ผจญภัยไปกับ Access

ฉันเป็นวัยทองที่สังขารไม่สมประกอบ ร่างกายและเลือดลมไม่สมบูรณ์... มีดวงตาหนึ่งคู่...ที่ดูเหมือนว่าจะแจ่มแจ๋ว ทว่า...โฟกัสเจ๋งจริงๆ ได้แค่ข้างเดียว มี 2 ขา 2 แขน... 2 มือ 10 นิ้วมือและนิ้วเท้า เหมือนมนุษย์คนอื่นๆ นั่นแหละ....

เพียงแต่...สมรรถภาพการใช้งานของมันด้อยพลัง...สลับกันป่วย สลับกันแผลงฤทธิ์ อาการปวดร้าวระบมเพราะอักเสบนั้นมันธรรมดา ด้วยความชินชา ถึงยังไงฉันก็ยังมีลมหายใจอยู่อย่างคงกะพัน...ชนิดว่าไม่ยอมให้โรคอะไรมามีอำนาจเหนือใจตัวเอง... เพื่อนฝูงตลอดจนใครต่อใครที่รู้จักฉันดี... มักสรรเสริญ (เยินยอ) อยู่เสมอ กับรอยยิ้มผสมอารมณ์ขัน...ที่ฉันมีให้แจกโปรยอยู่เป็นประจำ...บางคนย้ำซึ่งๆ หน้า คนอาไร้...มีโรคภัยสามัคคีอยู่ในตัว ตั้งแต่หัวจรดเท้ายังยิ้มร่าหน้าเป็นได้...เหมือนไม่มีทุกข์

โถ...คุณขา...โปรดรู้ไว้ ทุกข์น่ะมีอยู่กะตัวเสมอละค่ะ ฉันก็แค่มนุษย์ธรรมดา...ธรรมดา ไม่ใช่เทวดานี่นา อายุล่วงมาถึงปูนนี้แล้ว ต้องรู้จักฝึกฝนตนเอง....ให้รู้จักมีขันติ...รู้จักละวาง...และเพิ่มดีกรีความอดทน แล้วที่สุด...ก็จะมีชีวิตอยู่กับทุกข์ได้อย่างเป็นสุขไปเอง

เหตุที่สุขภาพกายไม่สมประกอบ...(ยกเว้นสมอง) นี่เอง ปัจจุบันนี้เลยหมดความมั่นใจในการขับรถบนฟรีเวย์...หรือเส้นทางแปลกใหม่ที่ไม่เคยไปมาก่อน...ไม่คิดจะเสี่ยงกับอุบัติเหตุ...หรือตายก่อนกำหนด ! ฉันจำเป็นต้องใช้สิทธิ์สวัสดิการณ์ของการเป็นสมาชิก Access ซึ่งเป็นองค์กรหนึ่งที่รัฐบาลเกื้อหนุน ในเรื่องพาหนะให้กับผู้สูงอายุและผู้ไม่สมประกอบทุกวัยได้ใช้บริการในราคาประหยัด...ถูกกว่าค่าน้ำมันที่ตอนนี้กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าใจหาย...

การใช้บริการขององค์กร Access นั้น คิดแบบไม่มีทางเลือกละก้อ ขอบอกว่า สะดวกใจที่ไม่ต้องรบกวนใคร แต่ไม่ค่อยสบายกายสักเท่าไหร่... เพราะส่วนใหญ่มันต้องแชร์พื้นที่นั่ง ร่วมไปกับผู้โดยสารคนอื่น...หลีกเลี่ยงไม่ได้ และเลือกผู้ร่วมทางไม่ได้ จำเป็นต้องมีความอดทน...ต้องทำใจไว้ล่วงหน้า เนื่องจาก...คุณไม่มีวันรู้ก่อนเลยว่า จะต้องนั่งร่วมทาง...นั่งเบียดไปกับใคร ?

