สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับเงินจ่ายเพื่อช่วยเหลือผลกระทบทางเศรษฐกิจ (Economic impact payments)

สวัสดีค่ะท่านผู้อ่าน เอาล่ะค่ะพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับเจ้าโควิด-19 การปฏิบัติตัวดูแลรักษาสุขภาพ และกฏทั้งหลายแหล่ที่เกี่ยวกับการอยู่บ้านมาเดือนหนึ่งแล้ว ตอนนี้ลุงแซมของเราก็ยังคงเป็นจ่าฝูงผู้นำผู้ติดเชื้อมากที่สุดในโลกโดยขณะที่เขียนก็เกือบจะสองแสนห้าหมื่นรายไปแล้ว เพราะเริ่มตรวจกันมากขึ้นแน่นอนก็เลยพบเคสมากขึ้นไปด้วย แต่ก็ขออย่าให้มียอดผู้เสียชีวิตหรือผู้ป่วยหนักมากแบบอิตาลีเลย ตอนนี้ก็เราคงทำอะไรไม่ได้มากนอกจากอยู่บ้านทำจิตใจให้โปร่งใส รักษาสุขภาพ ล้างมือบ่อย ๆ อย่าออกไปนอกบ้านโดยไม่จำเป็น แล้วมาอ่านบทความเพื่อเรียนรู้ว่านโยบายเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลทรัมป์ที่เขาผ่านมา 2.2 ล้านล้าน (2 และมีเลข 0 ตามหลัง 12 ตัว) ที่เขาเพิ่งผ่านสภาคองเกรสสด ๆ ร้อน ๆ นั้นจะมาเข้ากระเป๋าเราได้เท่าไหร่กันดีกว่าค่ะ

เงินตัวแรกที่ออกมาช่วยก่อนคือเงินที่เรียกว่าเงินจ่ายเพื่อช่วยเหลือผลกระทบทางเศรษฐกิจ (Economic impact payments) ซึ่งทางสรรพากรของสหรัฐหรือไออาร์เอส (IRS) ได้แจ้งบนเวบไซด์เป็นแถลงการณ์ว่า กระทรวงการคลังและสรรพากร (IRS) ของสหรัฐประกาศเมื่อวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2563 ว่าจะเริ่มมีการจ่ายเงินดังกล่าวภายใน 3 สัปดาห์ข้างหน้าและจ่ายให้โดยอัตโนมัติ โดยคนส่วนใหญ่ไม่ต้องทำอะไร แต่อย่างไรก็ตามหากผู้เสียภาษีบางคนที่ไม่ได้ยื่นเสียภาษีก็จำเป็นที่จะต้องยื่นแบบฟอร์เสียภาษีเงินได้อย่างง่ายเพื่อที่จะได้รับเงินก้อนนี้ค่ะ

ผู้มีสิทธิ์ในเงินก้อนนี้คือบุคคลที่ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีซึ่งมีรายได้ทั้งหมด (gross income) ไม่เกิน 75,000 เหรียญ สำหรับบุคคลธรรมดา และ 150,000 เหรียญสำหรับคู่สมรสที่ยื่นภาษีร่วมกัน (joint return) จะได้เงินช่วยเหลือนี้เต็มจำนวนค่ะ ส่วนผู้ที่มีรายได้มากกว่านี้เงินช่วยเหลือจะลดลง 5 เหรียญทุก ๆ 100 เหรียญที่เกินกว่าเงื่อนไข 75,000 และ 150,000 เหรียญ ดังกล่าว คนโสดที่ยื่นภาษีและมีรายได้เกินกว่า 99,000 เหรียญหรือคู่สมรสที่ยื่นภาษีร่วมกันด้วยรายได้ที่เกิน 198,000 เหรียญซึ่งไม่มีบุตรจะไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินช่วยเหลือนี้ ส่วนผู้รับเงินโซเชี่ยลและผู้ที่เกษียณจากการรถไฟซึ่งปกติไม่จำเป็นต้องยื่นแบบแสดงการภาษีถือว่ามีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ที่จะได้รับเงินช่วยเหลือและไม่จำเป็นต้องยื่นแบบแสดงภาษีค่ะ

