วันที่ 11 ก.ย. 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สำนักพระราชวังนอร์เวย์ได้ออกแถลงการณ์แจ้งข่าวความสูญเสียครั้งสำคัญอีกครั้งของราชวงศ์ เมื่อ เจ้าหญิงอัสตริด พระเชษฐภคินีในสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 สิ้นพระชนม์ลงอย่างสงบแล้ว สิริรวมพระชนมายุ 94 พรรษา
การสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงอัสตริด นำมาซึ่งความโศกเศร้าอย่างยิ่งต่อพสกนิกรชาวนอร์เวย์ เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียง 2 วัน หลังจากที่ประเทศนอร์เวย์เพิ่งเสร็จสิ้นพระราชพิธีพระบรมศพของ สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา
อนึ่ง สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา จากพระอาการประชวรเกี่ยวกับพระโลหิต สิริรวมพระชนมพรรษา 89 พรรษา ปิดฉากการครองสิริราชสมบัติที่ยาวนานถึง 35 ปี
นอกจากนี้ ในแถลงการณ์ของสำนักพระราชวังยังได้อัญเชิญพระราชดำรัสของ สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ 8 องค์พระประมุขพระองค์ใหม่ ซึ่งทรงกล่าวยกย่องและไว้อาลัยต่อการจากไปของเจ้าหญิงอัสตริด โดยทรงเน้นย้ำว่า "เจ้าหญิงอัสตริดทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในนามของพระราชวงศ์ ด้วยความอบอุ่นและพระวิริยะอุตสาหะอย่างยิ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา"
8 กันยายน 2569 : บรรยากาศวัดไทยลอสแอนเจลิสเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความชื่นมื่น เมื่อผู้แทนจากชุมชนไทย สมาคม และองค์กรต่าง ๆ ในพื้นที่ ร่วมกันให้การต้อนรับ นายสมภพ เสริมสวัสดิ์ศรี กงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิสคนใหม่ ในโอกาสเริ่มเข้ารับหน้าที่อย่างเป็นทางการ พร้อมจับมือทุกองค์กร เดินหน้าพัฒนาชุมชนไทย ลอสแอนเจลิส,
ในโอกาสสำคัญนี้ กงสุลใหญ่ฯ ได้กราบพระประธานภายในวัดไทยลอสแอนเจลิส และกราบ หลวงพ่อใหญ่ พระธรรมมงคลวชิรวิเทศ เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเริ่มปฏิบัติหน้าที่และทำงานร่วมกับชุมชนไทยในสหรัฐอเมริกา
นายคิด ฉัตรประภาชัย นายกสมาคมไทยอเมริกันแห่งแคลิฟอร์เนียภาคใต้ (TAASC) เป็นตัวแทนกล่าวต้อนรับ พร้อมยืนยันถึงความพร้อมของสมาคมฯ ในการร่วมมือและสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ของสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส เพื่อประโยชน์ของพี่น้องคนไทยในพื้นที่
นายคิดยังกล่าวถึงความรู้สึกยินดีที่ได้ต้อนรับกงสุลใหญ่คนใหม่ พร้อมขอบคุณที่ท่านมีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับชุมชนไทยในสหรัฐฯ มาก่อน โดยเฉพาะจากการเคยดำรงตำแหน่งกงสุลในสมัย นายจักร บุญ-หลง ดำรงตำแหน่งกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิสเมื่อกว่า 20 ปีก่อน จึงมีความเข้าใจถึงวิถีชีวิต ความต้องการ และปัญหาต่าง ๆ ของคนไทยในพื้นที่เป็นอย่างดี
การพบปะครั้งนี้เป็นไปอย่างเป็นกันเอง เต็มไปด้วยรอยยิ้มและมิตรไมตรี โดยกงสุลใหญ่ฯ และครอบครัวได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากตัวแทนชุมชนไทย ทำให้บรรยากาศตลอดงานเป็นไปอย่างชื่นมื่น
กงสุลใหญ่ นายสมภพ เสริมสวัสดิ์ศรี กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนสำหรับการต้อนรับ พร้อมกล่าวด้วยความประทับใจว่า “อบอุ่นเหมือนได้กลับมาบ้านอีกครั้ง”
พร้อมกันนี้ ท่านกงสุลใหญ่ฯ ยังแสดงเจตนารมณ์ที่จะทำงานร่วมกับชุมชนไทย สมาคม และองค์กรต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อ ยกระดับความเข้มแข็งและศักยภาพของชุมชนไทยในแคลิฟอร์เนียภาคใต้ ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสถานกงสุลใหญ่ฯ กับภาคประชาชนให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องคนไทย
