เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์การตลาดที่ "ทำถึง" และได้ใจลูกค้าไปเต็มๆ เมื่อมีร้านอาหารแห่งหนึ่งผุดไอเดียเรียกรอยยิ้มด้วยการจัดแคมเปญลุ้นโชคทานฟรีแบบง่ายๆ แต่ได้ผลตอบรับล้นหลาม โดยทางร้านได้ติดป้ายประกาศข้อความชวนลุ้นระบุว่า "โชคดีอยู่ใต้ชาม" แขวนไว้บริเวณร้านอย่างชัดเจน ถือเป็นการสร้างคอนเทนต์ที่ดึงดูดความสนใจ และกระตุ้นให้ลูกค้าสนุกไปกับการรับประทานอาหารให้หมดเพื่อรอลุ้นรางวัลที่ซ่อนอยู่
เมื่อลูกค้าทานอาหารจนหมดและยกชามขึ้นมาดู หากเป็นผู้โชคดีก็จะพบกับคำว่า "ฟรี" ที่ถูกเขียนด้วยปากกาเมจิกสีดำเอาไว้ที่ก้นชามด้านนอก ซึ่งนอกจากจะเป็นการคืนกำไรให้ลูกค้าแบบตื่นเต้นแล้ว กิมมิคเล็กๆ นี้น่าจะช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าต้องถ่ายคลิปลงโซเชียลมีเดียเพื่ออวดความโชคดี นับว่าเป็นไอเดียการทำคอนเทนต์ของร้านที่ลงทุนไม่มาก แต่สร้างการมีส่วนร่วมและสร้างกระแสไวรัลได้อย่างยอดเยี่ยมจริงๆ
จากคลิปวิดีโอบนเฟซบุ๊กที่โพสต์โดยคุณ Jay Devakula Na Ayudhya ได้เผยแพร่เรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจและเป็นข้อคิดที่ดีในการดำเนินชีวิต โดยเป็นบทสัมภาษณ์ของผู้ชายคนหนึ่งที่ยอมผันตัวจากพนักงานขายสินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง มาสู่อาชีพรับจ้างในตลาดเพื่อหารายได้และสามารถส่งลูกเรียนหลักสูตรนานาชาติได้
จากพนักงานแบรนด์หรู สู่การเดินทางหาประสบการณ์
ชายผู้สู้ชีวิตรายนี้เคยมีประวัติการทำงานที่น่าสนใจ โดยเขาเล่าว่าก่อนหน้านี้เคยทำงานเป็นพนักงานขายระดับ Senior ประจำร้านแบรนด์เนมระดับโลกอย่าง Valentino ที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน จากนั้นได้ย้ายไปร่วมงานกับแบรนด์เสื้อผ้าสัญชาติญี่ปุ่นเป็นเวลานานถึง 5 ปี ก่อนจะตัดสินใจเดินทางไปเสี่ยงโชคที่ประเทศกาตาร์ในฐานะช่างตัดผม ทว่าด้วยค่าครองชีพที่สูงลิ่วประกอบกับความกังวลและความคิดถึงลูกที่อยู่ที่ประเทศไทย เขาจึงตัดสินใจเดินทางกลับบ้านเกิดหลังจากไปทำงานได้เพียง 2 เดือน
รายได้และความทุ่มเทเพื่ออนาคตของลูก
ปัจจุบันเขาหันมารับจ้างทำงานในตลาด ซึ่งเป็นงานที่ต้องอาศัยความขยันและอดทน โดยสามารถสร้างรายได้เฉลี่ยถึงวันละ 2,000 กว่าบาท เขาตั้งเป้าหมายรายได้ไว้ที่ประมาณ 300-400 บาทต่อชั่วโมง และยังได้รับเงินทิปพิเศษจากบรรดาพ่อค้าแม่ค้าในตลาดอีกด้วย แรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เขาสู้ทำงานตั้งแต่เวลา 09.00 น. ลากยาวไปจนถึง 01.00 น. หรือ 02.00 น. ของอีกวัน คือความต้องการหาเงินส่งลูกเรียนโรงเรียนคาทอลิกชื่อดัง (แม่พระฟาติมา) ในหลักสูตรอินเตอร์ เพื่อปูทางให้ลูกได้เรียนรู้ทักษะภาษาต่างประเทศและมีอนาคตที่ดี
ข้อคิดในการทำงานและความสุขที่เรียบง่าย
