ฝรั่งเศสสั่งปิดโรงเรียนและสถานศึกษามากกว่า 400 แห่ง หลังการประท้วงของนักเรียนซึ่งเริ่มต้นจากความไม่พอใจเกี่ยวกับปัญหาครูขาดแคลนและสภาพอาคารเรียนที่ทรุดโทรม ก่อนลุกลามขยายวงกว้างไปทั่วประเทศและเกิดเหตุรุนแรงในหลายพื้นที่ โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บและถูกจับกุมจำนวนมาก ขณะที่ทางการเร่งควบคุมสถานการณ์และรักษาความปลอดภัยในสถานศึกษา
เอดูอาร์ด เกฟเฟรย์ รัฐมนตรีศึกษาธิการฝรั่งเศส กล่าวว่า โรงเรียนและสถานศึกษามากกว่า 400 แห่งจะยังคงปิดทำการในวันที่ 2 ต.ค. หลังสถานการณ์การประท้วงขยายตัวและมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ โดยกระทรวงศึกษาธิการได้กำชับให้สถานศึกษาพิจารณาจัดการเรียนการสอนทางไกล หากการปิดกั้นพื้นที่หรือความเสียหายต่อโรงเรียนทำให้การเรียนการสอนไม่ปลอดภัย
ด้านเจอรัลด์ ดาร์มาแนง รัฐมนตรียุติธรรมฝรั่งเศส ให้สัมภาษณ์สถานีวิทยุ RTL ว่า ในกลุ่มผู้ประท้วงมีคนกลุ่มเล็ก ๆ ที่ก่อเหตุรุนแรง และเจ้าหน้าที่ยังไม่แน่ใจว่าคนกลุ่มดังกล่าวเป็นนักเรียนระดับมัธยมศึกษาจริงหรือไม่ พร้อมเปิดเผยว่า ตำรวจจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องกับการประท้วงแล้วประมาณ 2,000 คน นับตั้งแต่การชุมนุมเริ่มขึ้น โดยราวสองในสามยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ในความดูแลของตำรวจ
ดาร์มาแนงกล่าวว่า สถานการณ์ได้ยกระดับจากการชุมนุมของนักเรียนไปสู่ปัญหาด้านความสงบเรียบร้อย หลังเกิดเหตุโจมตีรถโดยสารและเผาโรงเรียน โดยรัฐบาลจำเป็นต้องดำเนินมาตรการเพื่อควบคุมความรุนแรง ขณะเดียวกันยังต้องรับฟังข้อเรียกร้องเกี่ยวกับปัญหาภายในสถานศึกษา
การประท้วงเริ่มต้นขึ้นในพื้นที่รอบกรุงปารีสเมื่อช่วงปลายเดือนก.ย. ก่อนขยายไปยังเมืองและพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยกลุ่มนักเรียนออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาครูขาดแคลน ห้องเรียนแออัด และสภาพอาคารเรียนที่ทรุดโทรม ขณะที่สถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงหลายวันที่ผ่านมา
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 ต.ค. เกิดเหตุผู้ประท้วงจุดไฟเผาโรงเรียนมัธยมอย่างน้อย 2 แห่ง ขณะที่เมืองมาร์กเซยทางตอนใต้ ครูในโรงเรียนแห่งหนึ่งถูกน้ำมันเบนซินสาดใส่โดยไม่ได้ตั้งใจระหว่างเกิดเหตุวุ่นวาย นอกจากนี้ ยังมีรถยนต์อย่างน้อย 1 คันถูกเผาในเมืองสตราสบูร์กทางตะวันออก และเกิดการปะทะระหว่างตำรวจปราบจลาจลกับกลุ่มวัยรุ่นในเมืองตูลูสทางตะวันตกเฉียงใต้
