9 เมษายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางทรูธ โซเชียล "@RealDonaldTrump" โดยระบุข้อความว่า ... เรือ เครื่องบิน และกำลังพลทางทหารของสหรัฐฯ ทั้งหมด พร้อมด้วยกระสุน อาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมาก และสิ่งอื่นใดที่เหมาะสมและจำเป็นสำหรับการดำเนินการโจมตีและทำลายล้างศัตรูที่ถูกทำให้อ่อนแอลงไปมากแล้ว จะยังคงประจำการอยู่ในและรอบๆ อิหร่าน จนกว่าข้อตกลงที่แท้จริงจะได้รับการปฏิบัติตามอย่างครบถ้วน
หากด้วยเหตุใดก็ตามไม่เป็นเช่นนั้น ซึ่งมีโอกาสน้อยมาก “การยิงจะเริ่มขึ้น” และจะยิ่งใหญ่ ดีกว่า และรุนแรงกว่าที่ใครเคยเห็นมาก่อน เรื่องนี้ได้ตกลงกันไว้นานแล้ว และแม้จะมีวาทกรรมเท็จมากมายที่พูดตรงกันข้าม — จะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ และช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดและปลอดภัย ในระหว่างนี้ กองทัพอันยิ่งใหญ่ของเรากำลังเตรียมพร้อมและพักฟื้น และกำลังมองไปข้างหน้าถึงการพิชิตครั้งต่อ
8 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเรือมยุรี นารี ถูกโจมตีโดยประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 ที่ช่องแคบฮอร์มูซ ล่าสุดทางกระทรวงการต่างประเทศ โดยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่า ลูกเรือทั้ง 3 คน เสียชีวิตหมดทุกนาย หลังการค้นหาและรอคอยมานานเกือบเดือน
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านไทร ตำบลหนองเหล็ก อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ เพื่อพบกับครอบครัวของนายภานุพงศ์ หมื่นแทน หรือน้องอั้ม อายุ 26 ปี ช่างกลประจำเรือมยุรี นารี ภาพที่เห็นคือความโศกเศร้าที่แผ่ปกคลุมทั่วทั้งบ้าน หลังจากที่เฝ้ารอปาฏิหาริย์มานานหลายสัปดาห์ แต่สุดท้ายปาฏิหาริย์ก็ไม่เกิดขึ้น
นายสุธน พิมพระ อายุ 62 ปี ลุงของน้องอั้ม กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและน้ำตาคลอว่า “หลังเกิดเหตุ ครอบครัวเรารอคอยปาฏิหาริย์ทุกวัน ทุกคนยังเชื่อว่าน้องจะปลอดภัยและกลับบ้านได้ แต่พอได้รับข่าวจากกระทรวงการต่างประเทศว่าลูกเรือทั้ง 3 คนเสียชีวิตแล้ว ความหวังทั้งหมดพังทลายลง ใจหายมาก รับไม่ได้
ด้านนายอุดม แก่นเพชร ญาติอีกคนของน้องอั้ม เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ ญาติทุกคนต่างมารวมตัวกันรอข่าวดีด้วยความหวัง แต่เมื่อได้รับข่าวร้ายว่าหนูอั้มไม่มีชีวิตอยู่แล้ว ตอนนี้ทุกคนอยู่ในอาการช็อก โศกเศร้า ไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น สิ่งเดียวที่รอคอยคือการนำร่างของน้องกลับบ้าน แม้จะเป็นร่างที่ไร้วิญญาณก็ตาม และอยากฝากถึงน้องอั้มว่า “ไม่ต้องห่วงอะไรแล้วนะลูก ขอให้ไปสบาย”
นางดวงดาว รัตนอาภากุล อายุ 47 ปี (ผู้นำชุมชนและญาติของน้องอั้ม) กล่าวด้วยน้ำตาไหลว่า “ตนบอกกับครอบครัวตลอดว่าน้องต้องปลอดภัย พอเจ้าหน้าที่พบชิ้นส่วนร่างกายบนเรือ ทุกคนก็ภาวนาว่าไม่ใช่ของน้อง แต่สุดท้ายข่าวที่ได้รับคือ น้องเสียชีวิตแล้ว ครอบครัวรับไม่ได้เลย น้องเพิ่งเรียนจบ กำลังจะเป็นเสาหลักของบ้าน เป็นเด็กดี กตัญญูมาก” นางดวงดาว กล่าวต่อว่า ตอนนี้ครอบครัวและญาติทุกคนยังอยู่ในอาการโศกเศร้าและช็อกหนัก ยังไม่รู้จะทำอะไรต่อไป จึงขอฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานช่วยเหลือ ช่วยดูแลและเยียวยาครอบครัวของน้องอั้มให้ถึงที่สุด และนำร่างของน้องกลับสู่บ้านเกิดโดยเร็วที่สุด
