เชฟไทยร่วมกับชุมชนไทยในลอสแอนเจลิสร่วมงานการกุศลเพื่อช่วยเหลือเด็กชาวเขาภาคเหนือ

เชฟไทยจากร้าน Ayara Thai, Jitlada, Otus Thai and Coffee และ Same Same รวมทั้งเชฟ “เจ็ท ทิลา” จากรายการ Iron Chef ร่วมกับบริษัทสิงห์คอเปอเรชั่น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และเหล่านักแสดงศิลปะไทย เข้าร่วมงานการกุศล “Flavors of Asia Food Fest " เพื่อช่วยเหลือเด็กชาวเขาภาคเหนือผ่านองค์กร Stu and the Kids เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา

ในงานนี้นอกจากเชฟและร้านอาหารไทยดังกล่าวแล้ว ยังมีเชฟที่มีชื่อเสียงและร้านอาหารหลากหลายเชื้อชาติอีกเกือบ 50 ร้านอาหารมาให้บริการแก่ผู้เข้าร่วมงานหลายร้อยคน ณ สถานที่จัดงานในใจกลางดาวน์ทาวน์ลอสแอนเจลิส โดยนอกจากกิจกรรมการชิมอาหารแล้ว ยังมีกิจกรรมการร่วมประมูล ชมการแสดงโขนไทย ดนตรีไทย และมวยไทย อีกด้วย เรียกว่าทั้งอิ่ม อร่อย สนุกและได้ช่วยเหลือเด็กชาวเขาไปด้วยพร้อมกัน

ระหว่างงาน ไทยแอลเอ ก็ได้มีโอกาสสัมภาษณ์เหล่าเชฟชาวไทยที่มาร่วมงานถึงการมีส่วนร่วมและความรู้สึกในการมาร่วมงานนี้

เชฟ “เจ็ท ทิลา “ จากรายการ Iron Chef กล่าวว่าเขารู้จักเชฟ “สตู” ผ่านทาง เอริก กรีนสแปนซึ่งเป็นเชฟในลอสแอนเจลิสที่เคยทำงานกับสตูและมาแข่งในรายการที่เขาเป็นกรรมการอยู่ เมื่อเขาทราบถึงโครงการ “Stu and the kids” จึงคิดว่าตัวเองที่เป็นคนไทยต้องทำอะไรบ้างแล้ว จึงได้แนะนำ “สตู” ให้รู้จักกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและคนอีกหลายคนให้มาช่วยเขา ปีนี้เป็นปีที่ 3 ที่เขาได้มาร่วมงานโดยได้รับการสปอนเซอร์ปลานำเข้าจากสก๊อตแลนด์มาทำ “เมี่ยงคำ” จากปลารมควันให้ผู้ร่วมงานได้รับประทาน

เชฟ “แจ๊ส” จากร้าน Jitlada Thai กล่าวว่า ปีนี้มาร่วมงานเป็นปีที่ 3 แล้ว ปกติก็ทำบุญกับเด็กโดยได้ส่งเงินไปให้ทุนการศึกษากับเด็กที่เมืองไทยปีละ 30 ทุนอยู่แล้ว และเธอได้รู้จักกับเชฟ “สตู” จากการแนะนำของเชฟ “เจ็ท ทิลา” โดยได้ยินว่าเป็นฝรั่งแต่ทำงานให้กับเด็กไทย แล้วเราเป็นคนไทยเรายังทำไม่ได้เท่าเขาเลย ฝรั่งหาทุนให้คนไทยหายาก ดังนั้นเราต้องมาช่วย โดยนอกจากอาหารที่เชฟ แจ๊ส นำมาแล้ว เธอยังบริจาคให้กับองค์กรอีก 100 เหรียญด้วย

เชฟ “จูน” จากร้าน Otus Thai Kitchen & Coffee กล่าวว่าเธอเป็นคนทางเหนือ เกิดที่พะเยา เคยอ่านประวัติของ “สตู” ที่ได้ช่วยเหลือเด็กชาวเขามาเป็นเวลานาน ปีนี้เป็นปีแรกที่ได้ร่วมงาน โดยในวันนี้ได้นำเอาอาหาร “ข้าวเกรียบปากหม้อ” มาโชว์ และอยากจะฝากถึงชาวแอลเอให้เข้ามาลองอาหารเช้าทั้งในแบบไทยและเทศ รวมทั้งกาแฟหอมกรุ่นที่ชงกันสด ๆ ที่ร้านของเธอได้ตั้งแต่ 9 โมงเช้าทุกวัน

เชฟ “แวนด้า” อัศพาหุ จากร้าน Ayara Thai Cuisine กล่าวว่าเธอได้มาร่วมงานนี้เพราะตัวเองเป็นลูกคนเหนือ เคยได้ทำงานกับสหประชาชาติ จึงชอบทำงานเกี่ยวกับการช่วยสังคมอยู่แล้ว “พอได้ยินเกี่ยวกับโครงการของคุณ “สตู” ที่มีความคิดจะช่วยเหลือเด็กชาวเขาในภาคเหนือซึ่งเป็นบ้านของพ่อแม่เรา ทำไมเราจะไม่ช่วย” เธอได้นำอาหารหลากหลายร่วมงานมาเป็นปีที่ 3 โดยในปีนี้ได้นำเอา “แหนมข้าวทอด” มานำเสนอให้กับผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสกับความเป็นไทย และขอฝากประชาสัมพันธ์ให้กับชุมชนไทยว่าปีนี้ร้านครบรอบ 15 ปี จึงได้จัดแคมเปญพาคนไทยไปเที่ยวเมืองไทย โดยติดตามรายละเอียดได้ที่เวบไซด์ของร้าน Ayara Thai