ที่เมืองมาร์กเซย สถานการณ์มีความรุนแรงเป็นพิเศษ โดยบริเวณโรงเรียนแห่งหนึ่ง กลุ่มวัยรุ่นหลายร้อยคนได้บังคับให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงออกจากรถ ก่อนจุดไฟเผารถของเจ้าหน้าที่ ขณะที่ระบบขนส่งสาธารณะในเมืองต้องหยุดให้บริการบางส่วน หลังเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุความวุ่นวาย นอกจากนี้ ยังมีรายงานเหตุเพลิงไหม้โรงเรียนในเมืองน็องต์ และอาคารเรียนอีกแห่งในเมืองเลออาฟวร์ได้รับความเสียหายจากไฟไหม้
สถานการณ์ในพื้นที่รอบกรุงปารีสก็ยังคงตึงเครียด โดยเฉพาะเมืองแซ็ง-เดอนี ซึ่งกลุ่มวัยรุ่นจำนวนมากรวมตัวกันบริเวณหน้าโรงเรียน ขณะที่ตำรวจถูกส่งเข้าควบคุมพื้นที่ ท่ามกลางข้อร้องเรียนของนักเรียนเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมในโรงเรียนและการจัดสรรทรัพยากรด้านการศึกษา
ก่อนหน้านี้ การประท้วงได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยเมื่อวันที่ 30 ก.ย. มีโรงเรียนมัธยมได้รับผลกระทบแล้ว 356 แห่ง และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 119 คน ทั้งนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษา โดยส่วนใหญ่เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนและครู ขณะที่ตำรวจจับกุมผู้ประท้วงมากกว่า 1,000 คนในช่วงแรกของการประท้วง
นอกจากปัญหาครูขาดแคลนและอาคารเรียนที่ทรุดโทรมแล้ว นักเรียนยังแสดงความไม่พอใจต่อปัญหาห้องเรียนที่มีนักเรียนจำนวนมาก ภาระการเรียนที่หนัก และทรัพยากรด้านการศึกษาที่ไม่เพียงพอ โดยบางพื้นที่มีการร้องเรียนถึงสภาพแวดล้อมภายในโรงเรียน เช่น ปัญหาอุณหภูมิในห้องเรียนและสภาพอาคารที่ไม่ได้รับการปรับปรุงอย่างเหมาะสม
ขณะเดียวกัน เหตุประท้วงยังเกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลฝรั่งเศสกำลังผลักดันงบประมาณปี 2570 ซึ่งมีมาตรการลดค่าใช้จ่ายของภาครัฐ ทำให้การเคลื่อนไหวของนักเรียนกลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่สร้างแรงกดดันต่อรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีเซบาสเตียง เลอกอร์นูได้เรียกประชุมฉุกเฉินเพื่อรับมือกับสถานการณ์ และขอให้รัฐมนตรีที่มีกำหนดเดินทางในช่วงนี้ยกเลิกภารกิจบางส่วน เพื่อให้รัฐบาลสามารถมุ่งรับมือกับเหตุการณ์ได้อย่างเต็มที่
นอกจากนี้ การประท้วงยังเริ่มลุกลามออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างเบลเยียม โดยนักเรียนระดับมัธยมในเมืองลีแยฌออกมาประท้วงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ขณะที่สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ทางการเมืองลีแยฌมีแผนปิดโรงเรียนทั้งหมดในวันที่ 2 ต.ค. เพื่อรับมือกับสถานการณ์และรักษาความปลอดภัยของนักเรียนและบุคลากรในสถานศึกษา