วันที่ 9 เมษายน 2569 เวลา 11.55 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณวาระเพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ช่วงที่เปิดให้สมาชิกรัฐสภาอภิปราย ซึ่งมีการจัดลำดับการอภิปรายให้สส.ฝ่ายค้านอภิปรายสลับกับสส.พรคร่วมรัฐบาล และสว. โดยสส.พรรคร่วมรัฐบาลได้อภิปรายสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลและขอให้พิจารณาเพิ่มเติมสวัสดิการให้ประชาชน เช่น บัตรสวัสดิการที่เพิ่มเติมสวัสดิการตามการใช้จ่ายแต่ละช่วงเดือน เช่น เดือน พ.ค. สามารถนำไปชำระค่าชุดนักเรียนของบุตรหลานได้ เป็นต้น
น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา(สว. ) อภิปรายว่า รัฐบาลนี้จัดตั้งขึ้นในภาวะวิกฤตพลังงานจึงเป็นภาวะวิกฤต วิกฤติเศรษฐกิจไปพร้อมกันดูจากตัวนโยบาย 23 ข้อแล้วตนเห็นว่า กำลังจัดนโยบายอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์ แต่ประชาชนทั้งประเทศมีชีวิตอยู่ในทุ่งกุลา รัฐบาลกำลังท่องคาถาว่ารวยไม่ไหวแล้ว รวยกันแต่พวกท่าน แต่เสียงในหัวประชาชนเขาทนไม่ไหวแล้ว ตนนั่งฟังนายกฯแถลงด้วยความปวดใจ เพราะปัญหาใหญ่ของประเทศไม่ได้ถูกบรรจุอยู่ในนโยบายของรัฐบาลเลย ถ้อยแถลงของนโยบายใช้วาทกรรมสวยหรูแต่ไม่ได้แก้ปัญหา เปรียบเหมือนประเทศกำลังอยู่ในห้องไอซียู ยังชวนประชาชนมาสวดมนต์เพื่อเป็นสิริมงคลอยู่
น.ส.นันทนา กล่าวต่อว่า ขณะที่ชีวิตของชาวภาคเหนือในเวลานี้กำลังเสี่ยงกับฝุ่นพิษ PM 2.5 พวกเขาอยู่กับอยู่กับอากาศเลวร้ายที่สุดในโลกมา2สัปดาห์แล้ว รัฐบาลกลับไม่บรรจุเรื่องนี้ในนโยบายแถมยังไม่มีเจตจำนงที่จะเอาพ.ร.บ.อากาศสะอาดกลับมาดำเนินการให้เป็นกฎหมายต่อไป รัฐบาลนี้มองว่าชีวิตของประชาชน มีค่าน้อยกว่าผลกำไรของนายทุนอย่างนั้นหรือ ส่วนปัญหาปากท้องที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่ขณะนี้คือปัญหาพลังงานตอนนี้น้ำมันแพงส่งผลต่อไฟฟ้าทุกวันนี้เราใช้ไฟฟ้าราคาแพงเพราะ เพราะถ้าพร้อมจ่ายที่คนไทยจะต้องแบกให้กับบริษัทที่ไม่ได้ผลิตไฟฟ้าแต่ได้ค่าตอบแทนตามสัญญาทำไมรัฐบาลไม่รื้อโครงสร้างสัญญาฐานนี้ เพื่อปลดปล่อยคนไทยให้ใช้ไฟฟ้าราคาที่สมเหตุสมผลส่วนเรื่องอนาคตของประเทศที่กำหนดรัฐธรรมนูญฉบับใหม่รัฐบาลจงใจที่จะไม่ใส่ไว้เลยแม้แต่ประโยคเดียว นโยบายฉบับก่อนเขียนเรื่องแก้รัฐธรรมนูญไว้สามบรรทัดก็น้อยแล้ว ฉบับนี้ไม่เขียนถึง ทั้งที่ประชาชนคนไทย 21,000,000 เสียง ลงประชามติให้แก้รัฐธรรมนูญ ไปพร้อมกับการเลือกท่านเข้ามาเป็นนายกจะมาเทกันกลางแดดแบบนี้ไม่ได้
น.ส.นันทนา กล่าวด้วยว่า เรื่องรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่ที่ควบคุมกติกาหลักของประเทศไว้ที่ประเทศเราถดถอยจีดีพี 1.8 มา 10 ปีก็เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้และเมื่อ ประชาชน 60% แสดงเจตจำนงชัดเจนเห็นชอบให้มีการแก้รัฐธรรมนูญรัฐบาล มีหน้าที่ที่จะดำเนินการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้เป็นไปตามประชามติโดยเร็ว แล้วเหตุใดท่านจึงไม่บรรจุในนโยบายเช่นเดียวกับเรื่องนิติธรรม ที่ประชาชนจับตาดูอยู่ก็ไม่ได้บรรจุในหมวดไหนของนโยบายเลย เมื่อเป็นเช่นนี้ คดีฮั้วสว. คดีเขากระโดงก็จะถูกเป่าหายไปในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยอย่างนั้นหรือ
“จากการแถลงนโยบายฯทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลไม่มีเจตจำนงที่จะรักษาชีวิตฝากท้องและอนาคตของประชาชนแม้แต่น้อยพูดเลยว่ารัฐบาลจัดนโยบายแบบไม่เห็นหัวประชาชนคำถามคือแล้วรัฐบาลนี้ตั้งมาเพื่อใคร” น.ส.นันทนา กล่าว
