ธรรมะสมสมัย

หลวงพ่อไสว ชมไกร



“สติ สำคัญกว่าปัญญา” ธรรมะในวิถีพุทธ

ขอจำเริญพร ธรรมะสบายๆ สไตล์วัดพระธาตุทุ่งเศรษฐี วันนี้นำคำปราชญ์ที่ท่านกล่าวไว้ว่า “สติ สำคัญกว่าปัญญา” มาขยายความเล่าสู่กันฟังถือเสียว่าเป็นการแลกเปลียนเรียนรู้กัน ผู้รู้ท่านกล่าวว่าทุกการกระทำ การพูด การคิด หรือการอื่นใดที่ไร้สติ ย่อมนำไปสู่ความผิดพลาดได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าผู้นั้นจะมีการศึกษาสูงเพียงใด หรือเรียนน้อยเพียงใด หากขาด “สติ” ก็อาจพลาดได้เท่าเทียมกัน


โบราณจึงเตือนว่า

“วุฒิการศึกษาเป็นเพียงเครื่องประดับสมอง แต่สติเป็นเครื่องคุ้มครองชีวิต” จบด็อกเตอร์หรือ ป.4 จึงไม่ต่างกันในยามที่ขาดสติ เพราะเมื่อใจมืดบอด ความรู้ก็ช่วยอะไรไม่ได้ แต่เมื่อมีสติ แม้เรียนมาน้อย ก็สามารถดำเนินชีวิตอย่างมีคุณค่าได้.


โบราณกล่าวไว้ว่า

“จบด็อกเตอร์หรือ ป.4 ก็ไม่ต่างกัน” มิได้หมายถึงดูหมิ่นการศึกษา แต่ชี้ให้เห็นความจริงว่า ความรู้ทางโลกไม่อาจแทนความรู้เท่าทันตนเองได้ หากไม่มีสติปัญญากำกับ ความรู้มากก็อาจใช้ผิดทาง ส่วนผู้เรียนน้อยแต่มีสติ ก็อาจดำเนินชีวิตได้อย่างถูกต้อง

ในสังคมปัจจุบัน ผู้คนมักให้คุณค่ากับวุฒิการศึกษา ตำแหน่งหน้าที่ และความสำเร็จภายนอก จนบางครั้งลืมมองสิ่งสำคัญยิ่งกว่านั้น คือ “สติ” เพราะสติคือเครื่องคุ้มครองชีวิต เป็นผู้กำกับความคิด คำพูด และการกระทำให้เดินไปในทางที่ถูกต้อง หากขาดสติแล้ว ก็อาจผิดพลาดได้ไม่ต่างกัน

การที่ได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา เพี่ยงเพื่อเป็นอุทาหรณ์ธรรมะ ให้ได้มีความสำรวมการกระทำ การพูด การคิด เพื่อเป็นการสั่งสมบุญกุศลไว้ในดวงจิต ไม่ให้เกิดความเสียหายต่อตนเอง หรือตลอดทั้งต่อสังคมชาติบ้านเมือง

แต่เท่าที่ได้ลองเปรียบเทียบดูแล้วนั้น ผู้มีความรู้น้อย เชียวชาญน้อย ก็ลำบากที่จะทำงานใหญ่ๆ ถึงแม้เวลาความเสียหายเกิดขึ้นก็น้อย แม้กระทั้งความสามารถที่จะมองปัฐญหารอบด้านก็น้อย ซึ่งต่างจากผู้มีความรู้มาก ย่อมมีประสบการณ์มาก เกิดความสำเร็จก็มาก หากแต่ถ้าเกิดความเสียหายขึ้นก็มากเช่นกัน เพราะที่เป็นข่าวอยู่หน้าสื่อโซเชียวเช่น การโกง การเป็นสแกรมเมอร์ก็มีความรู้ที่เป็นมิจฉาทิฏฐิ จนขาดคุณธรรมทำลายชีวิตผู้คนบริสุทธิ์ไปมิใช่น้อย

