เครดิตภาษี (Tax Credits) สำหรับธุรกิจซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

สวัสดีค่ะท่านผู้อ่าน เราได้พูดกับถึงเรื่องการรับเงินช่วยเหลือผลกระทบทางเศรษฐกิจ (EIP) ไปหลายสัปดาห์แล้ว โดยเฉพาะในฉบับก่อนได้ทำสรุปรวบรวมคำถามคำตอบเกี่ยวกับเงินนี้ไป หากใครที่มีคุณสมบัติจะได้ (เงิน 1,200 งวดเก่า) แต่ยังไม่ได้ก็ลองกลับไปอ่านของฉบับที่แล้วกันนะคะว่าต้องทำอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ ถ้าคิดว่าทำทุกอย่างถูกต้องแล้วก็คงต้องร้องเพลงรอกันต่อไปค่ะ ไม่ต้องห่วงท่านได้เงินนี้แน่ แค่จะช้าหรือเร็วเท่านั้นค่ะ

ฉบับนี้เราจะยังอยู่กับความรู้จากไออาร์เอสกันอยู่ แต่จะขอเน้นไปที่ท่านผู้อ่านที่เป็นเจ้าของกิจการกันหน่อย โดยจะพูดถึงเรื่องเครดิตภาษี (Tax Credits) ที่จะมาช่วยเหลือธุรกิจซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งมีอยู่ 3 ประเภทกันค่ะ

ประเภทแรกคือ เครดิตภาษีจากรักษาบุคลากรไว้กับธุรกิจ (Employee Retention Credit)

เครดิตประเภทนี้ถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจยังจ้างงานลูกจ้างของตัวเองอยู่ โดยนายจ้างที่มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์คือธุรกิจได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สามารถขอเงินเครดิตภาษีคืนเป็นจำนวน 50% ของค่าแรงที่จ่ายให้ลูกจ้างแต่ไม่เกิน 10,000 เหรียญ

เงินลดหย่อนนี้จะมีให้สำหรับนายจ้างทุกแห่งโดยไม่จำกัดขนาดของธุรกิจ รวมถึงองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรด้วย เพียงแต่ยกเว้น 2 พวกที่จะไม่ได้รับเงินนี้คือ รัฐบาลของมลรัฐและท้องถิ่น และหน่วยงานย่อยและธุรกิจขนาดเล็กซึ่งรับเงินสินเชื่อธุรกิจขนาดเล็ก

โดยนายจ้างที่มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์อยู่เป็น 1 ใน 2 เงื่อนไขนี้คือ

1. ธุรกิจของนายจ้างถูกระงับชั่วคราวทั้งหมดหรือบางส่วนโดยคำสั่งของรัฐบาลเนื่องจากไวรัสโควิด-19 ในระหว่างช่วงไตรมาส (3 เดือนของปฏิทิน)

2. รายรับทั้งหมดของนายจ้างลดลงต่ำกว่า 50% ของช่วงไตรมาสเดียวกันในปี 2019 แต่หากเมื่อยอดรายรับทั้งหมดของนายจ้างสูงกว่า 80% ของรายรับในช่วงไตรมาสเดียวกันของปี 2019 นายจ้างเหล่านี้จะไม่มิสิทธิ์ในเงินลดหย่อนภาษีคืนหลังจากเลยสิ้นไตรมาสนั้นไปแล้ว โดยนายจ้างจะต้องคำนวณตัวเลขเหล่านี้ในทุกไตรมาส

ประเภทที่ 2 และ 3 คือ เครดิตภาษีสำหรับการลาป่วยซึ่งยังได้รับเงินเดือน (Paid Sick Leave Credit) และเครดิตภาษีสำหรับการลากิจเพื่อดูแลครอบครัว (Family Leave Credit)

เครดิตภาษีสำหรับการลาป่วยซึ่งยังได้รับเงินเดือน ถูกออกแบบมาเพื่อให้ธุรกิจรับเครดิตภาษีสำหรับลูกจ้างซึ่งไม่สามารถทำงาน (รวมทั้งทำงานทางไกล) ได้เนื่องจากต้องกักตัวอยู่เพราะติดเชื้อไวรัส หรือกักตัวเองที่บ้าน หรือมีอาการเหมือนติดเชื้อไวรัสและกำลังพยายามหาแพทย์วินิจฉัยอยู่ โดยลูกจ้างเหล่านี้มีสิทธิ์ที่จะได้รับเงินค่าจ้างในระหว่างที่หยุดลาป่วยสูงสุดไม่เกิน 10 วัน (ไม่เกิน 80 ชั่วโมง) ในอัตราการจ้างงานปกติโดยไม่เกิน 511 เหรียญต่อวัน และรวมแล้วทั้งหมดไม่เกิน 5,110 เหรียญ

นายจ้างยังสามารถได้รับเครดิตภาษีสำหรับลูกจ้างที่ไม่สามารถทำงานได้เนื่องจากต้องอยู่ดูแลผู้ที่ติดเชื้อไวรัส หรือกำลังดูแลบุตรเนื่องจากโรงเรียนหรือสถานที่ฝากเลี้ยงเด็กยังปิดอยู่ หรือไม่สามารถหาผู้ให้บริการดูแลเด็กได้เนื่องจากไวรัสโคโรน่า ลูกจ้างเหล่านี้มีสิทธิ์ที่จะได้รับเงินค่าจ้างในระหว่างที่ลาป่วยสูงสุดไม่เกิน 2 สัปดาห์ (ไม่เกิน 80 ชั่วโมง) ในอัตรา 2/3 ของอัตราการจ้างงานปกติโดยไม่เกิน 200 เหรียญต่อวัน และรวมแล้วทั้งหมดไม่เกิน 2,000เหรียญ

