ลมหายใจของวัยทอง

จริตสราญ
ผจญภัยไปกับ Access/Taxi (Part 2)

โชเฟอร์ให้ฉันนั่งรอ..อยู่ในรถคนเดียวเกือบ 15 นาที เริ่มรู้สึกอยากปล่อยน้ำออกจากร่าง ขึ้นมาตะหงิด..ตะหงิด ครั้นจะตามเข้าไป ขอเข้าห้องสุขาก็กระไรอยู่...ไม่ปลื้มกับสถานที่ ใครจะชอบ “ฉี่” ผิดที่ ผิดทางบ้างล่ะ...อดทนหน่อยละกัน เดี๋ยวก็ถึงบ้านเพื่อนแล้ว..เก็บเอาไปปล่อยที่นั่น ดีกว่า

พอโชเฟอร์กลับออกมาขึ้นรถ...ขอบคุณสักคำก็ไม่มี ที่ปล่อยให้ผู้โดยสารนั่งรอ จะเอาอะไรกับมนุษย์ที่ไม่มีมารยาท..อยู่ในจิตสำนึก..ฉันแอบคิดในใจ...ปลอบตัวเอง ไปเรื่อยๆ..เดี๋ยวก็ได้ไปถึงจุดหมายแล้ว อดทนอีกหน่อยเป็นไรไป...

แล้วก็คิดผิด..รอบ 2.

เพราะ..โชเฟอร์บึ่งขึ้นฟรีเวย์...ลิ่วโลด...ไม่ใช่เส้นทางไป POMONA ดันมาเข้าฟรีเวย์ 605 ทำไมวะ...คงคิดว่าเอเซียเฒ่าโง่เง่าไม่รู้จักเส้นทางละมัง. ความฉงนกับความอดทน หดเหลือจี้ด.ด.เดียว นิ่งเฉยไม่ได้แล้ว โพล่งออกไปว่า.

“จะไปไหนเนี่ย..ทำไมยูไม่เข้าสายโพโมนา มาเข้า Fwy 605 ทำไม...ถึงคิวส่งฉันแล้วไม่ใช่รึ ?” มันมีหน้ามาส่งเสียงขุ่นตอบกลับมาว่า...

“ไอต้องไปทำธุระด่วนที่เมือง Downey” เฮ้ย..มีสิทธิ์เอาเรื่องส่วนตัว เข้ามามั่วนิ่มเวลาทำงานได้งัยวะ โมเม้นท์นั้น..ต้องเรียกขันติเข้ามาชะโลมใจ โวยวายไปก็มีแต่จะเพิมเครียดให้ตัวเอง เราอารมณ์เสียยังไง ก็ทำอะไรมันไม่ได้ ต้องคุมสติให้อดทน..อดทน..นิ่งไว้..นิ่งไว้ รอให้ถึงจุดหมายปลายทางเสียก่อนเถอะ...กรู่จะโทรคอมเพลนองค์กรเสียให้เข็ด... เมื่อมาถึงบ้านหลังหนึ่งที่เมือง Downey โชเฟอร์ผลุนผลันเข้าบ้านไปแล้ว ห้ามใจไม่ให้คิดวิปริต..แต่ไม่ได้ผล มันมาทำอะไรที่นี่นะ..รึว่าถูกกิ๊กบ้านเล็กเรียกตัว มาให้จ่ายบิลค่าน้ำ-ไฟด่วน มิฉะนั้นจะถูกตัด...ยังไงๆ ก็ไม่ควรเอาผู้โดยสารติดมาด้วย มันยุติธรรมอยู่หรือ !

ที่สำคัญ...ผู้โดยสารที่มีคุณเบาหวานเป็นเพื่อนซี้ โอย..ไม่ไหวแล้ว..จะกลั้นหนีบต่อไปไม่ไหวแล้ว.ว.ว. พอเขากลับออกมาขึ้นรถ ยังไม่ทันสตาร์ทเครื่อง ฉันส่งเสียงขุ่นคลักออกไปทันที ว่าจำเป็นต้องไปห้องสุขา...ขอเข้าไปใช้ห้องสุขาบ้านนี้ได้ไหม...ทนนั่งมานานเกินกำหนด. โชเฟอร์สวนกลับเสียงเข้มทันควัน..

“ไม่ได้..ที่นี่บ้านคน ไม่ใช่ที่สาธารณะ ทนไหวไหม อีก 20 นาทีจะบึ่งให้ถึง POMONA” “โน..ไม่ไหวจริงๆ ยูต้องแวะปั้มน้ำมันหรือแม็คโดนัล ที่ใกล้เร็วที่สุด...ทนไม่ได้แล้ว”

น้ำสียงขุ่นดุดันที่ตอบไป คงมีพลังพอสมควร...ที่บ่งบอกให้เขารับรู้ว่า... ถ้าคุณมึงไม่หยุดหาห้องสุขให้ละก้อ...ได้เช็ดฉี่ที่ฟุ้งกรุ่นในรถแน่ ! นั่นหละ...ได้ผลทันตา ก่อนขึ้นฟรีเวย์เขาพุ่งรถแวะเข้าแม็คโดนัลริมทางใกล้ๆ ให้ฉันได้ทำธุระ...ปลดเปลื้องเครียดไปโดยปริยาย...

