สิ่งที่เห็น..ไม่ใช่..สิ่งที่เป็น

เวลาที่เห็นใครสักคนที่สะดุดตา...ทำให้เราเกิดความรู้สึกสนใจขึ้นมา จนมักแอบคิดไม่ได้ว่า...คนๆ นั้นคงต้องเป็นยังงั้น...เป็นอย่างนี้ ให้ครบสูตรภาพพจน์ของ...สิ่งที่เห็น ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงอาจ...ไม่เป็นอย่างที่เห็น !!

อย่างผู้หญิงบางคน...เป็นอะไรที่ตรงกันข้ามกับที่คนเห็นเธอด้วยซ้ำไป เห็นท่านิ่มๆ นิ่งๆ ท่าทางดูเย๊น..น..เย็นคิดว่าเป็นแม่พระ... ที่ไหนได้...เบื้องหลังภาพพจน์คุณเธอคือ...พระเพลิงดีๆ นี่เอง !

สาวบางคนที่ดูท่าว่าเร้าอารมณ์ไปหมด...ทั้งรูปร่างหน้าตา...สำนวนวาจาแพรวพราวด้วยจริตอินเตอร์ ให้คนเห็นคิดหลงเก้อ...กะว่าจะรักชอบกันได้ง่ายๆ กลายเป็นว่า....ตัวจริงแสนสุโขทัย...โบร้าน...โบราณอย่างพลิคล็อค

มาถึงสาวซ่าวัยฉ่ำจัดอีกคน...แหม..ม...ตั้งแต่หัวจรดเท้าประดับประดาด้วยยี่ห้ออินเทรนด์ นัดเพื่อนฝูงแต่ละครั้งต้องเป็นที่เริดหรู เม้าท์ถึงใครขึ้นมาต้องแจ้งแจงนามสกุลใหญ่โต...รู้จักกันทั่วไทยว่าเป็นตระกูลเศรษฐี...ใครได้ยินก็ต้องร้อง “อ๋อ” ด้วยความชินหู... เธอผู้นี้มีความสุขอยู่กับความฉาบฉวย ในสังคมคนมีฐานะ...ทั้งที่กลับถึงที่พักเป็นเพียงทาวน์เฮ้าส์เก่าๆ ที่ยังต้องนอนก่ายหน้าผาก...ค้างผ่อนมาหลายเดือนแล้ว...ด้วยความหวังว่า...สักวันหนึ่งจะได้เจอ ผู้ชายไฮโซจากตระกูลดังๆ มาตกหลุมรัก...รอแล้วรอเล่าเฝ้าแต่รออยู่กับ...ภาพพจน์สาวสังคมไฮโซ ที่หลอกหลอนตัวเองให้จมลงไปทุกวันนั่นแหละ...เศร้านะคะ

สาวโสดที่มีภาพพจน์เหมือนว่า...ยินดียืนยงมั่นคงอยู่บนคาน...คล้ายไม่แคร์ผู้ชายนั้นก็ไม่ได้หมายความว่า...เธอไม่ต้องการความรัก...ความห่วงใยหรอกนะ แต่จำเป็นต้องเลือกเฟ้นกันหน่อยละ ในเมื่อมีชีวิตอยู่ได้สบายดี...อย่างไม่เดือดร้อนโดยไม่ต้องมีผู้ชาย จะมีทั้งที...ต้องมีดีพอที่จะให้เธอมีสุขยิ่งขึ้น...กว่าที่สุขอยู่แล้ว...ฮ่า-ฮ่า-ฮ่า หาดีไม่ได้แล้วจะมีไปทำไม ให้เปลืองตัว...เปลืองใจล่ะ (โว้ย..) ชัดเจนไหมคะ...คุณน้องขา...

และความจริง...การเป็นผู้หญิงโสดของยุคนี้ ก็ไม่ได้เลวร้ายเลย...ทุกนาทีมีอิสระ...ที่สำคัญไม่ต้องรับภาระพี่เลี้ยงส่วนตัว ให้กับคุณผู้ชาย ยิ่งบังเอิญเกิดเป็นสาวสารพัดเก่งด้วยละก้อ ยิ่งหนุนหนักให้ในที่สุด...พ่อเจ้าประคุณ...คุณผู้ชายกลายเป็น “ง่อย” ไปซะอีกต่างหาก !!!

อะ...อะ...เปล่านะ ที่เม้าท์ปอกเปลือกใจออกมาทั้งหมดนี้ อย่าเข้าใจผิดทีเดียวเชียว ไม่ได้โกรธ...เกลียด...หรือเป็นปรปักษ์กับเพศชายแต่อย่างใด.... ยังชอบยู้...รู้ไว้ซะ ถ้าได้เจอคนที่เข้าท่า...พูดภาษาเดียวกันน่ะ หากสเป็คที่โดนใจถูกทุบพิมพ์ทิ้งหมด...ไม่สามารถโคลนนิ่งได้อีก ก็ไม่เป็นไรนะตัวเอง ทำใจได้เหมือนกัน...รออีกไม่กี่ปีก็ต้องแย้มฝาโลงแล้วละ... ดังนั้น...กรุณาเตือนตัวเองทุกครั้งเอาไว้ก่อนเลยนะคะ เวลามีโอกาสได้คบหารู้จักกับใคร...ในระยะแรกๆ อย่าเพิ่งโมเม...เดาสุ่มสิ่งที่เห็นจากคน...คนนั้น เพราะบางทีมันไม่ใช่สิ่งที่เขาเป็น และภาพพจน์ของมนุษย์บางคน...ก็เป็นเพียงหน้ากากที่สวมพราง “ปมด้อย” ของเขาเท่านั้นเอง...