หากโชคดีหน่อย...อาจได้นั่งรถแวนสีขาวคันใหญ่ มีตัวอักษรสีฟ้าโลโก้ Access ประทับทาบอยู่ข้างๆ รถ แบบนี้มักได้ร่วมทางไปกับผู้โดยสารวีลแชร์ ซึ่งจะมีพื้นที่พิเศษกว้างขวางให้รถวีลแชร์ ขึ้นไปนั่งประดับอยู่ด้านหน้าคู่กับโชเฟอร์ ด้านหลังมีที่นั่งแยกเป็นส่วนตัวอย่างสบายๆ ไม่อึดอัดกับเนื้อที่

แต่หากโชคไม่ดี...คุณจะได้เจอกับรถแท็กซี่สีแดงดำหรือเหลืองดำ ที่ส่งมาทำหน้าที่แทน ด้วยเหตุที่แต่ละสาขาขององค์กร Access มีรถบริการไม่เพียงพอ จำเป็นต้องใช้รถแท็กซี่เข้ามาเสริมบริการ บางครั้งต้องนั่งเบียด 3 คนในด้านหลังแล้ว...ยังต้องทนหายใจรูจมูกเดียวไปตลอดทาง....เพราะผู้โดยสารบางคนที่ร่วมทางมาด้วย...บังเอิญไม่ได้อาบน้ำมา 7 วัน หรือมากกว่านั้น !!!

ผู้ชายเฒ่าบางคนมีกลิ่นฉุนโชยอบอวลทั้งเหล้าและบุหรี่ ที่แคบทำให้ตัวลีบยังไง...ไหล่ก็ชนกันได้อยู่ดีละ... ต้องทำใจอย่างเดียว คุณป้าอามีเนียนสุดจะเอียน...ฉีดน้ำหอมอย่างมันมือมาครึ่งขวด กลิ่นฉุนแรงมาก...ก เร้าอารมณ์จนมึนพาลอยากกระชากให้ลงไปจากรถ....ซ้ำพอรู้ว่าโชเฟ่อร์เป็นคนชาติเดียวกัน...ก็...เอาเล้ย..ย แม่เจ้าประคุณเอ้ย...ส่งภาษาชาติกำเนิด น้ำลายกระเซ็นข้ามหัวกันไปมา...ไม่เห็นแก่หน้าใคร...ไม่คิดว่าจะระคายหูผู้โดยสารคนอื่นเลยสักนิด...

แล้วที่เคยคิดว่า...ไซส์บั้นท้ายของตัวเองมันเกินขนาด กินเนื้อที่นั่งมากพออยู่แล้ว ก็ยังได้มาเจอขนาดบั้นท้ายคุณป้าอามีเนียนบางคน...โอ้โห...ครอบครอง 2 ที่นั่งไปเลย...แถมยังหอบถุงสัมภาระขึ้นมาวางหว่างที่นั่งซะอีก ไม่ยอมให้โชเฟ่อร์เอาไปไว้หลังรถ...สงสัยจะแบกทองแท่งมาด้วยรึไง...เล่นเอาเนื้อหนั่นบั้นท้ายด้านหนึ่งของฉันถูกเบียดแนบชิดติดข้างประตูไปเลยละกัน...

ครั้งหนึ่ง...ฉันต้องนั่งชิดติดกับผู้ร่วมโดยสารที่เป็นเด็กชายวัยทีนออติสติค โชเฟ่อร์ได้บอกฉันตอนเปิดประตูด้านหลังให้ว่า...อย่าตกใจถ้าผู้โดยสารมีพฤติกรรมน่ากลัว...รับประกันว่าเขาไม่เป็นอันตรายใดๆ และจะนำเขาไปส่งก่อนในระยะทางไม่เกิน 10 นาทีข้างหน้า...รับรู้แล้วฉันจึงเข้าไปนั่ง...รีบส่งยิ้มแทนคำทักทาย ซึ่งเขาก็ยิ้มตอบรับพร้อมกับส่งเสียงอ้อแอ้...อ้อแอ้...ฟังไม่ได้ศัพท์...จับความไม่ได้ กับโชเฟ่อร์ดูเหมือนจะเข้าใจตอบรับกันดี...เดาว่าคงบริการรับ-ส่งกันมาเป็นประจำ

ฉันนึกชื่นชมโชเฟ่อร์อยู่ในใจ ที่พูดคุยให้ความเป็นมิตรกับเด็กหนุ่มออติสติคคนนั้นอย่างอ่อนโยน...นึกสงสารที่เขาต้องเกิดมากับโรคนี้...สงสารพ่อแม่ของเขาที่จะต้องดูแลเลี้ยงดูเขาอย่างพิเศษตลอดการเติบโต...และอดคิดไม่ได้ว่า...ตัวเองโชคดีขนาดไหน ที่มีลูกชายสุขภาพครบบริบูรณ์ทุกประการ....