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้รัฐบาลฝรั่งเศสต้องเร่งสร้างสมดุลระหว่างการรักษาความสงบเรียบร้อยกับการรับฟังข้อเรียกร้องของนักเรียน โดยกระทรวงศึกษาธิการยืนยันว่าความรุนแรงไม่ควรทำให้นักเรียนต้องสูญเสียสิทธิในการเข้าถึงการศึกษา ขณะที่ทางการยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังการประท้วงขยายวงกว้างและมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นในหลายเมืองทั่วประเทศ
อิสราเอลเชื่อเป็นคดี – รอยเตอร์ รายงานวันที่ 1 ต.ค. ถึงความคืบหน้าเหตุระทึกขวัญบน เที่ยวบินเอฟซี 103 (FZ103) ของ สายการบินฟลายดูไบ สายการบินต้นทุนต่ำสัญชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เมื่อวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมาว่า
รัฐบาลอิสราเอลเชื่อว่าเหตุการณ์บนเที่ยวบินจากยูเออีไปอิสราเอล ก่อนเปลี่ยนเส้นทางไปลงจอดฉุกเฉินที่ซาอุดีอาระเบียนั้นอาจเป็นการพยายาม “ก่อการร้าย” โดยนักบินคนใดคนหนึ่ง นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล กล่าวในเวลาต่อมาว่า เจ้าหน้าที่ซาอุดีอาระเบียจับกุมนักบินผู้ช่วยแล้วและว่าผู้ก่อเหตุพยายามขับเครื่องบินพุ่งชน
เจ้าหน้าที่อิสราเอลกล่าวว่า นักบินผู้ช่วยก่อเหตุแทงกัปตันซึ่งเป็นนักบินหลักก่อนที่ลูกเรือจะเข้าไปในห้องนักบินและควบคุมเครื่องบินไว้ได้ ส่วนสัญญาณฉุกเฉินถูกส่งหลังจากนักบินทั้งสองมีปากเสียงกัน โฆษกสำนักงานนายกรัฐมนตรีอิสราเอลกล่าวว่า เหตุดังกล่าวไม่น่าจะเป็นการจี้เครื่องบิน แต่เป็นความพยายามก่อการร้ายและไม่ได้เกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพจิตของนักบินคนใดคนหนึ่ง
ด้าน บีบีซี รายงานว่า เที่ยวบินเอฟซี 103 ส่งสัญญาณฉุกเฉินและตามด้วยการแจ้งเตือนเหตุจี้เครื่องบินหลังเปลี่ยนทิศทางกะทันหันและลดระดับความสูงลงอย่างรวดเร็ว โดยเครื่องบินลดระดับลงถึง 17,000 ฟุต (5,200 เมตร) ภายในเวลาเพียง 2 นาที
อย่างไรก็ตาม ฟลายดูไบยืนยันว่าผู้โดยสารทุกคนปลอดภัยและได้รับการดูแลครบถ้วน หลังแจ้งเหตุไปยังหอบังคับการบิน เที่ยวบินเอฟซี 103 ลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินนานาชาติปรินซ์สุลต่าน บิน อับดุลอาซิซ หรือสนามบินทาบุก เมื่อเวลา 08:44 น. ของวันที่ 30 ก.ย. โดยกัปตันและนักบินผู้ช่วยถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว
ขณะเดียวกันผู้โดยสารเปิดเผยว่ามีนักบินถูกแทงภายในห้องนักบิน ส่งผลให้นักบินอีกสองคนที่อยู่ด้านหลังเครื่องต้องเข้าควบคุมสถานกาารณ์นำเครื่องลงจอดได้อย่างปลอดภัยในเวลาต่อมาราวๆ 1 ชั่วโมง แต่ข้อมูลส่วนนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันข้อเท็จจริง...