คนตัวดำ...ด้ำ...ดำก็ดำแต่ผิวตัว แต่หัวใจใสสะอาด...ราวกับมะลิร้อยมาลัย คนขาวๆ ดูผุดผ่องสะอาดเป็นยองใยบางคนเสียอีก กะเทาะหัวใจออกดู...อู้หู๊...สกปรกโสมมสิ้นดี..เล้ย.ย..ย

ตัวอย่างภาพพจน์พลิกล็อคน่ะมีเยอะ..นะเคอะ แต่ยังไม่ได้รับอนุญาตเปิดเผย ก็ไม่บังอาจนำมาเม้าท์เมนชั่นนะคะ จับตัวเองเป็นแซมเพิ่ลพลางๆ ไปก่อนละกัน คิดดูเหอะ...อายุขัยเข้าสู่วัยกล้วยไม้ (ใกล้ม้วย) เข้าไปทุกทีแล้ว ยังไม่วายใครได้เห็น...ได้รู้จักใหม่ๆ มักทึกทักเอาว่า... “เจ้าชู้” อยู่นั่นแหละ จนขี้เกียจแก้ตัว..ต้องยอมน้อมรับ...ขอบคุณค้า... ทั้งๆ ที่เคยบอกใครต่อใครด้วยตัวอักษรมาหลายรอบแล้ว...เหมือนกันนะ พจนานุกรมฉบับส่วนตัวของฉัน คำว่า “เจ้าชู้” มันแปลความหมายว่า...มีเสน่ห์ มันก็แค่ภาพพจน์เท่านั้น...คือ...สิ่งที่เห็น...ไม่ใช่...สิ่งที่เป็น !! เหมือนภาพพจน์ของผู้ชายคนหนึ่ง...ซึ่งมีพฤติกรรมติดดิน...แต่งตัวง่ายๆ เสื้อยืดสีมอๆ กางเกงยีนเก่าๆ ไม่มีเฟอร์นิเจอร์โลโก้ของแบรนด์ดังๆ... เดินเข้าไปนั่งโซ้ยเย็นตาโฟร้านอร่อยข้างถนน... ตรงป้ายรถเมล์ ดูท่าทางแสนธรรมดา เพราะไม่มีอะไรให้เห็นเด่นสะดุดตา ชวนให้เป็นที่สนใจ ใครได้เห็นเขาอาจคิดว่า...ก็แค่ผู้ชายตกงานคนหนึ่ง ที่กำลังเดินเตะฝุ่นรอวันโชคดีอยู่ก็เป็นได้...

แต่ความจริง...เขาคนนี้คือผู้ชายผ้าขี้ริ้วห่อทองแท้ๆ เป็นลูกอภิมหาเศรษฐี ที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างไข่ในหิน จบดีกรีมาจากเมืองนอกเมืองนาแล้ว...ไม่ต้องใช้เส้น (ใหญ่) ลูกท่านหลานเธอเข้าไปสมัครงานขององค์กรใดๆ ...เขาแค่เตร่เข้าไปเหล่กิจการของตระกูลบ้าง...เท่านั้นแหละ... ก็รับเงินเดือนเงินปันผลใช้ไม่ทันอยู่แล้ว แวดวงสังคมของเขาอยู่ดีกินดีมาตั้งแต่เกิด...จนบางครั้งเอือมระอา วันที่อยากเป็น “โนบอดี้” ขึ้นมา...ก็จะทำตัวตามสบายด้วยภาพพจน์ของผู้ชายธรรมดาๆ คนหนึ่ง...ขึ้นรถไฟฟ้าบ้าง...ใต้ดินบ้าง...บางทีโหนรถเมล์ก็ยังเคย...เอาอารมณ์ตัวเองเป็นผู้กำหนด

ทำไมหนอ...ทำไม เขาจึงเลือกภาพพจน์ที่แตกต่างกับตัวจริง เชื่อว่า...เขาต้องมีเหตุผลส่วนตัว แน่นอน หรือบางที่...เขาอาจเบื่อที่เกิดมารวย !

วกกลับมาเม้าท์ภาพพจน์เพศหญิงอีกสักคน...ที่ทำท่าก๋ากั่นเหมือนว่า “ข้าแน่” ยังกะว่า...เป็นตัวแม่สาวเปรี้ยวงั้นแหละ ผู้ชายอย่าได้แหยมเข้าใกล้หวังจะแจกขนมจีบให้ แม่รู้แกวหม๊ด..ด.. ปากกล้าวาจากห้าวหาญแทงใจดำ...แบบไม่ยอมไว้หน้าใครๆ ผู้ชายเลยขยาด..ด..ต้องถอยไปตั้งหลักไกลสุดโยชน์

ปอกเปลือกแล้วปรากฏว่า...เธอสร้างเกราะเสริมใยเหล็ก เพื่อป้องกันตัวเองต่างหากล่ะ ถึงวันนี้ก็ยังปราศจากมลทินใดๆ เวลาที่มีโอกาสกลับไปเที่ยวเมืองไทย...ฉันรู้สึกคึกคักเพราะได้พบปะกับบรรดาผู้คนหลากหลายประเภท...และภาพพจน์เหมือนกับมาเติมผงชูรสให้กับชีวิต...ในสิ่งที่เห็น...ไม่ใช่...สิ่งที่เป็นจริงๆ

คุณล่ะคะ...ไม่คิดจะลองค้นหามิตรภาพหลังภาพพจน์ของคนที่น่าสนใจดูบ้างหรอกหรือ ใครจะรู้...อาจมีฟลุคก็ได้นะคุณ !