ลิขิตฟ้า ชะตาดิน
อ.เดช ญาณทิพย์
ตอน กรรมจากการเป็นหนี้

สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่รัก หลังจากที่ได้อ่านเรื่องกรรมติดต่อกันมาหลายเพลา ท่านอาจจะเบื่อ ผมจึงขออนุญาตท่านวิรัช บรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ ไทย แอล เอ เขียนเรื่องกรรมที่เกาะเกี่ยวกับชีวิตคนทุกเพศทุกวัย ทุกชาติ ทุกศาสนามากที่สุด นั่นคือ กรรมที่เกิดจากความทุกข์เรื่องเงินๆทองๆ

ผมได้ไปจัดฮวงจุ้ยให้พี่น้องไทย ลาว เวียดนาม อเมริกัน ในหลากหลายรัฐให้แก่ผู้คนร่วมสองร้อยชีวิตแล้ว(ถ้าที่เมืองไทยก็กว่าสองพันชีวิต) พบว่ากว่าครึ่งมีปัญหาเรื่องการเงินและไม่สามารถบริหารจัดการรายจ่ายให้ต่ำกว่ารายรับได้ ผมจึงสร้างธุรกิจอย่างหนึ่งขึ้นมาโดยไปจับมือกับบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการเงินที่อเมริกานี้แหละ เป้าหมายเดียวคือหาโอกาสให้พี่น้องชาวไทยและชาวลาวได้รับโอกาสใหม่ในชีวิต สามารถปลดหนี้ท่านได้ ท่านไม่ต้องลงทุนอะไร ลงแต่สมองและเวลา ไม่ต้องเสียเงินซื้อของหรือลงทุนก่อนเป็นอันขาด ขอเวลาให้ผมเพียงสามชั่วโมง ท่านจะสามารถพลิกชีวิตท่านและครอบครัวได้ รายได้ไม่จำกัด ไม่ต้องลาออกจากงาน ท่านอาจทำเงินได้ปีละเป็นล้านเหรียญเหมือนคนอื่นที่ผมเคยแนะนำไปแล้ว ขอเพียงท่านมีคุณสมบัติสามอย่างต่อไปนี้

หนึ่ง ชอบช่วยเหลือคน สอง มุ่งมั่นจะต้องรวยให้ได้ สาม ฝันใหญ่ไม่จำกัด ส่วนท่านที่ฝันเล็กๆ พอใจกับที่เป็นอยู่แล้ว ไม่ต้องติดต่อมานะครับ เสียเวลาผม……. ไม่ว่าท่านจะอยู่รัฐใหนสามารถทำงานนี้ได้ ติดต่อมาได้ครับ หากแอดไลน์ไม่ได้ก็เซฟเบอร์ผม ไลน์จะขึ้นเองหรือโทรหรืออีเมล์มาได้ รีบหน่อยครับ มีโควต้าจำกัดจริง (818)399-5757, Line: stevefengshui, Email: stevefengshui@gmail.com

มาคุยเรื่องหนี้กันครับ...ใครไม่เคยเป็นหนี้ไม่รู้หรอกว่า ผมเองก็เคยพลาดไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ผ่านช่วงเวลาเลวร้าย เป็นภาวะประเภทกลัวเสียงโทรศัพท์ ไม่อยากมองไปรษณีย์มาส่งใบแจ้งหนี้ เคล็ดลับเบื้องต้นที่ผมอยากนำมาแนะนำเรื่องการบริหารการ “เป็นหนี้”ให้เป็นสุข ซึ่งท่านอาจนำไปปรับใช้กันได้ครับ

10 วิธีจัดการหนี้ที่กองท่วมหัว

1.ล้างใจ ก่อนล้างหนี้ หนี้มันล้างยาก ต้องใช้เวลา สิ่งที่ต้องทำก่อนคือล้างใจให้คลายทุกข์ก่อน

ไม่ต้องไปสนใจเรื่องหนี้ โฟกัสเรื่องใจก่อน ทำใจให้สบาย ล้างใจให้เป็นสุข อาจจะใช้วิธีเข้าวัดบ้าง ระบายความทุกข์ที่มีให้เพื่อนฟังบ้าง ลืม ๆ หนี้มันไปสักพัก แล้ว กลับมาสู้กันใหม่ ด้วยหัวใจที่เข็มแข็งกว่าเดิม

2.บันทึก รวบรวมหนี้ที่มีออกมา ได้เวลาที่ต้องมารวบรวมหนี้ที่เรามีแล้วครับ เป็นหนี้ที่ไหนบ้าง เป็นเท่าไหร่ เป็นมาได้อย่างไร ลองนำมาบันทึกทำเป็นบัญชี (หนังหมา) ให้ชัดเจนครับ การรวมหนี้เราอาจจะได้เห็นประโยชน์อีกอย่าง คือจะได้มานั่งทบทวนตัวเองว่าผิดพลาดได้อย่างไร