2 ตุลาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประเทศจีน ได้จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองวันชาติอย่างยิ่งใหญ่ วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นวันครบรอบ 77 ปีของการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในหลายพื้นที่ที่เมืองหนานชาง มณฑลเจียงซี ฝูงโดรน 5,000 ลำขึ้นบินเหนือแม่น้ำก้านเจียง สร้างการแสดงแสงสีตระการตาบนท้องฟ้ายามค่ำคืน
โดยการแสดงนานประมาณ 45 นาที ประกอบด้วยดอกไม้ไฟ แสงสี และโดรนแปรอักษร ตั้งแต่ฝูงเครื่องบินขับไล่ ไปจนถึงหุ่นยนต์กำลังเตะฟุตบอล เครื่องบิน และม้าลากราชรถแบบโบราณ นอกจากนี้ยังแปรขบวนเป็นข้อความ 2026 Nanchang National Day Fireworks Evening ประชาชนต่างพากันมาชมการแสดงริมสองฝั่งแม่น้ำก้านเจียง ท่ามกลางบรรยากาศเฉลิมฉลองวันชาติ
ขณะที่ฮ่องกงก็จัดงานเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่เช่นกัน โดยมีการจุดดอกไม้ไฟเหนืออ่าววิกตอเรีย ในคืนวันที่ 1 ตุลาคม ท้องฟ้าเหนืออ่าวถูกแต่งแต้มด้วยดอกไม้ไฟต่อเนื่องตลอดการแสดง การแสดงดอกไม้ไฟในฮ่องกงใช้เวลาประมาณ 23 นาที และมีการจุดดอกไม้ไฟรวม 30,000 นัด ประชาชนจำนวนมากออกมาจับจองพื้นที่ตามถนนและทางเดินโดยรอบอ่าวเพื่อชมการแสดง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมากคอยดูแลความเรียบร้อย
กองทัพสหรัฐฯ เดินหน้าเสริมกำลังพลและยุทโธปกรณ์ครั้งใหญ่ไปยังตะวันออกกลาง ด้วยกำลังพลกว่า 9,000 นาย และเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 3 ท่ามกลางกระแสข่าวที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตือนถึงความเป็นไปได้ในการเปิดฉากโจมตีอิหร่านรอบใหม่หลังการเลือกตั้งกลางเทอมเดือนพฤศจิกายน
กองทัพสหรัฐฯ เดินหน้าส่งกำลังพลราว 9,000 นาย พร้อมเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 3 และเรือรบหลายลำไปยังตะวันออกกลาง ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตือนว่า สหรัฐฯ อาจกลับมาโจมตีอิหร่านอีกครั้ง โดยกำลังเสริมครั้งนี้ประกอบด้วยทหารเรือมากกว่า 7,000 นาย และนาวิกโยธินประมาณ 2,000 นาย
กำลังรบดังกล่าวรวมถึงกองเรือโจมตีของเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส ธีโอดอร์ รูสเวลต์ และกองเรือพร้อมรบสะเทินน้ำสะเทินบก ยูเอสเอส เมคิน ไอแลนด์ ซึ่งมีเรือยกพลขึ้นบกยูเอสเอส จอห์น พี. เมอร์ธา และยูเอสเอส แองเคอเรจร่วมอยู่ด้วย การส่งกำลังครั้งนี้อาจทำให้สหรัฐฯ มีเรือบรรทุกเครื่องบิน 3 ลำประจำภูมิภาคภายในช่วงปลายเดือนตุลาคม
ปัจจุบันสหรัฐฯ มีเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส จอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุช และ ยูเอสเอส จอร์จ วอชิงตัน อยู่ในภูมิภาคแล้ว หากกำลังเสริมเดินทางถึง จะทำให้กำลังพลสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางเพิ่มเป็นมากกว่า 20,000 นาย พร้อมเครื่องบินหลายร้อยลำ ถือเป็นการเพิ่มกำลังทางเรือในระดับสูง ขณะที่ครั้งล่าสุดที่สหรัฐฯ มีเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตี 3 กลุ่มในตะวันออกกลางพร้อมกันเกิดขึ้นเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
การเสริมกำลังเกิดขึ้นขณะที่ทรัมป์ระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะเพิ่มการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านหลังการเลือกตั้งกลางเทอมวันที่ 3 พฤศจิกายน โดยทรัมป์กล่าวว่า เขาปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงล่าสุดของอิหร่าน เพราะเห็นว่ายัง “ไม่ดีพอ” แม้อิหร่านเสนอให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการขนส่งพลังงานของ
ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยังกล่าวว่า จากข้อมูลเบื้องต้นที่ได้รับ อิหร่านอาจมีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ที่นักบินผู้ช่วยของสายการบินฟลายดูไบทำร้ายกัปตันและพยายามทำให้เที่ยวบินที่มุ่งหน้าไปอิสราเอลตกเมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยหลักฐานยืนยันความเชื่อมโยงดังกล่าว และการสอบสวนยังดำเนินอยู่
