มีเพื่อนดี...เป็นศรีแก่ตัว

ถึงจะมีดวงอาภัพในเรื่องคู่...หรือเรื่องสุขภาพ แต่...ฉันดวงดีมีเพื่อนเย๊อะ...มาก..ก..ก ไม่ใช่แค่เพื่อนธรรมดา เพื่อนของฉันเป็นกัลยาณมิตร ทั้งหญิงและชายล้วนเป็นคนน่ารัก...น่าคบหากันทั้งหมด

และหากมีคำถามว่า...รู้ได้อย่างไรว่าเพื่อนของคุณเป็นคนดี ขอตอบว่า...ก่อนอื่นก็ต้องลองคุย...ลองคบ โดยให้กาลเวลาเป็นผู้ตัดสิน เพราะถ้าด่วนใช้ใจเราฟันธงลงไป บางทีอาจมีลำเอียงด้วยความเสน่หาส่วนตัว เป็นเรื่องจริง...ที่เพื่อนดีๆ บางคน ได้พบได้คุยกันปีหนึ่งไม่กี่ครั้ง แต่มิตรภาพแสนงาม ยังติดผลึกเหนียวหนึบเหมือนเดิม... นั่นแหละ...คือมิตรภาพแบบรู้หน้าเท่าเทียมกับ...รู้ใจ...ไม่รู้สึกห่างไกลกัน

เพื่อนดีบางคน...ทำท่าคล้ายว่า อยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งใคร...ไม่ค่อยยอมแบ่งปัน "น้ำใจ" ให้ใครได้ง่ายๆ ก็อย่าเพิ่งตัดสินไปว่าเขาไม่ดี บางทีเขาอาจมีเหตุผลส่วนตัว หรือไม่ได้อยู่ในสภาวะที่จะหยิบยื่น "น้ำใจ" ให้กับใครได้...เพราะเขาเองก็แบกภาระ...เอาตัวเองแทบไม่รอดอยู่แล้ว...

บางคนปากไว...ใจร้อน...โกรธง่าย...อารมณ์เปลี่ยนให้น่าเวียนหัว...ชวนเลิกคบ ก็ขอให้ตัดบทบอกตัวเองว่า...เพื่อนคนนั้น ก็แค่มนุษย์ปุถุชนคนธรรมดา ที่ยังมีรัก...โลภ...โกรธ...หลงปนอยู่ในอารมณ์ เหมือนกับตัวเราในบางครั้งนั่นเองแหละ หากเราได้รู้จักตัวจริง...เสียงจริงของเขาแล้ว เวลาที่เขาพูดจาไม่น่าฟัง...ก็ทำหูทวนลมเสีย อย่าเก็บรับเอาเข้ามาเปลืองสมอง... เพราะมันก็แค่คำพูดไม่ไตร่ตรอง...ไม่ตั้งใจ ในอารมณ์ปั่นป่วนชั่วโมเม้นท์ของเขาเท่านั้น

อย่าเก็บประโยคเสียของอารมณ์บูดๆ ที่ไม่ได้ตั้งใจของเพื่อนมาใส่กระทะตั้งไฟ...ให้มันร้อนเดือดพล่านเผาตัวเองเลย... รักเพื่อน...ก็ต้องสร้างกำแพงอดทนของตัวเองให้มีคุณภาพแข็งแรงด้วย...

เพื่อนรักคนหนึ่งของฉัน...คบหากันมาตั้งแต่สมัยวัยรุ่น...เป็นคนดีมีน้ำใจ จวบปัจจุบันก็เกินกว่า 40 ปี มิตรภาพยาวนานประมาณนี้ก็ยังมีเรื่องให้เคืองใจกันได้อยู่เป็นประจำ...ทั้งๆ ที่รักกันมาก...ก สาเหตุส่วนใหญ่ของความขัดแย้ง...มาจากความน้อยอกน้อยใจ เก็บเอามากระทบกระทั่งเหน็บแนม...เวลาที่รู้สึกต้องการความสนใจจากเรา...แล้วไม่ได้อย่างใจนึก อารมณ์พาลเลยออกมาเต้นร่า...อยากให้ฝ่ายตรงข้ามรู้สึกร้อนฉ่าเทียมกันขึ้นมาบ้าง

แต่ก่อน...ตอนยังไม่เข้าวัยทอง ฉันปรี๊ดแตกง่ายมาก...ความรู้สึกโคตะระ(โคตร) สุดไว.... โดนกระทุ้งด้วยวาจาไม่งาม...จากใคร เป็นต้องให้กระแทกกลับ...ให้มันรู้บ้าง..กกรู...ก็ไม่ยอมใคร ?

มาถึงวันนี้...กับวัยเดินไม่ตรงทาง... ฉันกลับกลายเป็นนิ่ง... นิ่งได้จริงๆ อย่างไม่น่าเชื่อ เวลาเจอคำพูดบาดหู...จะรูดซิปปาก... ปิดประตูต่อมอารมณ์โดยอัตโนมัติ แล้วรีบแผ่เมตตาให้ผู้เป็นเพื่อนไปในทันที...ประมาณว่าอยู่ห่างๆ กันสักพัก ให้เวลาเพื่อนรักได้ไปสงบจิตใจ...ไตร่ตรอง...สำรวจพฤติกรรมของตัวเองเสียก่อน แล้วไม่นานจนเกินรอเลยจริงๆ เพื่อนก็หาเวลาติดต่อกลับมาเองหล่ะ...