เมื่อถูกถามถึงเป้าหมายและความสุขในชีวิต เขาตอบอย่างตรงไปตรงมาว่าความสุขคือ "การได้เงิน" และ "การมีเงินเก็บเยอะๆ" ซึ่งเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ชีวิตได้ดีที่สุด เขามองว่างานที่ทำอยู่แม้จะเหนื่อยแต่ก็ได้ออกกำลังกายไปในตัว ที่สำคัญคือเป็นอาชีพสุจริตที่ไม่ต้องเบียดเบียนใคร
นอกจากนี้ เขายังเปิดเผยข้อมูลที่น่าทึ่งว่า ในสายงานที่เขาทำอยู่นี้มีผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีมาร่วมทำงานด้วยเป็นจำนวนมาก บางรายมีตำแหน่งเป็นถึงปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ที่ใช้เวลาว่างมารับจ้างเพื่อหารายได้เสริม ถือเป็นเครื่องพิสูจน์อย่างชัดเจนว่า หากไม่เลือกงานและมีความขยัน ทุกอาชีพสุจริตก็สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงได้
17 มิถุนายน 2569 นับเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาแห่งความสุขของครอบครัว สำหรับนักแสดงสาวสวยตลอดกาล “แอน สิเรียม” ที่ล่าสุดได้ขึ้นแท่นเป็นคุณยายป้ายแดงอย่างเต็มตัว หลัง “นนนี่ นนลนีย์” ลูกสาวคนสวย ให้กำเนิดลูกน้อย “น้องไอย์” มาเติมเต็มความอบอุ่นและสร้างรอยยิ้มให้กับคนในครอบครัว
ล่าสุด แอน สิเรียม ได้เผยโมเมนต์สุดประทับใจผ่านทางโซเชียลมีเดีย ขณะเดินทางไปรับขวัญหลานสาวตัวน้อย พร้อมเขียนแคปชั่นว่า “Still can’t believe I’m going to be a grandma… #แอนสิเรียม #annsirium” (ยังไม่อยากเชื่อเลยว่าฉันกำลังจะเป็นคุณยาย) โดยมีเหล่าแฟนคลับรวมถึงเพื่อนพ้องในวงการบันเทิงต่างเข้ามาแสดงความยินดีอย่างต่อเนื่อง
17 มิถุนายน 2569 สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า กระทรวงการก่อสร้างของเวียดนามรายงานแผนการเปิดท่าอากาศยานใหม่ 7 แห่งภายในปี 2030 เพื่อขยายเครือข่ายการบินของประเทศและตอบสนองความต้องการเดินทางที่เพิ่มขึ้น โดยการลงทุนพัฒนาท่าอากาศยานในช่วงปี 2021-2030 จะอยู่ที่ราว 485 ล้านล้านดองเวียดนาม (ราว 5.99 แสนล้านบาท) ซึ่งร้อยละ 55 มาจากงบประมาณรัฐ
รายงานระบุว่าท่าอากาศยานใหม่ทั้งเจ็ดแห่งประกอบด้วยท่าอากาศยานระดับเรือธง 2 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานนานาชาติลองแถ่งในเมืองดองไนทางตอนใต้ และท่าอากาศยานนานาชาติเกียบิญในจังหวัดบั๊กนิญทางตอนเหนือ ส่วนที่เหลือ ได้แก่ ท่าอากาศยานกว๋างจิในจังหวัดกว๋างจิทางตอนกลาง ,ท่าอากาศยานฟานเที้ยตในจังหวัดเลิมด่งทางตอนกลาง ,ท่าอากาศยานซาปาในจังหวัดหล่าวกายทางตอนเหนือ ,ท่าอากาศยานโถเจาในจังหวัดอานซาง และท่าอากาศยานแทงเซินในจังหวัดคั้นห์หว่าทางตอนกลาง
ทั้งนี้ เวียดนามตั้งเป้าหมายมีท่าอากาศยาน 32 แห่งภายในสิ้นทศวรรษนี้ ซึ่งแบ่งเป็นท่าอากาศยานนานาชาติ 15 แห่ง และท่าอากาศยานภายในประเทศ 17 แห่ง พร้อมขีดความสามารถรับรองผู้โดยสารรวม 220 ล้านคนต่อปี
17 มิถุนายน 2569 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา กล่าวเตือนอิหร่านอย่างแข็งกร้าวว่า สหรัฐฯ อาจกลับมาเปิดปฏิบัติการโจมตีทางทหารอีกครั้ง หากไม่พอใจกับข้อตกลงชั่วคราวหรือหากอิหร่านไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้ฒ
ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม G7 ที่ประเทศฝรั่งเศส โดยย้ำว่าข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในขณะนี้เป็นเพียง “บันทึกความเข้าใจ” (Memorandum of Understanding) เท่านั้น และยังไม่ใช่ข้อตกลงฉบับสมบูรณ์
“มันเป็นเพียงบันทึกความเข้าใจ และถ้าผมไม่ชอบมัน เราก็จะกลับไปยิงพวกเขาอีก กลับไปทิ้งระเบิดใส่พวกเขา หากพวกเขาไม่ประพฤติตัวดี เราก็พร้อมกลับไปใช้กำลังทางทหารอีกครั้ง” ทรัมป์กล่าว
อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐฯ ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเงื่อนไขของข้อตกลงดังกล่าว แต่ระบุว่าข้อตกลงชั่วคราวฉบับนี้ยังไม่มีการผ่อนคลายหรือยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านในทันที
แม้จะมีถ้อยคำแข็งกร้าวต่ออิหร่าน แต่ทรัมป์กลับแสดงความเชื่อมั่นต่อกรอบข้อตกลงที่รัฐบาลของเขาเป็นผู้เจรจา โดยระบุว่าเป็นข้อตกลงที่แข็งแกร่งมาก และเชื่อว่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโลกและตลาดการเงิน
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน โดยทรัมป์คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันอาจปรับตัวลดลงอีกในอนาคต และอาจต่ำกว่าระดับก่อนเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
17 มิถุนายน 2569 ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งแอฟริกา (Africa CDC) ออกคำเตือนว่า การระบาดของโรคอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DR Congo) อาจกลายเป็นการระบาดที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ หากไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ในเร็ววัน
ข้อมูลล่าสุดจากรัฐบาลดีอาร์คองโกเมื่อวันอังคาร (16 มิ.ย.) ระบุว่า จำนวนผู้ติดเชื้ออีโบลาที่ยืนยันแล้วเพิ่มขึ้นเป็น 837 ราย และมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 196 ราย ท่ามกลางความกังวลว่าจำนวนผู้ป่วยที่แท้จริงอาจสูงกว่านี้มาก
นายฌอง คาเซยา ผู้อำนวยการใหญ่ของ Africa CDC กล่าวระหว่างการประชุมออนไลน์ร่วมกับผู้นำประเทศในแอฟริกาและผู้บริจาคนานาชาติที่จัดขึ้นในประเทศบุรุนดีว่า หากไม่สามารถหยุดการแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว สถานการณ์อาจเลวร้ายกว่าการระบาดครั้งใหญ่ในแอฟริกาตะวันตกและภาคตะวันออกของดีอาร์คองโก ซึ่งเคยคร่าชีวิตผู้คนรวมกันมากกว่า 11,000 ราย
ด้านนายบรูโน มิชง ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการของสหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (IFRC) ระบุว่า การระบาดในปัจจุบันยังไม่ถึงจุดสูงสุด และมีความเป็นไปได้ว่าการควบคุมโรคอาจต้องใช้เวลานานถึง 1 ปี