การเริ่มต้นครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการต้อนรับกงสุลใหญ่คนใหม่ แต่เป็นสัญญาณของการจับมือครั้งใหม่ระหว่างสถานกงสุลใหญ่ฯ กับพลังชุมชนไทย เพื่อก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน
(ภาพ/ข่าว:คิด ฉัตรประภาชัย)
เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2026 ที่ผ่านมา สภาหอการค้าไทยอเมริกันแห่งแคลิฟอร์เนีย และนักธุรกิจไทย ให้การต้อนรับ Judy Chu สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอเมริกา (U.S. Representative) จากรัฐแคลิฟอร์เนีย เขตเลือกตั้งที่ 28 ในโอกาสพบปะพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับนักธุรกิจไทยในพื้นที่ Orange County และ Los Angeles County ณ ร้านบ้านใบตอง เมือง Lake Forest
Judy Chu ได้รับเลือกเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2009 และเป็น สตรีเชื้อสายจีนคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้รับเลือกเข้าสู่รัฐสภาสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้เธอเคยดำรงตำแหน่งในระดับท้องถิ่นและรัฐหลายตำแหน่ง รวมถึงสมาชิกสภาเมืองและนายกเทศมนตรีเมือง Monterey Park สมาชิกสภารัฐแคลิฟอร์เนีย และ California State Board of Equalization ปัจจุบันเธอยังทำหน้าที่ใน House Ways and Means Committee** ซึ่งดูแลประเด็นสำคัญด้านภาษี รายได้ของรัฐบาล Social Security และ Medicare รวมถึง House Budget Committee อีกด้วย
ในการพบปะครั้งนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร Judy Chu ให้ความสนใจรับฟังปัญหาและความท้าทายที่ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่ม Small Business กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้สอบถาม หารือ และสะท้อนปัญหาโดยตรง เพื่อหาแนวทางในการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง
ประเด็นสำคัญที่มีการหารือครอบคลุมทั้งเรื่อง กฎระเบียบทางธุรกิจ การขอใบอนุญาตและเอกสารจากหน่วยงานรัฐบาล การนำเข้า–ส่งออก ตลอดจนอัตราภาษีนำเข้า (Tariff) ที่แตกต่างกันตามประเภทสินค้าและพิกัดศุลกากร รวมถึงการกำชับและให้คำแนะนำแก่ผู้นำเข้าให้ตรวจสอบสิทธิและดำเนินการ ยื่นขอคืนอากรหรือเงินคืนในกรณีที่เข้าเงื่อนไขตลอดจน Trade Code และขั้นตอนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสินค้านำเข้า ซึ่งล้วนส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนและการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการไทยในสหรัฐอเมริกา
นอกจากนี้ ยังมีการหารือถึง ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคธุรกิจ รวมถึงประเด็นด้านวีซ่าการทำงาน เช่น H-1B และวีซ่าประเภทต่าง ๆ** ที่เกี่ยวข้องกับการจ้างงานและการดำเนินธุรกิจในสหรัฐอเมริกา
อีกหนึ่งกรณีที่ได้รับการนำเสนอ คือผู้ประกอบการร้านอาหารที่ดำเนินการขออนุญาตมานานกว่า **หนึ่งปีครึ่ง** แต่ยังไม่สามารถเปิดธุรกิจได้ เนื่องจากติดขัดในขั้นตอนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดย Judy Chu และทีมงานได้ให้คำแนะนำ พร้อมรับเรื่องเพื่อช่วยประสานงานและติดตามแนวทางแก้ไขในแต่ละกรณี
การพบปะครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่นักธุรกิจไทยได้มีพื้นที่ในการ ส่งเสียงและสะท้อนปัญหาโดยตรงต่อผู้แทนในรัฐบาลสหรัฐฯ** เพราะหลายประเด็นที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการและชุมชนธุรกิจไทย หากไม่มีการสื่อสารไปยังผู้กำหนดนโยบายหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปัญหาเหล่านั้นอาจไม่ได้รับการรับรู้และแก้ไขอย่างเหมาะสม
Judy Chu ยังแสดงความยินดีที่จะให้การสนับสนุนและเข้าร่วมกิจกรรมของชุมชนไทยในอนาคต พร้อมเปิดโอกาสให้ทางสภาหอการค้าฯ และชุมชนไทยประสานข้อมูลกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับชุมชนไทยอย่างต่อเนื่อง