ด้านนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี อภิปรายว่า จากการติดตามวิกฤติราคาน้ำมันในช่วงเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา พบว่ามีการขึ้นราคาน้ำมันถึง 8 ครั้ง ราคารวม 20.6 บาท ซึ่งถือว่าขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนกรณีน้ำมันขาดแคลนนั้น จากการตรวจสอบของตน เชื่อว่าจะมีน้ำมันหายไปกว่า 635 ล้านลิตร ในช่วง วันที่ 16-31 มี.ค. ถือว่ามีกระบวนการปลอมน้ำมัน และโกงน้ำมัน ขณะที่นายกฯ บอกว่าพูดแล้วทำในเรื่องการปราบการทุจริตคอร์รัปชัน ขอให้นายกฯ ลดจำนวนผู้ช่วย สส.ลง รวมถึงยกเลิกบำนาญ สส. สว. เพื่อนำไปจุนเจือประชาชน
“สิ่งที่รัฐบาลทำดีผมชื่นชม แต่สิ่งที่ไม่ดี อย่าง เช่น เมื่อก่อนผมตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าว พบว่ามีการโกงส่งข้าวแบบจีทูจีเก๊ ดังนั้นในครั้งนี้น้ำมันที่พบการโกง ก็ต้องเรียกว่าน้ำมันเก๊ ต้องเร่งจัดการ อะไรที่ผมแนะนำแล้วทำ ท่านจะอยู่ได้4 ปี แต่หากไม่แยแส ผมว่ารัฐบาลอาจอยู่ได้ไม่นาน” นพ.วรงค์ อภิปราย
ขณะที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย อภิปรายว่า การแต่งตั้งครม. แล้วเสร็จแล้ว พบว่ามีลูกเทพ เด็กเส้นเยอะไปหน่อย นอกจากนี้มีรัฐมนตรีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ชี้มูลความผิดในคดีฮั้วสว. จำนวน 12 คน ซึ่งรวมถึง นายอนุทิน ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 3 ของครม. ดังนั้นขอให้พิจารณาดูว่าผลการทำงานจะเป็นรูปแบบใด อย่างไรก็ดี ตนขอให้รัฐบาลยึดอุดมการณ์การทำงาน คือ ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ เสียสละ พึ่งตนเอง และร่วมมือกัน เพื่อให้ประชาชนอยู่กันอย่างเป็นสุข และทำให้คำพูดของนายกฯ ที่บอกว่า รวยแล้ว รวยไม่ไหวแล้ว จะได้เป็นของจริง
ประเด็นร้อน “โครงการนมโรงเรียน ปีการศึกษา 2569” กำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนักในสังคม หลังพบข้อสังเกตสำคัญเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการกำหนดหลักเกณฑ์ และความชัดเจนของระบบจัดสรรโควตา
จุดที่ถูกวิพากษ์มากที่สุด คือ การไม่เปิดเผยผลการประชาพิจารณ์ ทั้งในส่วนของความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และข้อสรุปที่ถูกนำไปใช้จริง ทั้งที่กระบวนการดังกล่าวควรเป็นกลไกสำคัญในการสะท้อนเสียงของเกษตรกรและผู้ประกอบการในระบบ
ขณะเดียวกัน แม้จะมีการประกาศหลักเกณฑ์ใหม่ออกมา แต่กลับพบว่า ยังไม่มีการระบุ “สัดส่วนโควตา” อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของปัญหาที่ถกเถียงกันมายาวนาน โดยเฉพาะประเด็นสัดส่วน 70:30 ที่ยังคงเป็นข้อถกเถียงในอุตสาหกรรมโคนม
การไม่มีตัวเลขกำกับชัดเจน ทำให้เกิดข้อกังวลว่า อาจเปิดช่องให้เกิดการตีความและการจัดสรรที่ไม่เป็นธรรมในทางปฏิบัติ และอาจนำไปสู่ปัญหาความเหลื่อมล้ำระหว่างผู้ประกอบการและเกษตรกร
นอกจากนี้ แม้หลักเกณฑ์ใหม่จะเพิ่มมาตรการควบคุมคุณภาพน้ำนมและบทลงโทษที่เข้มงวดขึ้น แต่กลับถูกตั้งคำถามว่า สามารถแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างได้จริงหรือไม่ โดยเฉพาะปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด และการเข้าถึงตลาดของเกษตรกรรายย่อย
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดคำถามสำคัญต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า เหตุใดผลประชาพิจารณ์จึงไม่ถูกเปิดเผยหลักเกณฑ์ใหม่สะท้อนเสียงของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจริงหรือไม่ และโครงสร้างการจัดสรรที่ยังไม่ชัดเจน จะนำไปสู่ความเป็นธรรมได้อย่างไร
ท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น โครงการนมโรงเรียนซึ่งเกี่ยวข้องกับทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการ และเด็กนักเรียนทั่วประเทศ อาจกำลังเผชิญ “วิกฤตความเชื่อมั่น” หากไม่สามารถสร้างความชัดเจนและความโปร่งใสได้ในระยะอันใกล้