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขยังเตือนว่า พิธีศพตามประเพณีที่ญาติสัมผัสร่างผู้เสียชีวิตโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้โรคแพร่กระจาย เนื่องจากศพของผู้เสียชีวิตจากอีโบลายังคงมีเชื้อและสามารถแพร่โรคได้
ขณะเดียวกัน สหภาพแอฟริการะบุว่า ขณะนี้สามารถระดมทุนได้ไม่ถึง 20% ของงบประมาณ 518 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่จำเป็นสำหรับการควบคุมการระบาด ส่งผลให้หลายฝ่ายกังวลว่าหากขาดงบประมาณสนับสนุน สถานการณ์อาจยิ่งรุนแรงขึ้น
องค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือวิธีรักษาที่ได้รับการอนุมัติสำหรับเชื้ออีโบลาสายพันธุ์ที่กำลังระบาด และอาจต้องใช้เวลาถึง 9 เดือนก่อนที่วัคซีนจะพร้อมใช้งาน
นอกจากนี้ ประเทศยูกันดาซึ่งมีพรมแดนติดกับดีอาร์คองโก ได้ตรวจพบผู้ติดเชื้อแล้ว 19 ราย โดย 14 รายเป็นผู้ที่เดินทางมาจากดีอาร์คองโก และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย สะท้อนถึงความเสี่ยงที่การระบาดอาจขยายวงกว้างไปยังประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคแอฟริกากลางและแอฟริกาตะวันออก
อามีร์ กาเลโนอี กุนซือทีมชาติอิหร่าน เผยว่าทีมของพวกเขานั้นกลายเป็นทีมที่ถูกเอาเปรียบ มากที่สุดในฟุตบอลโลกหนนี้หลังถูกสั่งให้ออกจาก สหรัฐอเมริกา และเดินทางกลับไปยังแคมป์เก็บตัวที่เมืองติฮัวนา ประเทศเม็กซิโก เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจบเกมฟุตบอลโลก 2026 นัดแรก ที่เสมอกับ นิวซีแลนด์ 2-2 เมื่อวันอังคารที่ 16 มิ.ย.
กาเลโนอี ไม่ได้ระบุว่าใครเป็นผู้ออกคำสั่งดังกล่าว แต่ยืนยันว่าทีมอิหร่านวางแผนจะพักค้างคืนใน รัฐแคลิฟอร์เนีย เพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายตามปกติหลังการแข่งขัน ก่อนจะเดินทางกลับในวันถัดไป ทว่าหลังจบเกมกลับได้รับแจ้งว่าทุกคน ต้องขึ้นเครื่องบินกลับทันที
“พวกเขาไม่ให้เวลาเราฟื้นฟูร่างกายเลย หลังจบเกมก็แจ้งทันทีว่าเราต้องออกเดินทางเดี๋ยวนั้น การมีเวลาพักฟื้นเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับเรา แต่เรากลับถูกสั่งให้ขึ้นเครื่องและกลับแคมป์ทันที ซึ่งสร้างความลำบากให้ทีมอย่างมาก”
“ผมคิดว่าทีมของเราอาจเป็นทีมที่ถูกปฏิบัติด้วยความเอาเปรียบที่สุดในฟุตบอลโลกครั้งนี้”
พร้อมกันนี้ กาเลโนอี เปิดเผยว่าผู้เล่นหลายคนมีอาการเป็นตะคริวระหว่างเกม ทั้งที่สภาพอากาศไม่ได้รุนแรง พร้อมชี้ว่าปัญหาดังกล่าวเกิดจากการเดินทางและการเตรียมทีมที่ไม่ราบรื่น
“ก่อนเกมผมบอกแล้วว่าเราไม่มีเวลาปรับตัวจากการเดินทาง นักเตะหลายคนเป็นตะคริว นั่นคือเหตุผลที่เราต้องเปลี่ยนตัว ไม่ใช่เพราะแท็กติก แต่เป็นเพราะอาการบาดเจ็บและความล้า”
สำหรับโปรแกรมที่เหลือของ อิหร่าน ในกลุ่ม จี ถือว่ายากยิ่งขึ้น โดยพวกเขาจะพบกับ เบลเยียม ในวันอาทิตย์ ก่อนเดินทางไปซีแอตเทิลเพื่อพบกับ อียิปต์ ในสัปดาห์หน้า
© 2011 - 2026 Thai LA Newspaper 1100 North Main St, Los Angeles, CA 90012