บุญวาสนา

เคยนึกน้อยใจ...สงสัยกับตัวเองบ้างไหมคะ ว่า...ทำไมบุญวาสนาถึงน้อยกว่าคนอื่นๆ โดยเฉพาะ...ตอนที่เผลอวัดชั่งชีวิตเทียบกับเพื่อนๆ รุ่นเดียวกัน

คนอาไร้...เกิดมาบุญพา...วาสนาส่งเสียเหลือเกิน....ไม่ว่าส่วนไหนของชีวิต....ประสบแต่สุขและความสำเร็จ ความผิดหวัง...ไม่เคยแผ้วพานผ่านมากระทบ...รบกวนใจ ความรัก...มีได้มากมายอย่างมั่นคง รับแทบไม่ไหวตลอดมาทุกช่วงวัย ความฝัน...รึ...โอ้โห...ได้ครบครัน จนไม่กล้าอยากจะฝัน...แค่คิดปั๊บก็ได้ปุ๊บ...ราวกับอภินิหาร....

เฮ้อ...ช่างตรงกันข้ามกับชีวิตตัวเองซะจริง...จริ้ง กว่าจะได้อะไรมาสักชิ้น...สักอัน...เลือดตาแทบกระเด็น...ผมร่วงไปไม่รู้กี่ร้อยเส้น มีบางคนอารมณ์ฉุนเคืองขุ่น...พาลโกรธขึ้ง...หมั่นไส้เลิกคบเพื่อนบุญหนาคนนั้นไปเลย... ด้วยเหตุผลส่วนตัวแค่ว่า...ทำไมต้องมีบุญวาสนาดีกรีมากกว่า... นี่...ก็ไม่ได้นั่งเทียนเม้าท์ว่าไป...แบบคันๆ มันปากหรอกนะเคอะ คนพาลประเภทนี้...ยังมีปะปนอยู่ในทุกสังคมจริงๆ เป็นโรคจิตชนิดรักษาไม่หาย...

แต่...ตัวฉันเองนั้น กลับชอบนักที่จะคบหาสมาคม กับคนมีบุญวาสนา ทั้งที่ไม่ได้หวังผลประโยชน์ใดๆ ...คบด้วยจิตใจโปร่งใส...สบาย...สบาย กลายเป็นพลอยได้รับ...สะเก็ดบุญติดกลับมาด้วย โดยไม่รู้ตัว..อิ..อิ..อิ คนที่มีบุญวาสนาไม่รู้เสร็จ...ในชาตินี้ การันตีว่า...เขาต้องทำกรรมดีมาตลอดอย่างมากมายในหลายชาติก่อน....

อย่าได้มีจิตริษยา ตาร้อนผ่าวให้ความดันพุ่งกระฉูดไปเล้ย..ย..ย กลับมาดูพฤติกรรมตัวเองก่อน ดีกว่ามั้ย... วันๆ นึงได้ทำอะไร ที่สร้างสรรคุณธรรมความดีบ้างรึเปล่า ? หากอยู่นิ่งเฉย...ไม่เคยคิดขยับ หยิบจับทำอะไรเลย รอแต่จะให้ บุญวาสนาเฉียดมาเกย... ก็คอยไปเถอะคู้น..น..น รอจนสมองฝ่อ...สมองแฟบ แล้วคงไม่แคล้ว...เสวยแห้วเป็นบทสรุปนั่นหละค๊า...

หากคิดจะแข่งบุญ...แข่งวาสนากับใครละก้อ ต้องรู้จักสะสมกรรมดีๆ ในตอนที่มีลมหายใจอยู่นี่แหละ ชาติหน้า...ถ้าได้เกิดจะได้อิ่มบุญวาสนากะเขาบ้าง...

อ้อ...พอดีมีตัวอย่างคนทำกรรมดีมาฝากด้วยนะคะ...เป็นเรื่องจริงและชัดเจนของพี่สาวเพื่อนคนหนึ่ง ที่มีสุขนิยมในการทำบุญทำทานอยู่เป็นนิจสิน เธอเป็นกุลสตรีไทยในสายเลือด มาเรียนต่อหลักสูตรพยาบาล และใช้ชีวิตอยู่ที่อเมริกามาหลายปีดีดัก...ก็ไม่คิดจะรักใคร...พึงใจที่จะนั่งอยู่บนคานอย่างเหนียวแน่น จึงไม่มีภาระของ ลูกกวนตัว.. ผัวกวนใจให้เปลืองเวลา เรียนจบหลักสูตรแล้วโชคดี...ได้ทำงานทันที ทำหน้าที่เป็นพยาบาลพี่เลี้ยงดูแลมาดามเศรษฐีมีอายุคนหนึ่ง ที่อยู่ลำพังโดดเดี่ยวในคฤหาสน์หลังใหญ่...และมีทายาทเพียงคนเดียว แต่ก็ชิงตัดหน้าตายจากไปตอนเยาว์วัย คุณพี่มีวาสนาคนนี้ติดผลึกทำงานอยู่กับมาดามนาน...เกินกว่า 15 ปี กระทั่งถึงเวลาที่เศรษฐีเฒ่าผู้ดีโบกมืออำลาโลกไป ทนายประจำตระกูลแจ้งให้คุณพี่ได้รับรู้ว่า...

ทรัพย์สมบัติที่มีอยู่ทั้งหมดของมาดามเศรษฐีจะถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน...เข้ากองทุนมูลนิธิต่อต้านมะเร็ง ! ส่วนอีก 1 ส่วน (มากโข) ยกให้คุณพี่กุลสตรีไทย...พยาบาลผู้ดูแล ตามเจตนารมณ์ของมาดาม ที่ได้ระบุไว้ในพินัยกรรม !

