อันเนื่องมาจาก...อัคคีภัย (ต่อ)

สำหรับฉัน...ยังไงก็นับว่าโชคดีอย่างมาก...ที่คืนนั้นอุตริใส่ชุดนอนพาจาม่า...แขนเสื้อยาว ทั้งที่อากาศร้อนตับแตก...

เป็นเหตุให้ช่วยปกปิดแขนขา ได้ปลอดภัยจากความร้อนแรงของควันไฟ แต่ถูกกระทบมากอย่างจังๆ ก็คือ...ใบหน้าที่มีเค้าว่าเคยสวย...(มีคนบอก..อิ..อิ) กับมืองทั้ง 2 ข้างที่โผล่ออกมาจากแขนเสื้อนอนนั่นแหละ... พอหลุดออกมาจากตัวบ้าน ผิวเนื้อได้เจออากาศเย็นเฉียบของเวลาตี 2 ทั้งใบหน้าและมือ...ที่เพิ่งผ่านม่านควันไฟมาสดๆ ก็เกิดอาการปวดแสบ...ปวดร้อน คล้ายกับถูกน้ำร้อนลวกยังไง...ยังงั้น

เรา 2 คนแม่ลูกช่วยประคองกันและกัน ค่อยๆ เดินมานั่งพิงกันบนขอบฟุตปาธริมถนนฝั่งตรงข้ามบ้าน เพื่อหลีกเลี่ยงกลิ่นควัน สภาพของแม่สาหัสกว่าฉันหลายเท่า เพราะใส่เสื้อนอนแขนสั้น...ทำให้ผิวเนื้อถูกลวกลึกทั้งมือ และลำแขนทั้งสองข้าง และด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการ... ความปวดแสบ...ปวดร้อนเหลือเกิน ทำให้แม่เผลอเอามือไปลูบไล้...

ผิวเนื้อที่พองได้ที่จึงหลุดลุ่ย... เปิดเห็นเนื้อชั้นใน...ขาววอก...โหย...สงสารแม่จัง !

เราได้แต่...ครวญครางให้กำลังใจกันและกัน เพราะต่างคนต่างช่วยอะไรกันไม่ได้...แต่ก็ได้ครอบครัวแมคคเลย์เพื่อนบ้านน้ำใจประเสริฐ ทั้งลูกเมียออกมาช่วยกันเอาผ้าขนหนูชุบน้ำเย็น มาให้ฉันกับแม่ประคบหน้าที่พอง...ปวดแสบเข้าไปถึงขั้วหัวใจ...

15 นาทีต่อมา บริเวณหน้าบ้านก็ชุลมุนไปด้วยรถดับเพลิง 3 คัน ติดตามด้วยรถพยาบาลฉุกเฉินอีก 3 คัน จอดสลับกันเต็มถนน...ปิดกั้นทางเดินยังไม่เท่าไหร่ แต่พนักงานดับเพลิงเดินกันให้ขวักไขว่ ส่วนหนึ่งทำหน้าที่เข้าไปฉีดน้ำดับไฟในบ้าน...อีกส่วนหนึ่งทำหน้าที่เข้ามาตรวจเช็คสภาพร่างกายของฉันกับแม่....นอกจากส่องไฟจ้ามาตรวจดูที่ใบหน้าและร่างกายแล้วยังสลับกันป้อนคำถามอยู่นั่นแหละ....

ชื่ออะไร...นามสกุลอะไร...วัน...เดือน...ปีเกิดจำได้ไหม ? ไฟไหม้เกิดจากอะไร...เกิดขึ้นได้อย่างไร ?? ถามฉันเสร็จ...ก็หันกลับไปถามแม่...ที่บุ้ยใบ้ให้มาถามฉันอีก...โห...มันจะซักถามหาสวรรค์วิมานอะไรกันนักหนาวะ... กรู...เจ็บจะตายโหง รีบๆ พาไป ร.พ. ซะทีซีโว้ย..ย..

แต่พอรู้ว่า...แม่อายุ 84 มีอาการหายใจติดขัด...สูดเอาควันไฟเข้าปากเข้าคอไปพอดู อีกทั้งแขนทั้งสองถูกลวกลึก...ผิวเนื้อเปิดเหวอะหวะ...บุรุษพยาบาลของหน่วยฉุกเฉินรีบจัดการหามแม่...ขึ้นรถแอมบูแลนซ์ไปก่อนเลย...

ส่วนฉันกับน้องชาย ก็ถูกหามขึ้นแอมบูแลนซ์คนละคัน...ในเวลาต่อมาความรู้สึกห่วงในตัวเขานั้น...มีน้อยกว่าห่วงแม่แน่นอน เพราะเขาเป็นผู้ชายและก็ยังเห็นวิ่งกระเจิด กระเจิงลากสายยาง ไปฉีดน้ำในบ้านได้อยู่แสดงว่า...บาดแผลกระจกบาดคงไม่หนักเท่าไร...หรือไม่ ก็คงยังอยู่ในภาวะช็อคซีนีม่ากับเหตุการณ์...เลยยังไม่รู้สึกเจ็บปวดเท่าที่ควร...ก็เป็นได้ สำหรับตัวเอง...จิตใต้สำนึกเตือนใจ ไม่ให้วิตกจริตไปเกินกว่าเหตุ จากการเผชิญอัคคีภัยครั้งนี้...รอดตายมาได้ก็นับว่าบุญแล้ว...