3.เรียงลำดับการจ่ายหนี้จากดอกเบี้ยต่ำ ไปหาดอกเบี้ยสูง คราวนี้เราค่อย ๆ มาจัดลำดับความสำคัญของ “หนี้” ที่จะต้องจ่าย หรือเจรจาพูดคุยกับ “เจ้าหนี้ ผู้มีพระคุณ” กับเราแล้วนะครับ เรียงลำดับตามดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายลองดูนะครับว่าเมื่อนำเงินต้นบวกดอกเบี้ยแล้ว เราจ่ายไหวหรือไม่ ก็บอกเจ้าหนี้ผู้มีพระคุณไปว่าไหวเท่าไหร่ มากกว่านี้ข้าน้อยจ่ายไม่ไหว ร้อยทั้งร้อยเจ้าหนี้ผู้มีพระคุณไม่อยากมีเรื่องฟ้องร้องหรอกครับ ได้น้อยได้มากเอาไว้ก่อนเพราะเขามีสัดส่วนในการประเมินหนี้เสียต่อปีไว้แล้ว

4.เจรจา พูดคุยกับเจ้าหนี้เรียงลำดับจากดอกเบี้ยสูงไปหาดอกเบี้ยต่ำ ได้เวลาเจรจากับเจ้าหนี้แล้วครับ เข้าไปคุยก่อน ก่อนที่เขาจะส่งใบทวงหนี้มาหาเรา อย่าพาตัวเองไปเข้ามุมอับหรือถ้าอยู่ในมุมอับแล้วก็หาทางเบี่ยงเลี่ยงออกมาให้ได้ ไม่มีเจ้าหนี้ที่ไหนเขาไม่ อยากได้เงินหรอกครับ เขาคงไม่ถึงขั้นต้องฆ่าแกงกัน(ยกเว้นหนี้นอกระบบนะครับ) หากจำเป็นต้อง “ขาย” บางอย่างเพื่อนำมาลดหนี้ ถ้าสิ่งนั้นมันเป็นสิ่ง “ฟุ่มเฟือย” ไม่จำเป็น ผมแนะนำว่าให้ขายไปเถอะครับ

5.หนี้ไหนสามารถรีไฟแนนซ์ได้ มีหนี้บางประเภทสามารถทำรีไฟแนนซ์ได้ เพื่อยืดระยะเวลาการจ่ายออกไป นำเงินก้อนมาผ่อนจ่ายหนี้ก้อนอื่น ผมมองว่าหากจำเป็นที่จะลด“หนี้”หลายๆเจ้า มาเหลือ “เจ้าหนี้” รายเดียวหรือสองราย เป็นสิ่งที่ควรทำ ดีกว่าการมีเจ้าหนี้หลายรายนะครับ เพราะมันมีความ “หลากหลาย” เรื่องดอกเบี้ย วิธีการเจรจา เงื่อนไขต่าง ๆ หากเราสามารถทำให้เจ้าหนี้เหลือรายเดียวหรือสองรายได้ มันจะง่ายในการคุย และเจรจา และช่วยกันหาวิธีผ่อนชำระหนี้นั้นๆ

6.หยุดสร้างหนี้ใหม่ ค่อย ๆ สะสางหนี้เก่า ระหว่างนี้ “ห้าม” สร้างหนี้ใหม่ที่ “ฟุ่มเฟือย” โดยเด็ดขาดครับ หน้าที่อย่างเดียวคือ “หาเงิน” มาจ่ายหนี้เก่าที่ทำไว้ให้หมด อยากให้คิดถึงภาพ โอ่ง หรือ ถังใส่น้ำ นะครับ ถ้ามันรั่วเพราะ “หนี้ใหม่” หรือรูใหม่ขึ้นมาอีก เติมน้ำในถังเท่าไหร่ก็ไม่มีวันเต็ม อุดรูนี้ก็โผล่รูนั้น ยิ่งปะยิ่งรั่ว น้ำยิ่งทะลัก ต้อง “หยุด” โดยเด็ดขาด ท่านมีหน้าที่ ปิดรูรั่วเพียงอย่างเดียว เท่านั้น เตือนสติตัวเองไว้ครับ ครั้งนี้จะเป็น “เป็นหนี้ครั้งสุดท้าย”

7.เพิ่มรายได้ให้ได้มากที่สุด วิธีการพูดคุย ผ่อนชำระหนี้เป็นส่วนหนึ่ง ในการปิดรอยรั่ว เท่านั้นยังไม่พอครับเราต้องเพิ่มรายได้เข้ามาด้วย ไม่รู้ว่าใครเป็นเหมือนผมไหม ตอนไม่มีหนี้ชีวิตก็ชิล ๆ แต่พอเป็นหนี้ศักยภาพเพิ่มขึ้น แมร่งทุกอย่าง ขายของตลาดนัด งานออนไลน์ เรียกว่าช่องทางไหนที่ทำให้มีรายได้เพิ่มรีบวิ่งเข้าไปทำเลยทีเดียว ลองสำรวจตัวเองนะครับ อะไรที่เรายังทำได้อีก การเป็นหนี้ มันก็มีข้อดีตรงนี้แหละครับ “เพิ่มความสามารถในการหาเงิน” เราได้