ลูกจ้างยังมีสิทธิ์ที่จะได้รับเงินค่าจ้างในระหว่างที่ลาป่วยและลากิจเพื่อดูแลครอบครัวในอัตราเท่ากับ 2/3 ของอัตราการจ้างงานปกติโดยสูงสุดไม่เกิน 200 เหรียญต่อวัน และรวมแล้วทั้งหมดไม่เกิน 10,000 เหรียญ โดยสามารถนำเอาการลาหยุดตามเกณฑ์ไปคิดในส่วนของเครดิตสำหรับผู้ที่ลากิจเพื่อดูแลครอบครัวได้ถึง 10 สัปดาห์

นายจ้างสามารถที่จะขอเงินเครดิตคืนได้ทันทีโดยลดส่วนที่จะต้องฝากเงินภาษีบัญชีเงินเดือน (payroll taxes) ซึ่งปกติจะมีการหักไว้จากค่าจ้างคนงาน ไปเป็นจำนวนเท่ากับเครดิตที่จะได้รับ

นายจ้างที่มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์มีสิทธิ์จะได้รับเงินเครดิตของการลาป่วยหรือลาเพื่อไปดูแลครอบครัวทันทีเป็นจำนวนทั้งหมด บวกกับค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับประกันสุขภาพของคนที่เกี่ยวข้อง และส่วนภาษีเมดิแคร์ในส่วนของนายจ้างที่จ่ายค่าจ้างให้ช่วงลา ระหว่างวันที่ 1 เมษายน – 31 ธันวาคม ค.ศ. 2020 เครดิตภาษีที่ให้คืนนี้จะถูกนำใส่ไปเพื่อหักภาระภาษีการจ้างงานที่ต้องถูกนำมาคิดกับค่าจ้างที่จ่ายให้กับลูกจ้างทุกคน

นายจ้างจะได้รับเครดิตภาษีได้อย่างไร?

นายจ้างสามารถขอเครดิตภาษีคืนได้ทันทีโดยการลดจำนวนเงินฝากภาษีบัญชีเงินเดือนที่ต้องจ่ายและถูกหักไว้จากค่าแรงของลูกจ้าง ในจำนวนที่เท่ากับจำนวนเครดิตภาษีที่จะได้

นายจ้างที่มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์สามารถรายงานค่าจ้างที่มีสิทธิ์นำมาคำนวณทั้งหมดและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับประกันสุขภาพในแต่ละไตรมาสบนแบบแสดงรายการเสียภาษีการจ้างงานทุกไตรมาส หรือบนแบบฟอร์ม 941 ในช่วงเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 2 แต่หากเงินฝากสำหรับภาษีการจ้างงานมีไม่เพียงพอที่จะหักเครดิตภาษีคืนได้ทั้งหมด นายจ้างอาจต้องทำเรื่องขอเงินช่วยเหลือนี้ล่วงหน้าได้โดยการยื่นแบบฟอร์ม 7200 ที่ชื่อว่า Advance Payment of Employer Credit Due to Covid-19 (ท่านผู้อ่านควรจะปรึกษาคนทำภาษีของท่านในส่วนนี้)

นายจ้างที่มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ยังสามารถขอเครดิตเพื่อการรักษาบุคลากรไว้ล่วงหน้าได้ โดยกรอกแบบฟอร์ม 7200 นี้ด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ไออาร์เอสก็ยังได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเครดิตภาษีสำหรับการรักษาบุคคลากรในธุรกิจ และข้อมูลเกี่ยวกับการลาป่วยและลากิจของครอบครัวไว้ด้วยที่เวบไซด์ https://www.irs.gov/newsroom/faqs-employee-retention-credit-under-the-cares-act ซึ่งจะช่วยเหลือในการตอบข้อสงสัยของผู้อ่านค่ะ

ส่วนการอัพเดทข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการเกี่ยวกับเครดิตภาษีสำหรับการรักษาบุคลากรในธุรกิจและข้อมูลอื่นสามารถหาอ่านเพิ่มเติมได้ที่เวบไซด์ irs.gov ค่ะ

ในช่วงนี้ถือเป็นช่วงที่มีความยากลำบากสำหรับทุกคน ความมีน้ำใจ ช่วยเหลือซึ่งกัน แบ่งปันของพวกเราในชุมชนชาวไทย จะทำให้เราสามารถจะผ่านมันไปด้วยกัน ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน และขอให้โชคดี มีสุขภาพที่แข็งแรงค่ะ

บทความนี้มีไว้เพื่อให้ความรู้ทั่วไปมิใช่เป็นการแนะนำทางกฏหมายหรืออื่นใดเฉพาะ หากท่านมีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับเนื้อหาในบทความ อยากจะถามคำถามในกรณีส่วนตัวท่านสามารถโทร.มาสอบถามกับผู้เขียนได้ที่เบอร์ (850)598-1709 หรือจะอีเมลมาหาผู้เขียนที่ walaipank@gmail.com ก็ได้ค่ะ หากผู้เขียนไม่ได้รับสายก็ฝากข้อความไว้ได้ จะติดต่อท่านกลับไปภายหลัง ส่วนใครอยากอ่านบทความย้อนหลังก็หาอ่านได้ในคอลัมน์ “เรียนรู้เมื่ออยู่เมืองลุงแซม” ทางเวบไซด์ของนสพ.ไทยแอลเอได้เลยค่ะ

อ้างอิง: https://www.irs.gov/newsroom/irs-three-new-credits-are-available-to-many-businesses-hit-by-covid-19


วลัยพรรณ เกษทอง

15 พฤษภาคม 2563