิมฉลองวันประกาศอิสรภาพในเดือนม.ค. และวันปีใหม่ (ตะจาน) ในเดือนเม.ย

สำหรับนักโทษ 4,335 คนที่จะได้รับการปล่อยตัว มีชาวต่างชาติ 179 คนซึ่งจะถูกส่งตัวกลับประเทศ รวมถึงนายวิน มินต์ อดีตประธานาธิบดีรัฐบาลพลเรือน ซึ่งได้รับการนิรโทษและลดโทษที่เหลืออยู่ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด

สถานีวิทยุและโทรทัศน์แห่งชาติเมียนมา (เอ็มอาร์ทีวี) ระบุด้วยว่ามีการลดโทษประหารเป็นจำคุกตลอดชีวิต ลดโทษจำคุกตลอดชีวิตเหลือ 40 ปี และลดระยะเวลาจำคุกลง 1 ใน 6 สำหรับนักโทษคนอื่นๆ โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม...

สมาคมช่วยเหลือผู้ต้องขังทางการเมือง (เอเอพีพี) องค์กรสิทธิมนุษยชนอิสระที่ก่อตั้งโดยอดีตนักโทษการเมืองชาวเมียนมาเพื่อดำเนินการตรวจสอบ บันทึก และรายงานการจับกุม การสังหาร และการทรมานผู้ต้องโทษของรัฐบาลทหารเมียนมา กล่าวว่ามีผู้ถูกควบคุมตัวในข้อหาทางการเมืองมากกว่า 30,000 คน

นับตั้งแต่กองทัพภายใต้การนำของพล.อ.มิน อ่อง หล่าย ก่อรัฐประหารโค่นรัฐบาลพลเรือนในปี 2564 รวมถึงนางออง ซาน ซู จี บรรดาสมาชิกพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) นักกิจกรรม ผู้ประท้วง และสมาชิกกองกำลังต่อต้านรัฐบาลทหารอีกหลายพันคนยังถูกคุมขัง...

นางซู จี ในวัย 80 ปี ถูกจำคุกเป็นเวลา 27 ปีตามความผิดหลายข้อหา ตั้งแต่ยุยงปลุกปั่น ทุจริต ฉ้อโกงการเลือกตั้ง และละเมิดกฎหมายความลับของรัฐซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นการกระทำเพื่อจุดประสงค์ทางการเมืองและกีดกันนางซู จี จากการครองอำนาจบริหารประเทศ

โดยนางซู จี ไม่ได้ปรากฏตัวต่อสาธารณะนับตั้งแต่สิ้นสุดการพิจารณาคดีที่ยืดเยื้อมานานและไม่มีการเปิดเผยว่าถูกคุมขังอยู่ที่ใดในปัจจุบัน ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนพ.ย.2568 รัฐบาลทหารเมียนมาแถลงว่าจะนิรโทษหรือยกเลิกข้อกล่าวหาต่อผู้ต้องโทษ 8,665 คน และในเดือน ม.ค.2569 ประกาศว่าจะปล่อยตัวนักโทษมากกว่า 6,000 คนเนื่องในวันประกาศอิสรภาพ...

งานประเพณีสงกรานต์วัดไทยแอลเอประจำปี 2569

เมื่อวันที่ 11-12 เมษายน ได้รับความสำเร็จด้วยดีมีผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมากมายทั้ง 2 วัน ตลาดอาหารวัดไทยเนื่องแน่นไปด้วยผู้คน ข้าวเหนียวมะม่วงที่มีชื่อเสียงของวัดไทยฯ โดยครูแดงรุ่งฤดี ธนสุกาญณ์จำหน่ายได้ถึง 20,137 เหรียญท่านได้ถวายให้แก่ทางวัดทั้งหมด (สาธุ) และทางวัดจัดให้มีการทำบุญตักบาตร ทำบุญอัฐิอุทิศส่วนกุศล ทำบุญถวายสังฆทาน พิธีสรงน้ำพระ รดน้ำขอพรผู้ใหญ่โดยสมาคมล้านนา ใส่บาตรพระประจำวัน

ด้านบันเทิงและสนุกสนานมีเพลงจากชมรมรักสุนทราภรณ์แอลเอโดยครูอี๊ดพิไลลักษณ์ฯ มีการประกวดหนูน้อยสงกรานต์และเทพีสงกรานต์สร้างความสนุกสนานให้กับกองเชียร์และผู้มาร่วมงาน มีการแสดงโขนจากกรมศิลปากรชุดพาลีสอนน้อง การแสดงนาฏศิลป์ของเด็กนักเรียนวัดไทย แฟชั่นโชว์ในชุดไทยประยุกต์จากร้านภูเขาโดยคุณใหญ่ ขบวนแห่ผ้าห่มพระประธาน ขบวนผ้าป่าสามัคคี มีผู้เข้าร่วมขบวนมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา กิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นในวันสงกรานต์ถือเป็นการสืบสานวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของไทยซึ่งทางวัดจัดขึ้นทุกปี

ในนามของคณะกรรมการวัดฯ ขอกราบนมัสการขอบคุณคณะสงฆ์ที่เหน็ดเหนื่อยในการจัดเตรียมสถานที่ จัดเวทีการแสดง และจัดดอกไม้ประดับ ขอขอบคุณคณะครูอาสาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่กำกับดูแลศิลปการแสดงของเด็กนักเรียนและการประกวดหนูน้อยสงกรานต์ ขอขอบคุณฝ่ายสวัสดิการบริการอาหารและเครื่องดื่มแก่เจ้าหน้าที่ในงาน ขอขอบคุณประธานสงกรานต์คุณวรรณา โคตรอาษาที่สละเวลามาช่วยงานและบริจาคปัจจัยต่างๆ

ขอขอบคุณประธานผ้าป่าทั้งสามท่านคุณวรรณวิภา ถุงสุวรรณ คุณกาญจนา ทองทิพย์ และคุณจุฑาภรณ์ ไชยรัตน์ติเวช ที่รวบรวมปัจจัยถวายแก่ทางวัด ขอขอบคุณประธานประกวดเทพีสงกรานต์คุณทัศนียา ทรรพวสุและคุณศรีวงค์ อาญาสิทธิ์ประธานประกวดหนูน้อยสงกรานต์ และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่อาสาสมัครทุกฝ่ายและพี่น้องประชาชนทุกท่านที่มาร่วมงานและร่วมบริจาคปีจจัยต่างๆ ให้แก่ทางวัด การจัดงานครั้งนี้มีรายได้ทั้งสิน 146,652 เหรียญ

จึงขออนุโมทนาบุญมายังทุกๆ ท่านและขอให้ทุกท่านมีสุขภาพกายแข็งแรงและพบแต่สิ่งดีๆ คิดสิ่งใดขอให้สมความปรารถนาในชีวิตตลอดปี 2569 เทอญ

(ประชาสัมพันธ์วัดไทยแอลเอ นายสมชาย ไทยทัน)