ทรัมป์ระบุว่า หากพบหลักฐานว่าอิหร่านเกี่ยวข้อง สหรัฐฯ จะตอบโต้ ขณะที่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลกล่าวว่า เจ้าหน้าที่สอบสวนเชื่อว่าผู้ต้องสงสัยผ่านการปลูกฝังแนวคิดสุดโต่ง แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม
ด้านอิหร่านยังคงเสนอแนวทางเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้ง โดยข้อเสนอที่ส่งผ่านกาตาร์ครอบคลุมการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ การกลับมาเจรจาประเด็นนิวเคลียร์ การผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร และการหยุดยิงในภูมิภาค แต่ข้อเสนอดังกล่าวถูกทรัมป์ปฏิเสธ ขณะที่ทั้งสองฝ่ายยังส่งสัญญาณพร้อมรับมือหากการสู้รบกลับมารุนแรงขึ้น
นอกจากนี้ อังกฤษยังจับกุมชายสองสัญชาติอังกฤษ-อิหร่านวัย 27 ปีในกรุงลอนดอน หลังต้องสงสัยเกี่ยวกับแผนก่อการร้าย หลังเกิดเหตุด้านความมั่นคงบริเวณฐานทัพอากาศอาร์เอเอฟ แฟร์ฟอร์ด ซึ่งทางการอังกฤษเชื่อมโยงกับอิหร่าน ขณะที่ผู้ต้องสงสัยชาวอังกฤษอีก 5 คนซึ่งถูกจับก่อนหน้านี้ได้รับการประกันตัวแล้ว ทั้งหมดทำให้ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านมีมิติด้านความมั่นคงนอกสนามรบเพิ่มขึ้นด้วย.
ที่มา Associated Press / Al Jazeera
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ส่งข้อความพระราชสาส์น อำนวยพรไปยังประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในโอกาสวันชาติของสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งตรงกับวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ความว่า
ฯพณฯ นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน กรุงปักกิ่ง
ในโอกาสวันชาติของสาธารณรัฐประชาชนจีน ข้าพเจ้ามีความยินดีอย่างยิ่งที่จะขอส่ง คำอำนวยพรและความปรารถนาดีด้วยใจจริง เพื่อท่านประธานาธิบดีมีพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง และประสบความสุขสวัสดิ์ ทั้งเพื่อความสงบสุข ความสำเร็จ และความเจริญรุ่งเรืองของประเทศ และประชาชนชาวจีน
ตลอดระยะเวลากว่าห้าทศวรรษของความสัมพันธ์ทางการทูต ประเทศไทยและจีน ต่างภาคภูมิใจในความเป็นมิตรประเทศและหุ้นส่วนสำคัญต่อกัน ความสัมพันธ์ดังกล่าวดำเนินมา บนพื้นฐานของความไว้วางใจและความเคารพยกย่องซึ่งกันและกัน มิตรภาพอันมั่นคงของเรา เจริญงอกงามมา ไม่เพียงแต่จากความสัมพันธ์อันดีเยี่ยมระหว่างประชาชนเท่านั้น หากยังรวมถึงความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของการเยี่ยมเยือนในระดับสูงระหว่างประเทศทั้งสอง โดยเฉพาะการเยือนประเทศไทยของท่าน เมื่อปี ๒๕๖๕ และการเยือนประเทศจีนอย่างเป็นทางการของข้าพเจ้าและ พระราชินีเมื่อปีที่ผ่านมา
ข้าพเจ้าเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า ด้วยเป้าหมายร่วมกันและความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ เราจะยังคงสร้างเสริมความร่วมมือและความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ให้เจริญรุดหน้าต่อไป ทั้งในระดับทวิภาคีและภายใต้กรอบความร่วมมืออาเซียน-จีน โดยเฉพาะในด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ควบคู่ไปกับการแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ ในด้านสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และนวัตกรรม ความพยายามและความตั้งใจนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์สุขและความเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น อีกทั้งจะเป็น ทิศทางนำไปสู่อนาคตที่สดใสและความกลมเกลียวกันของประเทศและประชาชนทั้งสองฝ่าย
(พระปรมาภิไธย) มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
© 2011 - 2026 Thai LA Newspaper 1100 North Main St, Los Angeles, CA 90012