คนมีความรู้สูง ผ่านการศึกษาอย่างลึกซึ้ง มีความสามารถด้านวิชาการ แต่หากปล่อยให้อารมณ์ครอบงำ โกรธง่าย หลงตัวเอง หรือประมาทในการใช้ชีวิต ความรู้ทั้งหมดก็อาจไร้ค่าในชั่วขณะเดียวกัน เราเห็นข่าวอยู่เสมอ คนมีตำแหน่งใหญ่โต พูดจาหยาบคาย ใช้อำนาจผิดทาง ทุจริต หรือทำลายอนาคตตนเองเพราะอารมณ์เพียงวูบเดียว สิ่งเหล่านี้มิใช่เพราะเขาไม่มีความรู้ แต่เพราะเขาขาดสติควบคุมใจ

ในทางกลับกัน คนที่เรียนหนังสือน้อย บางคนจบเพียงชั้นประถม แต่มีความซื่อสัตย์ ขยัน อดทน รู้จักยับยั้งชั่งใจ พูดดี ทำดี มีเมตตา คนเช่นนี้กลับได้รับความเคารพจากผู้คน เพราะเขามีปัญญาชีวิต แม้ไม่มีปริญญาติดฝาผนัง แต่มีคุณธรรมติดตัว

โบราณจึงกล่าวเตือนไว้อย่างลึกซึ้งว่า "หากไร้สติ ความเสียหายมันเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น” เป็นคำสอนให้มนุษย์อย่าหลงเพียงเปลือกนอก อย่าคิดว่าการศึกษาสูงแล้วจะไม่ผิดพลาด เพราะความผิดพลาดเกิดได้กับทุกคน หากปล่อยใจให้โลภ โกรธ หลง เข้าครอบงำ

อุทาหรณ์มีให้เห็นมากมาย บางคนเรียนสูง มีงานดี มีชื่อเสียง แต่พูดคำเดียวผิดเพราะขาดสติ สูญเสียมิตรภาพ บางคนตัดสินใจเพียงครั้งเดียวด้วยความโกรธ กลับเสียครอบครัว เสียงาน เสียอนาคต ขณะที่บางคนแม้มีชีวิตเรียบง่าย แต่คิดก่อนพูด พิจารณาก่อนทำ จึงอยู่เย็นเป็นสุข

พระพุทธศาสนาสอนว่า “สติ เป็นธรรมะสำคัญ เปรียบเหมือนยามเฝ้าประตูใจ" เมื่อสติมา ปัญญาก็เกิด เมื่อปัญญาเกิด การกระทำย่อมไม่ผิดพลาด คนมีสติจะรู้ว่าอะไรควรพูด อะไรควรเงียบ อะไรควรทำ อะไรควรหยุด

ดังนั้น อย่าวัดค่าคนเพียงใบปริญญา แต่อย่าลืมวัดที่ความประพฤติ อย่าภูมิใจเพียงความรู้ แต่อย่าละเลยการฝึกใจ เพราะสุดท้ายแล้ว คนจะสูงหรือต่ำ มิได้อยู่ที่วุฒิการศึกษา แต่อยู่ที่การใช้สติในชีวิตประจำวัน

จงจำไว้ว่า ความรู้ทำให้มีงานทำ แต่สติทำให้ชีวิตไม่พัง และคนที่ฝึกสติอยู่เสมอ ย่อมเป็นผู้มีชัยเหนือความผิดพลาดทั้งปวง.

ร่วมเป็นเจ้าเภาพทอดผ้าป่าตามกำลังบุญกำลังศรัทธา เพื่อบำรุงรักษาพัฒนาอาราม สนับสนุนสร้างความมั่นคงธำรงธรรม ขอเชิญร่วมบริจาคปัจจัยค่าไถ่ถอนที่ดินปลดหนี้สินวัดถวายเป็นพุทธบูชา และเพื่อพัฒนาเสนาสนะที่อยู่อาศัยของวัดได้โดย Donation check payable to "Buddhist Meditation Society" หรือ Wat Phrathat Thongsethi ส่งไปตามที่อยู่ที่แจ้งไว้นี้ 6763 East Avenue H. Lancaster CA 93535-7849 ส่วนท่านที่สะดวก Transfer money with Zelle ก็โอนด้วยเบอร์ (562) 249 - 3789 ขออนุโมทนาบุญ มา ณ โอกาสนี้ด้วย รูปขอจำเริญพร