แต่แล้ว...ความคิดของฉันก็กระเจิง...กระจายหายวับไปทันที...เฮ้ย...อะไรกันนี่ร่างของเขาที่นั่งตรงกลาง ระหว่างฉันกับผู้โดยสารอีกคน...ชักกระตุกสั่นโคลงไปมา...จู่ๆ เขาก็ส่งเสียงร้องกรี๊ด...กรี๊ด...ต๊กใจหมดเลย เกิดอะไรขึ้นละ...กลัวนะซี...นั่งตัวเกร็งเลยละ ก็ถ้าเขาหันมาเอามือไม้ที่ยกขึ้นโบกไปมานั่นเลี้ยวเอี้ยวตัวมาบีบคอฉันล่ะ...ใครจะช่วยทันละเนี่ย...โหย...หัวใจจะวาย...

คุณโชเฟ่อร์คงมองเห็นความหวาดกลัวเงียบๆ ของฉันจากกระจกมองด้านหลัง เขาเรียกชื่อเด็กออติสติค...เตือนสติให้นั่งดีๆ อย่าส่งเสียงดังแล้วรับรองว่าเขาจะถึงจุดหมายก่อนเวลาเข้าเรียน...ได้ฟังแล้วนั่นละเขาหยุดร้องกรี๊ด...เปลี่ยนเป็นหัวเราะชอบอกชอบใจ...ตบมือตบเข่าตัวเองแทน แต่ถึงกระนั้นก็ยังกระตุกชักแขนแรงๆ ทุกครั้งที่รถหยุดสัญญาณไฟแดง...

เฮ้อ...สงสาร...สงสารตัวเอง ที่ต้องควบคุมสติ...ไม่ให้กลัวเกินกว่าเหตุไปตลอดระยะเวลาแค่ 10 นาที...รู้สึกมันนานยังกะชั่วโมงเชียวละ...

ที่ผ่านๆ มา...ฉันใช้บริการ Access ในช่วงเวลาเช้า...สาย...บ่าย...เย็น เพราะไม่ว่าเกิดการผจญภัยในรูปแบบไหน ยังมองเห็นกันได้ชัดๆ...ไม่รู้สึกวิตกจริตนัก ยังพอคิดหาทางช่วยตัวเองได้บ้าง...มีสมองมีสติบวกไม้เท้ากายสิทธิ์ เป็นอาวุธประจำตัวอยู่แล้ว...วนี่ !

อ้อ...ช่วงมืดค่ำมีอยู่คราวหนึ่ง ที่จองให้รถ Access มารับจากร้าน P.M Lost & Found Antique Gifts Shop ที่เมือง Granada Hills ตอนหนึ่งทุ่มตรง ซึ่งในฤดูกาลนี้พระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว...เพราะเป็นวินเธ่อร์ซีซั่น รถแวน Access สีขาวคันใหญ่มารับฉันคนเดียว เลยรู้สึกโคลงเคลงโหวงเหวง คุณโชเฟ่อร์มารยาทดีบอกว่า จะต้องไปหยุดรับผู้โดยสารอีกคนที่ Mission Hills แล้วนำไปส่งที่เมือง Van Nuys จากนั้นจึงจะถึงคิวส่งฉันที่บ้าน รับรู้แล้วฉันก็เย็นใจ...มืดค่ำยังไงก็ไม่เป็นไร... คิดว่ามีคนขับรถให้นั่งเอนจอยแสงสีนอกบ้านยามค่ำคืนเสียบ้าง...เปลี่ยนบรรยากาศ...เปลี่ยนอารมณ์จำเจบ้างก็ดีนะ ก็ตั้งแต่ถือป้ายวัยทองมาได้หลายปีดีดักนี่ ยากที่จะออกไปไหนในตอนกลางคืน