ระหว่างนอนหลับตา...กัดฟันทนกับความเจ็บปวด อยู่ในรถแอมบูแลนซ์นั้น หูที่ไม่ได้ป่วยเงี่ยฟังบุรุษพยาบาลพูดโต้ตอบกัน...ก็เลยรู้ว่ากำลังถูกพาไปเข้าห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล Holly Cross ของเมือง Granada Hills

เป็นความจริง...ในชีวิตของฉัน เรื่องเจ็บป่วยชนิดต้องเข้าห้องฉุกเฉินนั้น มันมีบ่อยครั้งจนรู้สึกเป็นเรื่องธรรมดา...ที่ไม่ค่อยสะท้านหวาดผวาสักเท่าไหร่...ไปเสียแล้ว แต่...โมเม้นท์นี้กลัวและห่วงอาการของแม่มากกว่า ภาพผิวเนื้อแขนถูกควันไฟลวกลึกรุ่งริ่งยังติดตา แม่จะทนความเจ็บปวดบาดแผลได้ไหมหนอ ?

ขณะที่นอนอยู่บนเตียงห้องฉุกเฉินของ ร.พ. ก็มีพยาบาลสาวเข้ามาทำหน้าที่ปฐมพยาบาลขั้นต้นกับตัวฉัน...วัดความดันเสียบสายน้ำเกลือ...กำจัดทำความสะอาดแผลที่ได้รับมา กันการติดเชื้อแล้วยังทำการส่ง Tube อะไรสักอย่าง...เข้าไปในคอ เพื่อตรวจเช็คคลีนเขม่าควันที่หายใจเข้าไปตกค้าง...อยู่ในลำคอ คลื่นไส้...จนเกือบ...อ๊อก ออกมา

หลังจากนั้น...ตำรวจหน่วยสืบสวนก็เข้ามาซักถาม เอาความจริงอีกรอบนึงว่า...

สาเหตุไฟไหม้เกิดจากอะไร ?

มีใครจุดเทียนทิ้งไว้แล้วลืมดับรึเปล่า ?

คืนนั้นที่บ้านจุดไฟ Fireplace หรือไม่ ?

มีคนสูบบุหรี่ในบ้านรึเปล่า ?

คนในบ้านมีศัตรูไหม ?

คำถามทั้งหมดประมาณนี้ ฉันได้ตอบไปแล้วรอบแรก...กับหน่วยดับเพลิงพอมาถูกซักอีกรอบ ตอนที่คอนดิชั่นในร่างกายไม่ปรกติ...ฮีทเตอร์ก็เริ่มร้อนขึ้นมาตามลำดับ...อารายวะ ถามซ้ำซากอยู่นั่นแหละ กรู...เจ็บแผลแสบหน้าจะตายอยู่แล้ว..ว.ว

ตาบวมร้อนผ่าว...ปากพองๆ แสบแทบขยับไม่ได้ ปวดร้อนทั้งมือ...ทั้งใบหน้าที่รู้สึกเหมือนว่า...ใกล้จะสุก !

เท่านั้นไม่พอนะ..กระเพาะปัสสาวะทำงานถี่ผิดปรกติ...ฉี่ได้ฉี่ดี ได้ขึ้นมาอยู่บนเตียงฉุกเฉิน ร.พ. นี้ ขอกระโถนนอนฉี่ (Bed Pan) มา 3 รอบแล้ว จนเกือบจะขอร้องให้พยาบาลหาจุกก๊อกมาอุดอยู่แล้วเชียว พอถูกกระทุ้งด้วยคำถามซัก...ซ้ำซาก มันก็ฉุนนะซีคู้น..น.. ก็...ก็...ฉี่กำลังจะราดนี่นา !

“Excuse Me... I need to pee badly”

ฉันระล่ำระลักออกไป...น้ำเสียงคงบ่งบอกความกดดันที่รุนแรง บุรุษในเครื่องแบบ 2 คนได้ฤกษ์จบคำถาม...รีบเรียกพยาบาลเข้ามารับช่วงดูแลฉัน ในเรื่องของธรรมชาติที่กำลังจะเกิดขึ้น...

นาทีต่อไป...พอได้ปลดปล่อย เอาน้ำเสียออกจากตัวไปได้ ค่อยรู้สึกโล่งช่วงล่างสบายดีแล้ว...คุณพยาบาลสาวก็ดึงเอากระโถนนอนออกไปจากบั้นท้าย...แต่คุณเอ้ย...ช่วงบนถ้วนทั่วใบหน้าลงมาถึงลำคอ มันร้อนผ่าวรู้สึกว่า เปลือกตาบวมใกล้จะปิด ผิวหน้าปวดแสบปวดร้อนเข้าไปถึงในรูจมูก...ทั้งหน้าและริมฝีปากบวมเจ่อหนาเตอะ เดาไม่ถูกจริงๆ ว่า มันเละเทะน่าเกลียดน่ากลัวขนาดไหน...ต้อมเริ่มทำใจ !

เมื่อผ้าม่านกั้นระหว่างเตียง ถูกคุณพยาบาลเปิดออก...เอ้า...ฉันได้ยินเสียงซักถามประโยคเดิมๆ จากตำรวจสืบสวนอีกแล้ว..ว...คราวนี้เขาป้อนคำถามผู้บาดเจ็บบนเตียงถัดไป...ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากน้องชายของฉันเอง...อดใจไม่ได้ค่อยๆ เอียงหน้าเหลียวไปดู...

ร่างที่นอนอยู่บนเตียงถัดไป...

ต๊กกะใจ...เขา...มีสีผิวดำสนิท...

ว๊าย...หม่ายก็อด..ด...พระเจ้าช่วย

น้องชายฉันกลายเป็น...ไทเกอร์ วู๊ด...ได้งัยเนี่ย ?

(ติดตามเหตุการณ์ต่อไป...เสาร์หน้านะคะ)