วันที่ 9 เมษายน 2569 รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ โพสต์ข้อความระบุว่า #สวีสดีปีใหม่ไทยท่ามกลางอากาศร้อนจัด 14-16 เมษายนนี้
9 เมษายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จากกรณีที่ อิสราเอล เปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ทั่วเลบานอน โดยกำหนดเป้าหมายมากกว่า 100 แห่งในเวลาเพียง 10 นาที ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายร้อยคน พร้อมบอกว่า สงครามกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์จะยังคงดำเนินต่อไป แม้ว่าจะมีการประกาศบรรลุข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านแล้วก็ตาม
กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งเป็นกองกำลังตัวแทนของอิหร่าน ในเลบานอน กล่าวเมื่อเช้าวันพฤหัสบดี (ตามเวลาท้องถิ่น) ว่า พวกเขาได้ยิงจรวดใส่ทางตอนเหนือของอิสราเอลเพื่อตอบโต้การละเมิดข้อตกลงหยุดยิงของอิสราเอล ซึ่งเป็นการโจมตีครั้งแรกนับตั้งแต่มีการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงดังกล่าว
กระทรวงสาธารณสุขของเลบานอน ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 254 คนในวันเดียว บาดเจ็บเกือบ 900 คน จากการโจมตีครั้งใหญ่ ถึงแม้ว่าโฆษกรัฐบาลของทรัมป์ และ นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอล จะออกมากล่าวว่า ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านไม่รวมถึงปฏิบัติการต่อต้านฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนก็ตาม
8 เมษายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกตส์เป็นบุคคลมีชื่อเสียงรายล่าสุดที่ตกลงเข้าให้การต่อคณะกรรมาธิการกำกับดูแลของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ซึ่งกำลังสอบสวนคดีของเอปสตีน โดยมีกำหนดไต่สวนในวันที่ 10 มิถุนายน
โฆษกของเกตส์เผยว่า เขาพร้อมให้ความร่วมมือและตอบทุกคำถาม เพื่อสนับสนุนการทำงานของคณะกรรมาธิการ อย่างไรก็ตาม เกตส์ไม่ได้ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสมจากเหยื่อของเอปสตีน และการที่ชื่อของเขาปรากฏในเอกสาร ไม่ได้หมายความว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม
ก่อนหน้านี้ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐได้เปิดเผยเอกสารมากกว่า 3 ล้านฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับการติดต่อระหว่างเกตส์กับเอปสตีน ขณะที่ยังมีเอกสารอีกจำนวนมากที่ยังไม่เปิดเผย
ทั้งนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามในกฎหมายเพื่อให้เปิดเผยข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับคดีเอปสตีน ส่งผลให้ความเชื่อมโยงของบุคคลสำคัญหลายรายถูกเปิดเผยสู่สาธารณะ
ด้านเกตส์เคยยอมรับว่า การพบปะกับเอปสตีนเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด พร้อมแสดงความเสียใจ โดยยืนยันว่าเป็นเพียงการรับประทานอาหารร่วมกัน และไม่เคยเดินทางไปยังเกาะส่วนตัวของเอปสตีน
ขณะเดียวกัน โฆษกย้ำว่า เกตส์ไม่เคยเข้าร่วมปาร์ตี้หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมใดๆ
สำหรับการไต่สวนครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางการเรียกบุคคลสำคัญหลายรายเข้าให้ข้อมูล โดยก่อนหน้านี้ บิล คลินตัน และ ฮิลลารี คลินตัน ได้เข้าให้การแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงรายอื่นเตรียมเข้าให้การในระยะต่อไป
© 2011 - 2026 Thai LA Newspaper 1100 North Main St, Los Angeles, CA 90012