ส่วนลดหย่อนภาษีเงินได้

สวัสดีค่ะท่านผู้อ่าน ฉบับที่แล้วเราได้พูดถึงเรื่องภาษีเงินได้ไปแล้ว อย่าลืมนะคะว่าเราจะต้องยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีของปี 2018 ภายในวันที่ 15 เมษายนนี้ แต่สำหรับใครที่ยังจัดการไม่ทันก็สามารถขอเลื่อนเวลาไปได้จนถึงปลายเดือนกันยายน แต่จะต้องยื่นเรื่องขอยืดเวลาภายในวันที่ 15 เมษายนนี้เท่านั้นค่ะ

เรื่องของภาษีนั้น คนที่มีรายได้เท่ากัน อาจจะไม่ต้องเสียภาษีเท่ากันก็ได้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น สถานะสมรส คนโสดเสียภาษีมากกว่าคนแต่งงาน คนเป็นหัวหน้าครอบครัว (ทำงานคนเดียว) เสียภาษีน้อยกว่าคนแต่งงานและทำงานสองคน คู่สมรสที่ทำงานทั้งคู่อาจเสียภาษีต่างกันหากยื่นในสถานะแยกจ่ายหรือจ่ายรวม โดยในการคำนวณภาษีจะนำรายได้ทั้งหมดที่คุณทำได้ในแต่ละปี (gross income) มาหักเอาส่วนลดหย่อนออกไปก่อนที่จะนำไปคำนวณเงินได้ที่จะถูกนำไปคิดภาษี (taxable income) ดังนั้นคนที่มีรายได้เท่ากันแต่มีส่วนลดหย่อนมากกว่าก็จะเสียภาษีน้อยกว่าคนที่มีส่วนลดหย่อนน้อย โดยฉบับนี้เราจะพูดถึงเรื่องส่วนลดหย่อนกันค่ะ

อับดับแรกง่าย ๆ IRS จะอนุญาตให้บุคคลธรรมดาทุกคนสามารถหักส่วนลดหย่อนมาตรฐานในลักษณะเหมาจ่ายตามแต่สถานะการยื่นภาษี เช่นในปี 2018 คนโสดและคู่สมรสที่ไฟล์แยกกันจะหักเหมาจ่ายได้ 12,000 เหรียญ คนแต่งงานยื่นภาษีร่วมกันจะหักได้ 24,000 เหรียญ และหัวหน้าครอบครัวจะหักได้ 18,000 เหรียญ ซึ่งผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 หรือตาบอดจะได้รับส่วนลดหย่อนภาษีเพิ่มขึ้น ดังนั้นในการยื่นภาษีปลายปีควรจะให้ผู้เชี่ยวชาญเรื่องภาษีช่วยคำนวณภาษีให้นะคะ จะได้คำนวณภาษีที่ต้องเสียได้ถูกต้อง

นอกจากการยื่นภาษีแบบใช้การลดหย่อนแบบมาตรฐานหรือที่ผู้เขียนเรียกง่าย ๆ ว่าแบบเหมาจ่าย ผู้ยื่นภาษีก็สามารถยื่นภาษีแบบที่แจกแจงค่าใช้จ่ายหรือที่เรียกว่า Itemized deduction แทนได้ค่ะ อาจจะดูยุ่งยากกว่าแต่ก็จะสามารถหาส่วนลดหย่อนมาลดภาษีได้มากกว่า ซึ่งหลายคนอาจจะไม่ทราบว่ามีอะไรบ้างที่พอจะไปหักได้ บางทีถ้าไม่ได้บอกคนทำภาษีเขาก็ไม่ทราบนะคะ เพราะฉะนั้นรู้ไว้ว่างก็ดีค่ะจะได้เอาไปแจ้งให้ผู้ทำภาษีทราบ เราจะได้รับผลประโยชน์อย่างเต็มที่ค่ะ

สำหรับผู้ที่เป็นประชากรอาศัยอยู่ในรัฐหรือท้องถิ่นที่เก็บภาษีเงินได้และภาษีการขาย (sales tax) อย่างเช่น ผู้ที่อาศัยอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนียอย่างผู้เขียน สามารถขอหักลดหย่อนภาษีที่ได้จ่ายให้กับรัฐออกจากภาษีที่ยื่นให้กับรัฐบาลกลางหรือภาษีที่จ่ายในต่างประเทศได้ เช่น ภาษีโรงเรือน (state and local personal property tax) ภาษีอสังหาริมทรัพย์ (state and local, and foreign real estate tax) ภาษีเงินได้ (state, local and foreign income tax) ใครเสียภาษีเงินได้ที่ได้จากต่างประเทศก็แจ้งให้คนทำภาษีทราบด้วยนะคะ เผื่อได้ส่วนลดหย่อน ไม่ต้องเสียภาษีซ้ำซ้อนค่ะ

สำหรับผู้เป็นเจ้าของบ้าน สามารถนำเอาดอกเบี้ยที่ผ่อนบ้าน (Mortgage interest) มาหักลดหย่อนได้ ซึ่งจากกฏหมายเกี่ยวกับภาษีที่เพิ่งออกไปในปีที่แล้วซึ่งมีผลกับภาษีตั้งแต่ปี 2018-2025 นั้น จะยอมให้เจ้าของบ้านสามารถหักภาษีจากเงินกู้บ้านที่มียอดกู้ได้ถึง 750,000 เหรียญ

คนย้ายบ้าน หากคุณเพิ่งย้ายบ้านและย้ายมาเพื่องานใหม่ในบริเวณที่ใหม่ ลองเช็คดูระยะทางจากที่อยู่เก่ามาที่อยู่ใหม่ดูว่าเข้าข่ายตามกฏของ IRS หรือเปล่า อย่างเช่นผู้เขียนย้ายมาจากรัฐฟลอริด้ามาแคลิฟอร์เนียในปี 2013 ก็สามารถนำค่าใช้จ่ายในการย้ายไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้ในปีนั้นได้เยอะอยู่เหมือนกันค่ะ

ฉบับนี้พื้นที่หมดแล้ว เนื่องจากผู้อ่านบทความมีผู้สูงอายุหลายท่าน ฉบับหน้าผู้เขียนจะมาเล่าถึงคำแนะนำของ IRS ในการยื่นภาษีของผู้สูงอายุกัน และก่อนจากไปขอประชาสัมพันธ์นิดนึง หากท่านใดต้องการทำ IRA เพื่อลดหย่อนภาษีในปี 2018 สามารถติดต่อกับผู้เขียนได้โดยตรงก่อนวันที่ 15 เมษายนนี้ค่ะ

บทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปไม่ใช่เป็นการให้คำแนะนำ หากท่านมีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับเนื้อหาในบทความ อยากจะถามคำถามในกรณีส่วนตัวท่านสามารถโทร.มาสอบถามกับผู้เขียนได้ที่เบอร์ (850) 598-1709 หรือจะอีเมลมาหาผู้เขียนที่ walaipank@gmail.com ก็ได้ค่ะ หากผู้เขียนไม่ได้รับสายก็ฝากข้อความไว้ได้ จะติดต่อท่านกลับไปภายหลัง


อ้างอิง: https://www.forbes.com/sites/kellyphillipserb/2018/03/07/new-irs-announces-2018-tax-rates-standard-deductions-exemption-amounts-and-more/#3a2d212c3133

วลัยพรรณ เกษทอง 29 มีนาคม พ.ศ. 2562