สภาหอการค้าไทยอเมริกันแห่งแคลิฟอร์เนีย ขอขอบพระคุณ **สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ Judy Chu และทีมงาน** ที่ให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการและชุมชนไทย รวมถึงขอขอบคุณนักธุรกิจทุกท่านที่สละเวลามาร่วมพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสร้าง **Business Connection** ร่วมกัน
**เพราะการทำธุรกิจไม่จำเป็นต้องสู้เพียงลำพัง — เมื่อเราร่วมมือ ช่วยเหลือ และส่งเสียงไปด้วยกัน ธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกาก็จะสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน**
เป้าหมายของเราคือการสร้างให้ **ชุมชนธุรกิจไทยมีความเข้มแข็ง สามัคคี ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง และเติบโตประสบความสำเร็จไปด้วยกันในสหรัฐอเมริกา** 🇹🇭🇺🇸
สหรัฐฯ จัดพิธีรำลึกครบรอบ 25 ปี เหตุวินาศกรรม 11 กันยายน ญาติผู้เสียชีวิตอ่านรายชื่อผู้สูญเสีย พร้อมยืนสงบนิ่ง 7 ครั้ง ขณะที่ทรัมป์ร่วมพิธีรำลึกผู้เสียชีวิตที่เพนตากอน
วันที่ 11 กันยายน 2569 สำนักข่าว CNN รายงานว่า สหรัฐฯ จัดพิธีรำลึกครบรอบ 25 ปี เหตุวินาศกรรม 11 กันยายน 2544 ที่บริเวณอดีตที่ตั้งอาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ในนครนิวยอร์ก โดยญาติของผู้เสียชีวิตร่วมอ่านรายชื่อผู้ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ ขณะที่ผู้เข้าร่วมพิธีร่วมยืนสงบนิ่ง 7 ครั้ง เพื่อรำลึกถึงช่วงเวลาสำคัญของเหตุการณ์ในวันนั้น
รายงานข่าวระบุว่า การยืนสงบนิ่ง 6 ครั้ง ตรงกับช่วงเวลาที่เครื่องบินทั้ง 4 ลำถูกจี้และพุ่งชนอาคาร รวมถึงช่วงเวลาที่อาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์พังถล่ม ส่วนอีก 1 ครั้งจัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงผู้ที่เสียชีวิตในเวลาต่อมาจากอาการเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ 9/11 โดยพิธีที่นิวยอร์กมีบุคคลสำคัญเข้าร่วมจำนวนมาก รวมถึงนายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายรูดี จูเลียนี อดีตนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก ตลอดจนอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน และอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา
ทั้งนี้ เหตุการณ์ 11 กันยายน 2544 เกิดขึ้นหลังกลุ่มผู้ก่อการร้ายจี้เครื่องบินโดยสาร 4 ลำ ก่อนนำเครื่องบิน 2 ลำพุ่งชนอาคารแฝดเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ในนครนิวยอร์ก ส่งผลให้อาคารทั้งสองหลังพังถล่ม มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 2,977 คน
ขณะที่เครื่องบินอเมริกัน แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน 77 ถูกจี้และพุ่งชนอาคารเพนตากอน ใกล้กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ทำให้มีผู้เสียชีวิต 184 คน ซึ่งประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เข้าร่วมพิธีรำลึกที่จัดขึ้นแยกต่างหากที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ 9/11 เพนตากอน ในรัฐเวอร์จิเนีย ส่วนเครื่องบินลำที่ 4 คือ ยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน 93 ตกลงในพื้นที่ชนบทของรัฐเพนซิลเวเนีย หลังผู้โดยสารพยายามต่อสู้กับกลุ่มผู้จี้เครื่องบิน ทำให้เครื่องบินไม่สามารถไปถึงเป้าหมายได้
ทั้งนี้ อนุสรณ์สถานแห่งชาติ 9/11 เพนตากอน ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอาคารเพนตากอน ในเขตอาร์ลิงตัน รัฐเวอร์จิเนีย เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2551 เพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตทั้ง 184 คนจากเหตุการณ์ที่เพนตากอนและเที่ยวบิน 77 โดยอนุสรณ์สถานกลางแจ้งแห่งนี้ประกอบด้วยม้านั่งที่มีแสงไฟส่องสว่าง
สำหรับผู้เสียชีวิตแต่ละคน จัดเรียงตามอายุ ตั้งแต่ ดานา ฟอลเคนเบิร์ก เด็กหญิงวัย 3 ปี ไปจนถึง จอห์น ยามนิคกี ซีเนียร์ วัย 71 ปี พร้อมสลักชื่อของผู้เสียชีวิตไว้บนม้านั่งแต่ละตัว.