ทว่า...อารมณ์บรรเจิดของฉัน สะดุดกึกลงในทันที...ตอนที่คุณโชเฟ่อร์หยุดรถลงที่หน้าประตูเหล็กดัดโปร่งของสุสานหนึ่ง... บรรยากาศรอบๆ บริเวณนั้นเงียบสงัด...ปราศจากผู้คน...และมืดสลัวมีเพียงสป๊อตไลท์ดวงเล็กส่องพุ่งตรง...พอให้ได้อ่านเห็นตัวเลขของสถานที่บนเสากำแพงปูนข้างประตูเหล็กโปร่งเท่านั้น...

บรือว์...ฉันขนลุกซู่หนาวขึ้นมาได้ทันที...ทั้งๆ ที่ในรถแวนเปิดฮีทเตอร์อุณหภูมิอุ่นไว้ ! ร้องถามในใจตัวเองว่า....

...มารับใครที่หลุมฝังศพ...ที่สุสานในยามมืดค่ำเช่นนี้ ?

...บรือว์...บรือว์...หรือ...คุณผีมีเดท จะออกไปเที่ยว !

...ถ้าผู้โดยสารที่ขึ้นมา ต้องนั่งคู่กับฉันล่ะ...รับได้ไหม ?

...และถ้าโชเฟ่อร์หันหน้ากลับมาให้ดูชัดๆ มันเป็นผีล่ะ ?

เฮ้ย..พอ..พอแล้ว..ทำไมต้องป้อนคำถามอุบาทว์ๆ ให้ตัวเองหวาดด้วย (วะ) แล้วหูดีๆ ก็ยังอุตส่าห์ได้ยินเสียงคุณโชเฟ่อร์บ่นพึมพำกับตัวเองอย่างฉงนว่า...เลขที่...ถนนก็ถูกต้องตามที่ออฟฟิศจัดคิวมาให้นี่นะ มืดค่ำแบบนี้ผู้โดยสารนั่งวีลแชร์เสียด้วย...จะเข้าไปถามตามหาในสุสานก็ไม่ได้อีก...หมดเวลาปิดประตูไปแล้ว...เฮ้อ...

ฉันเปิดหูฟัง...แต่ปิดปากเงียบสนิท นั่งตัวแข็งแข่งกับจังหวะเต้นระทึกของหัวใจ.. บรรยากาศช่างอึมครึม...อึดอัด...ไม่น่าอภิรมย์เอาเลย เปล่านะ...ไม่ได้กลัว แต่ไม่กล้าเก่งเท่านั้นเองหล่ะ ใครลองมาเป็นฉันตอนนั้นดูบ้างสิ...จะได้รู้สึกมันเป็นยังไง !

อึดใจต่อมา...คุณโชเฟ่อร์วกรถแวนไปจอดคอย สำรวจเหตุการณ์ฝั่งตรงข้ามสุสาน รออีก 5 นาทีแล้วโทรศัพท์เข้าไปรายงานศูนย์... ให้แน่ใจว่าไม่มีใครแจ้งยกเลิก...ปรากฏว่าทางศูนย์ตรวจเช็คแล้ว ไม่สามารถติดต่อกับผู้โดยสารได้ จึงต้องยกเลิกไปโดยปริยาย...เพราะได้คอยอยู่ร่วม 15 นาทีแล้ว...ไม่มีวี่แววของผู้โดยสารเลย...นอกจากความว่างเปล่าเคล้าวังเวง...บรือว์...ว์

ไชโย...ไชโย...โล่งอกโล่งใจ รีบๆ พาฉันไปจากตรงนี้ซะทีเถอะ คิดถึงบ้าน...อยากกลับบ้านแล้ว E.T. CALL HOME !!!


(การผจญภัยไปกับ Access ยังไม่สิ้นสุดหรอกนะคะ เด็ดๆ เก็บไว้วีคหน้า...ห้ามพลาด !)