เพราะ...มิตรภาพของเพื่อนดีๆ ที่คบหากันมานาน...น ถึงวันนี้ ถึงวัยผมหงอก...ผมร่วง...บางคนไม่มีผมเหลือ....แล้ว มันมีความหมายและคุณค่า เกินกว่าจะตัดรอนถอนรากโคนกันไปได้อย่างง่ายๆ

เพื่อน...มีความสำคัญอย่างยิ่ง เป็นส่วนประกอบของชีวิตที่เราขาดไม่ได้... เพื่อนดีจะเป็นกระจกเงา ส่องสะท้อนให้เราได้เห็นว่า...เราเป็นมนุษย์น่าคบรึป่าว ? เพื่อนคนหนึ่งเคยเปรยบอกฉันว่า...กล้าพูด...กล้าคุยบอกกับฉันได้ทุกเรื่อง มากกว่าสามีสุดเลิฟของตัวเองด้วยซ้ำไป คงเป็นเพราะ เรื่องบางเรื่องผู้ชายไม่ชอบฟังคิดว่า...ไร้สาระอยู่ร่ำไป.... ผู้หญิงจึงมีเรื่องพูดคุยให้กำลังใจกันได้สารพัด ตั้งแต่เรื่องงานการ...ลูกเต้า...ผู้ร่วมงาน...อาหารการกิน...พ่อผัวแม่ผัว...เพื่อนบ้าน สุดท้ายก็อาจสลับกันนินทาสามีตัวเอง ! เดาเอาว่าผู้ชายมีเรื่องเม้าท์กันอยู่ไม่กี่เรื่อง...มากที่สุดคงเป็นเรื่องเศรษฐกิจ การเมือง...ผู้ร่วมงาน...ปัญหาลูกเต้าไม่เข้าล็อค...แล้วจบลงด้วยคลายเครียด เรื่องจี้เส้นขำๆ เล่นในอารมณ์....

ผู้ชายวัยทอง...ไม่กล้านินทาเมียหรอกนะ...ขอบอก ด้วยเหตุผล 2 ประการ...คือไปไหนไม่รอด...ยังไงๆ ก็ต้องกลับไปตายรัง...หรือ...เขินปากไม่อยากประจานตัวเอง !

สรุปแล้ว...มนุษย์ไม่ว่าหญิงชาย...ขาดเพื่อนไม่ได้ เพราะเพื่อนเป็นส่วนประกอบชีวิตประจำวัน ช่วยให้มีสีสัน...มีน้ำใจไมตรีคอยเอื้อหนุน...นำพาสิริมงคลมาสู่กันและกัน ที่สำคัญเพื่อนคือยาวิเศษช่วยให้มีเสียงหัวเราะ...ให้เรามีอายุยืนอย่างมีความสุข..

คนวัยทองจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับมิตรภาพของเพื่อนเก่าเป็นอย่างมาก เค้าท์ดาวน์แล้ว...เหลือกันอยู่ไม่กี่คน ยิ่งต้องถนอมน้ำใจกันให้จงหนัก เพราะสำนึกได้ว่า สมัยก่อนตอนวัยฉกรรจ์ได้ยินจนหูชาอยู่ตลอดเวลากับประโยคที่ว่า.... "เพื่อนกินหาง่าย เพื่อนตายหายาก..."

มาถึงวัยนี้กลายเป็น "เพื่อนตายหาง่ายกว่า...เพื่อนเที่ยว...เพื่อนกิน" ไปแล้ว เห็นหน้า...นั่งคุยนั่งกินด้วยกันอยู่หลัดๆ ... ไม่เจอกันพักเดียว...ก็..ก็...อ้าว..ว...ต้องไปนั่งสั่งลา...อาลัยเพื่อนในงานศพซะแล้ว...!!

เพื่อนดี...กว่าจะรู้จักตัวจริงๆ เข้าใจกันได้ ไม่ใช่วัน 2 วัน มันใช้เวลา

เพื่อนดี...นำพาไปไหนทั้งยืด...ทั้งยิ้มได้ ไม่ต้องหลีกเลี่ยงหลบสายตาใคร

เพื่อนดี...นึกถึง...พูดถึงทีไร เบิกบานสุขใจได้ทุกครั้ง

เพื่อนดี...ได้ยินเสียงหัวเราะของเขาเสมอ แม้ร่างจะจากเราไปแล้ว !

มีเพื่อนดี...เป็นศรีแก่ตัวนั้น เป็นนิยามตามความจริง

หากคุณปรารถนาจะมีเพื่อนดีๆ จงทำตัว...ทำใจให้ดีเข้าไว้ แล้วเพื่อนดีๆ ก็จะเดินทางเข้ามาหาเอง โดยมิต้องดั้นด้นค้นหาให้เสียเวลา

บางทีเวลาที่เหลืออยู่น้อยนี้ ไม่พอจะศึกษาเพื่อนใหม่ที่รู้หน้า...แต่อาจยังไม่รู้ใจ ก็ช่วยกันพยุงเพื่อนเก่าๆ ให้มีพลังแข็งแรง...รักกันคงกะพันนั้นประเสริฐสุด แต่ถ้า...ไม่พึงใจจะเป็นเพื่อนกะใคร...ก็จงปิดประตูขังตัวเอง รอวันแห้งเฉาตาย...โดดเดี่ยวไปคนเดียวก็แล้วกัน !!!

ขออนุโมธนา... กัลยาณมิตรทุกท่านที่ตั้งใจมาฟังสวดไว้อาลัยให้กับ "เพื่อนดี" (อ.สุเมธา สว่าง) ณ วัดไทยนอร์ทฮอลลีวูด ในคืนวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2556 มา ณ ที่นี้ด้วย.... ขอบุญกุศลต่อยอดชีวิตเป็นสุขแก่ทุกๆ ท่านเทอญ