ช็อคซีนีม่าไหมล่ะคะ...คุณพี่สาวโสดสนิทคนนี้ เหมือนถูกส้มโอหล่นใส่...กลายเป็นเศรษฐีนีวัยทองไปโดยพลัน...ทั้งนี้ทั้งนั้นก็คงเป็นเพราะกุศลผลบุญที่ขยันปฏิบัติดีมานั่นเอง...อาจสะสมมากี่ชาติแล้วก็ไม่รู้สิ... มาถึงชาตินี้อยู่ดีๆ กับกรรมดีๆ เลยได้รับมรดกครึ่งหนึ่งของมาดามบอสใหญ่ใจดี...ไปอย่างเปรมปรีดิ์ พอมั่งคั่งขึ้นมา แทนที่คุณพี่เธอจะใช้เงินซื้อหาความสุขนานา ให้กับตัวเองในวัยรีไทร์...อย่างเช่น เที่ยวรอบโลก...หรือศัลยกรรมเปลี่ยนลุ้คสให้เดิ้น...ให้เด้ง...ก็เปล่าเล้ยค่ะ กลับนำเงินไปทำบุญ บูรณะสร้างวัดกันดารตามต่างจังหวัดของประเทศไทย.... เป็นโยมอุปัฎฐายิกา...ให้กับพระภิกษุสามเณร...และยังอุปถัมภ์สนับสนุนกิจกรรมทางศาสนาอีกหลายโครงการ นอกจากให้ทุนการศึกษาระดับสูงให้กับหลานๆ แล้ว ก็ยังตั้งกองทุนการศึกษา...ให้กับนักเรียนที่ด้อยโอกาสอีกด้วย...

การันตีได้เลยว่า...คุณพี่เธอจะอิ่มบุญวาสนาต่อไป ในทุกชาติจากบุญและทานที่เธอปฎิบัติอย่างต่อเนื่อง...ไม่เบื่อหน่าย เธอไม่ปรารถนาที่จะให้ใครได้รู้จัก...ได้สรรเสริญชื่นชมเยินยอ เธอต้องการแค่ได้ทำสิ่งดีๆ ทุกๆ นาทีก็พอ...

วันนี้...ฉันจึงคิดได้ถึงประโยคพังเพย ที่เคยได้ยินจนชินหูตั้งแต่เล็กจนถึงวัยทอง “แข่งอะไรก็แข่งได้ แต่อย่าแข่งบุญวาสนา” แน่นอน...เพราะมนุษย์แต่ละคน เกิดมากับบุญวาสนาที่ไม่เท่าเทียมกันซึ่งเกี่ยวพันพฤติกรรมทำดีที่สะสม...ต่อยอดมาแล้วแต่ละชาติ !!

ตัวฉันเอง...ถึงบุญวาสนาจะน้อยไปนิ้ด..ด..ด ในเรื่องความมั่นคงมั่งมี...หรือไม่เคยมีโชคที่ล่องลอยมาหาง่ายๆ แต่ก็ถือว่ามีบุญอยู่ระดับหนึ่งเหมือนกัน...ที่มีกัลยาณมิตรทุกเพศและรุ่นวัย...ไปทั่วทุกทิศ ใครที่คิดจะเป็นศัตรู...ต้องถอยทัพโบกมือลา... เพราะดูท่าว่า...ไม่คุ้มน่ะฮ่ะ..ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า

คนที่ห่างไกลวัด...ไม่ค่อยมีโอกาสทำบุญทำทาน ก็ไม่ใช่ไม่มีวาสนานะคะ แค่เป็นคน...จิตคิดดี ไม่คิดเบียดเบียนใครทั้งพฤติกรรมและความรู้สึกข้างใน...ไม่เป็นตัวเสนียด...ให้เป็นที่รังเกียจของสังคม ก็ถือว่ามีกรรมดีอยู่ในตัวเป็นพื้นฐานแล้วหละ...ฉันคิดของฉันเรียบง่ายแบบนี้ ถูกต้องไหมหนอ ?

บางคนสังสัยว่า...แล้วมนุษย์ที่คิดได้...ทำดีแต่สิ่งอัปรีย์...อัปรีย์ทำไมยังลอยหน้าซีเมนต์...ให้เห็นอยู่ได้ ซ้ำสังคมบางกลุ่มยอมรับสนับสนุนซะอีก นั่น...อาจเป็นเพราะเขายังมีบุญเก่าของชาติก่อน ปกป้องกะลาหัวไว้อยู่ละมั้ง... แต่...อย่าห่วงไปเล้ย..ย โปรดรอสักครู่ มฤตยูกำลังจัดคิวยกทัพมารับตัวเขาไปประหาร...ในเวลาไม่นานจนเกินรอของชาตินี้แล้วละค่ะ !

จะว่าไปแล้ว...ฉันก็คงมีบุญเก่าหลงเหลืออยู่บ้างแหละ ที่ไม่ได้ไปเกิดใหม่ซะที หลังจากผ่านวีรกรรมและอุบัติเหตุหลายๆ ครั้งมาในชีวิต...ปีก่อนก็เพิ่งรอดตายมา จากการถูกไฟครอกในบ้านตอนตี 2 ยามนอนฝันหวานถึง ชู้ทางใจ... (แค่ทางใจน่าค๊าา) พอเพื่อนรักปากมอมคนหนึ่งรู้ข่าว...มันดันย้ำบอกว่า...

“คนอย่างแก...ไม่ตายง่ายๆ หร็อก..ก ยิ่งแก่หนังยิ่งเหนียว... ยังต้องอยู่ใช้เวร...ใช้กรรมไปอีกนานเลยละ...”

โห...นี่มันชมหรือแช่งกันแน่ฟะ...เป็นงงง่ะ !!!