เชฟ “แอน” กุลวดี จากร้าน Same Same Thai กล่าวว่าได้เข้ามาร่วมงานนี้เป็นปีที่ 2 โดยรู้จักเชฟ “สตู” ผ่านการแนะนำของร้านชาวกรุง และปีนี้ได้นำเอาลาบเนื้อมาโชว์ รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เข้ามาร่วมงานการกุศลครั้งนี้อีกครั้ง

เชฟ “เอ๋ “ จากร้าน Chao Krung กล่าวว่ารู้จักเชฟ “สตู” จากน้องสาว มาร่วมงานเป็นปีที่ 3 แล้วโดยปีนี้เอา นำเอา “ผัดไทย” มาโชว์ “พวกเราเป็นร้านอาหารไทยก็อยากจะร่วมกับกิจกรรมที่ช่วยเหลือคนไทยโดยตรง และตั้งใจว่าจะเข้ามาสนับสนุนทุกปี” ปีนี้ร้านชาวกรุงครบ 50 ปีแล้ว เชฟเอ๋อยากจะเชิญคนไทยมาชิมอาหารที่ร้าน โดยแนะนำอาหารที่ขึ้นชื่อคือ ต้มยำปลาและทอดมัน

หลังจากกิจกรรมจบในเวลา 19.00 น. เชฟ “สตู’ ผู้อำนวยการบริหารและผู้ก่อตั้งองค์กรการกุศลเพื่อช่วยเหลือเด็กชาวเขาในภาคเหนือ "Stu and the kids" ผู้จัดงานก็ได้จัดปาร์ตี้เพื่อขอบคุณเหล่าเชฟและผู้สนับสนุนงาน โดยฝากขอบคุณผ่านทางไทยแอลเอว่า “งานนี้ได้รับการสนับสนุนจากชุมชนไทยในแอลเอมาหลายปีแล้วและอยากจะให้คนไทยร่วมกันสนับสนุนกิจกรรมขององค์กรกันต่อไป “ โดยผู้ที่ไม่ได้มีโอกาสมาร่วมงานและต้องการช่วยเหลือเด็กชาวเขาก็ยังสามารถบริจาคได้ทางเวบไซด์ stuandthekids.org

“Stu and the Kids” เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ก่อตั้งขึ้นโดย คุณ "สตู" หรือ Stuart Skversky เชฟชื่อดังจากรายการทีวี Survivor จากความประทับใจในความสวยงาม และความสุขของเด็กไทยจากครั้งที่เขาได้ไปเที่ยวเมืองไทยครั้งแรกเมื่อเกือบสิบปีก่อน จากการกลับไปใช้ชีวิตอยู่กับเด็กชาวเขาที่วัดดอนจันทร์ในจังหวัดเชียงใหม่อยู่หลายครั้ง ทำให้เขาตั้งใจจะทำอะไรเพื่อให้โอกาสทางการศึกษาแก่เด็กเหล่านั้น โดยเริ่มจากการเชิญคนมารับประทานอาหารเพื่อหาทุนในสวนหลังบ้านของเพื่อน ขยายมาเป็นการจัดงานในบริเวณลานจอดรถ จนมาถึงงานใหญ่ในปีนี้ที่มีร้านอาหารมาร่วมเกือบ 50 ร้าน โดยเงินที่เขาหาทุนได้ได้ถูกนำไปช่วยเหลือเด็กชาวเขาให้มีโอกาสที่จะพัฒนาตัวเองตามศักยภาพที่เขามีและเดินตามความฝันได้ ซึ่งในขณะนี้มีเด็กกว่า 40 คนได้รับทุนการศึกษาให้ไปศึกษาต่อในหลาย ๆ ด้านแล้ว โดยหนึ่งในนั้นเป็นเด็กชาวเขาที่ไม่เคยพูดภาษาอังกฤษ แต่พัฒนาความสามารถทางภาษาจนไปแข่งขันได้เป็นลำดับ 2 แพ้เพียงเด็กลูกครึ่ง และกำลังได้รับทุนไปศึกษาต่อที่ประเทศจีน อีกด้วย

กิจกรรมนี้ถือเป็นกิจกรรมที่ให้ความอิ่มเอมใจกับทุกคนรวมทั้งผู้เขียน จึงอยากทิ้งท้ายด้วยคำพูดของเชฟ “แจ๊ส” พี่ใหญ่จากร้าน Jitlada ที่ว่า “เราไม่ใช่คนรวย แต่เราแบ่งได้” ใช่ค่ะ ทุกคนสามารถเป็นผู้ให้ได้ และพวกเราควรจะออกมาสนับสนุนช่วยเหลือคนไทยด้วยกันตามศักยภาพที่พวกเรามี


วลัยพรรณ เกษทอง

รายงาน