ผจญภัยไปกับแท็กซี่เที่ยวนี้ ใช้เวลาทั้งหมดจากต้นทาง SHADOW HILL ถึงปลายทาง POMONA ใช้เวลาทั้งหมด 3 ชั่วโมง รวมรับส่งผู้โดยสาร 2 ราย...และโชเฟอร์นอกลู่ทางแวะส่วนตัว 2 แห่ง...ซึ่งถ้าขับรถขึ้น ฟรีเวย์ได้เอง...จากบ้าน POMONA ใช้เวลาได้ไม่เกิน 45 นาทีเท่านั้น

ยังค่ะ...การผจญภัยยังไม่จบลงแค่นั้น...ตอนขากลับบ้านก็ต้องใช้บริการของเขตนี้อีก ก็ได้แต่ภาวนา..หวังว่าคงไม่โชคร้าย ได้เจอกับไอ้คุณโชเฟอร์คนเดิมก็แล้วกัน !

วันรุ่งขึ้น...ถึงเวลารถมารับบ้านเพื่อเที่ยงครึ่ง ขณะที่โชเฟอร์เปิดท้ายรถ นำกระเป๋า OVERNIGHT เข้าไปเก็บ สังเกตดูก็รู้ว่า...น่าจะเป็นชาติอาร์มีเนียนอีกนั่นแหละ ขออย่านิสัยอุบาทว์..เหมือนตัวเมื่อวานก็แล้วกัน.

อดถามไม่ได้ว่า..จะต้องไปรับส่งผู้โดยสารด้วยหรือไม่ คำตอบที่ได้คือ..รับส่งอีก 2 ราย ระหว่างทางก่อนถึงคิวส่งฉัน เป็นคนสุดท้าย...อีกแล้ว..สุดท้ายอีกแล้ว หวั่นใจขึ้นมาทันที...แล้ววันนี้กรูจะได้ถึงบ้าน ก่อนพระอาทิตย์ตกดินไหมเนี่ย เที่ยวนี้...จะได้ผจญภัยกับอะไรอีกไหมหนอ...พ่อคุณเอ้ย...จากนั้นคุณโชเฟอร์ขับนิ่มนวล ถนนธรรมดามาตลอด เพราะผู้โดยสารอยู่ COVINA ซึ่งติดต่อกับเมือง POMONA ไม่จำเป็นต้องขึ้น Fwy. เมื่อมาถึงจุดหมาย NURSING HOME เมือง COVINA ผู้โดยสารไม่ปรากฏตัว หนุ่มโชเฟอร์ต้องลงไปตามหาตัวอยู่เป็นนาน...ไม่พบ เขาจึงโทรแจ้งศูนย์ ล้มเลิกคิวนี้ไป. แหม..เสียเวลาตรงนี้ไปเกือบครึ่งชั่วโมงเลยนะ...เป็นอันว่าถึงคิวต้องไปรับคิวต่อไป... กลางใจเมืองแอลเอ EHCO PARK-ALVARADO โน่นแน่ะ...ไม่ได้ไประแวกนั้นมานานโข แต่...พอขับขึ้น Fwy ได้เท่านั้นหละ...ใจเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะทันที...

แม่เจ้าโว้ย...ไอ้หมอนี่ต้องเคยขับรถแข่งมาก่อนแน่ๆ หรือไม่..คงเคยเป็นโจร ชำนาญการขับรถหนีตำรวจ.. มันขับเร็ว..ว มาก ย้ายเลนซิกแซกไปมา..มือกับตีนแม่นมั่นใจมาก เที่ยวนี้...ฉันดันมานั่งข้างหน้าเสียด้วย..โอย..หัวใจจะวายเสียให้ได้ แต่..ไม่นะยังตายไม่ได้ ตายในแท็กซี่เสียศักดิ์ศรีหมดสิ. แก้ปัญหาด้วยการหยิบแว่นตาดำขึ้นมา...สวมใส่ให้ดูกิ๊บเก๋ นั่งหลับตาไปเลย ไม่ต้องมองเห็นอะไรให้รู้สึกเสียว.ว.ว แค่แรงรถแล่นเหวี่ยงย้ายเลนไปมา...ก็เกร็งจะแย่แล้ว.

เฮ้อ..ชีวิตหนอชีวิต...เป็นของเราก็จริง แค่โมเม้นท์นี้ กลับรู้สึกว่า...ชีวิตอยู่ในมือกับเท้าของไอ้คุณโชเฟอร์ผู้นี้จริงๆ !

-TO BE CONTINUE-

(รออ่านต่อวีคหน้านะคะ)