8.รัดเข็มขัด ใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น เราน่าจะพอ “ซาบซึ้ง” และเข้าใจแล้วใช่ไหมครับว่าความ “ฟุ่มเฟือย” มันทำให้ชีวิตเรามัน “วุ่นวาย” ที่ต้องหาเงินมาจ่ายหนี้สินต่าง ๆ นานา ภาวะที่เป็นหนี้ จ่ายให้น้อย หาให้มาก ต้องหัดสะกดคำว่า “พอเพียง” ให้เป็นคือ เรียนรู้ประสบการณ์ สร้างภูมิต้านทานจากประสบการณ์ อะไรที่มัน ไม่จำเป็น ตัด ๆ ออกไป รัดเข็มขัด ขจัดไขมันส่วนเกินค่าใช้จ่ายครับ

9.หากจำเป็นต้องลงทุนต่อ ให้เริ่มที่ลงแรง แลกกับลงทุนไปก่อน จะหาเงินมันต้องใช้ทุน แต่ทุนไม่มีก็ต้องไปกู้หนี้ยืมสินเขาแล้วอย่างนี้เมื่อไหร่หนี้จะหมด !!ลองใช้วิธีลงแรงแลกทุน ยกตัวอย่าง ผมใช้วิธีการขายออนไลน์แบบ Dropship คือไปดูสินค้าอันไหนที่มีคนสนใจ ก็ติดต่อเจ้าของสินค้าเขามาลงโพสขายก่อน อาจได้กำไรไม่มากนัก แต่ทำอย่างไรได้เราไม่มีทุน ก็ต้องใช้วิธีการแบบนี้ไปก่อน ขายได้แล้วค่อยให้ลูกค้าโอนเงินมาก่อน แล้วค่อยสั่งสินค้าไปส่งลูกค้าอีกที ทำอย่างนี้ไม่นานก็จะพอมีเงินในการลงทุนต่อไป เงินน้อยต้องคิดให้มาก เงินมากยิ่งต้องคิดให้มากเข้าไปใหญ่ ใช้ความคิด แรงกาย ก่อนที่จะใช้เงินในการแก้ปัญหานะจ๊ะ แต่นี่คืออดีตที่ผมเคยทำนานมาแล้วนะครับ แต่ถ้าจะเอารวยต้องทำธุรกิจด้านการเงินโดยไม่ต้องลงทุนอย่างที่ผมกล่าวไว้ข้างต้น

10.เปลี่ยนพฤติกรรมจากการผ่อนจ่าย มาหยอดกระปุก หยุด !! พฤติกรรม “ราชาเงินผ่อน” เป็นวิธีการหยอดกระปุกสะสมเงินที่ดีที่สุด เขียนไว้เลยเงินนี้เก็บอย่างเดียว บลา ๆๆ ได้เงินครบเมื่อไหร่ก็ค่อยนำเงินไปลงทุน ถ้าสินค้านั้นมันหมด ไม่มีขายก็ถือว่าเราได้เก็บเงิน เพื่อเป็นทุนทำอย่างอื่นไปครับ หนี้เป็นเรื่องที่เราควรเรียนรู้ ตอนเราลำบากหนี้สินมักจะเป็นเรื่องใหญ่ แต่เมื่อเรามีเงิน มีกิจการที่ดีขึ้น “หนี้” จะเป็นตัวช่วยในเรื่องการบริหารจัดการสติปัญญาในการหาเงินอย่างดีและถ้ามีแหล่งเงินทุนก็จะยิ่งทำให้เรามีพลกำลังในการแสวงหาโอกาสมากยิ่งขึ้น

ถึงตอนนี้ “หนี้” ก็คงกลายเป็นเรื่อง “สบาย ๆ “ ที่เราจะแก้ไข ป้องกันและมีทางออกแล้วนะครับ ขอเพิ่มเติมอีกนิสสสสำหรับท่านที่มีหนี้บัตรเครดิตหรือสินเชื่อกับธนาคารจนผ่อนไม่ไหว ติดต่อผมได้ครับ จะให้บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการเงินในเครือที่ผมรู้จักต่อรองลดหนี้และรวมหนี้เป็นก้อนเดียว ลดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม ค่าปรับล่าช้าลงร่วมร้อยละสามสิบโดยท่านไม่ต้องคุยกับเจ้าหนี้เดิมอีกต่อไปแล้วมาผ่อนกับเจ้าเดียวแบบยาวๆ น้อยๆ ดอกเบี้ยไม่โหด ลองดูครับ เผื่อคลายทุกข์ให้ท่านได้


“โชคดี หนี้สิน หมด” กันทุกคนครับ
อ.เดช ญาณทิพย์