ที่มา CNN
ศาลกลางกรุงโซลเตรียมอ่านคำพิพากษา "ยุน ซอกยอล" อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ คดีใช้อำนาจช่วยอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมหลบเลี่ยงการสอบสวน
วันที่ 11 กันยายน 2569 ศาลกลางกรุงโซลของเกาหลีใต้ เตรียมอ่านคำพิพากษาคดีของนายยุน ซอกยอล อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ในข้อหาช่วยเหลือผู้ต้องหาหลบหนีและใช้อำนาจโดยมิชอบ จากกรณีแต่งตั้งนายอี จงซอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไปดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำออสเตรเลีย ในเดือนพฤศจิกายน ปี 2566 โดยศาลมีกำหนดอ่านคำพิพากษาในเวลา 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น
รายงานข่าวระบุว่า ทีมอัยการพิเศษขอให้ศาลลงโทษนายยุน ด้วยการจำคุก 5 ปี โดยกล่าวหาว่า นายยุนเป็นผู้สั่งแต่งตั้งนายอี จงซอบ เป็นเอกอัครราชทูตประจำออสเตรเลีย เพื่อช่วยให้นายอีหลีกเลี่ยงการถูกสอบสวนกรณีถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการปกปิดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเสียชีวิตของนาวิกโยธินนายหนึ่งในช่วงต้นปีเดียวกัน
ทีมอัยการพิเศษยังสงสัยว่า อดีตประธานาธิบดียุน พยายามส่งนายอี ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยคนสำคัญในคดีปกปิดข้อเท็จจริง เดินทางไปต่างประเทศเพื่อป้องกันไม่ให้การสอบสวนดำเนินไปถึงตัวเขา ส่งผลให้นายอี จงซอบ เดินทางออกจากเกาหลีใต้ไปออสเตรเลียในเดือนมีนาคม 2567 แต่ต้องเดินทางกลับประเทศเพียงไม่กี่วันต่อมา หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับการแต่งตั้งครั้งนี้
นอกจากนายยุนแล้ว ทีมอัยการพิเศษยังเสนอให้ศาลลงโทษจำคุกนายโจ แท-ยง อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ และนายพัค ซอง-แจ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม คนละ 3 ปี โดยทั้งสองเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่อีก 5 คนที่ถูกตั้งข้อหาในคดีนี้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งและการเดินทางไปออสเตรเลียของอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ขณะเดียวกัน อดีตประธานาธิบดียุนยังเผชิญการพิจารณาคดีอีกหลายคดี ทั้งกรณีพยายามประกาศกฎอัยการศึกในปี 2567 คดีที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาทุจริตของภริยา และคดีการเสียชีวิตของนาวิกโยธิน ส่วนคดีหลักที่ยุนถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้นำการก่อกบฏจากความพยายามประกาศกฎอัยการศึกยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ หลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิตเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา.
ที่มา Yonhap
© 2011 - 2026 Thai LA Newspaper 1100 North Main St, Los Angeles, CA 90012