ผู้เสียภาษีซึ่งมีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์คือผู้ที่ยื่นเสียภาษีเงินได้ในปี 2019 หรือ 2018 จะได้รับเงินช่วยเหลือดังกล่าวเป็นจำนวนไม่เกิน 1,200 เหรียญสำหรับคนโสด และ 2,400 สำหรับคู่สมรส และ 500 เหรียญสำหรับบุตรที่มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์

คนส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องทำอะไร IRS จะคำนวนและส่งเงินช่วยเหลือให้ผู้ที่มีสิทธิ์โดยอัตโนมัติ

สำหรับคนที่ยื่นแบบแสดงภาษีของปี 2019 ไปแล้ว IRS จะใช้ข้อมูลนี้ในการคำนวณจำนวนเงินที่จะได้รับ ส่วนผู้ที่ยังไม่ได้ยื่นเสียภาษีปี 2019 ทาง IRS จะใช้ข้อมูลจากการยื่นเสียภาษีในปี 2018 ในการคำนวณเงินที่จะได้แทน เงินช่วยเหลือผลกระทบทางเศรษฐกิจนี้จะถูกฝากเข้ากับบัญชีที่แสดงไว้ในแบบฟอร์มการเสียภาษีโดยตรง

หาก IRS ไม่มีข้อมูลบัญชีเงินฝาก ในอีกสองสามสัปดาห์กระทรวงการคลังจะสร้างเวบไซด์ให้ประชาชนแต่ละคนไปใส่ข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีธนาคารให้กับ IRS ทางออนไลน์ ดังนั้นแต่ละคนก็จะได้รับเงินช่วยเหลือนี้ทันทีแทนที่จะต้องรอเงินจ่ายเป็นเช็คส่งทางไปรษณีย์

หากปกติคุณไม่จำเป็นต้องยื่นแบบฟอร์มการเสียภาษี คุณก็ยังจะได้รับเงินช่วยเหลือนี้อยู่ IRS จะใช้ข้อมูลจากฟอร์ม SSA-1099 หรือฟอร์ม RRB-1099 เพื่อออกเงินช่วยเหลือให้กับบุคคลที่ได้รับผลประโยชน์ตามฟอร์ม SSA-1099 หรือฟอร์ม RRB-1099 สำหรับบุคคลที่ไม่จำเป็นต้องยื่นฟอร์มเสียภาษีหรือไม่ได้ยื่นภาษีในปี 2018 และ 2019 ซึ่งคนกลุ่มนี้ได้แก่ผู้สูงอายุ ผู้รับเงินโซเชี่ยลและผู้เกษียณจากการรถไฟซึ่งโดยทั่วไปไม่ต้องยื่นภาษี แต่เนื่องจาก IRS จะไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับผู้ที่อยู่ในความอุปการะ (dependents) ของบุคคลเหล่านี้ ดังนั้นแต่ละบุคคลเหล่านี้จะได้รับเงินช่วยเหลือเพียงแค่ 1,200 เหรียญโดยไม่มีการจ่ายเงินให้เพิ่มเติมกับบุคคลที่อยู่ในความอุปการะในขณะนี้ค่ะ

หากคุณต้องยื่นเสียภาษีแต่ยังไม่ได้ยื่นภาษีในปี 2018 และ 2019 คุณก็ยังมีสิทธิ์ได้รับเงินช่วยเหลือนี้อยู่ เพียงแต่คุณจะต้องรีบไปยื่นฟอร์มการเสียภาษีโดยเร็วที่สุดเพื่อที่จะได้รับเงินช่วยเหลือก้อนนี้ โดยผู้เสียภาษีควรจะใส่ข้อมูลบัญชีธนาคารที่สามารถโอนเงินได้โดยตรงลงไปในฟอร์มการเสียภาษีด้วย

สำหรับผู้ที่ต้องยื่นภาษี แต่มีความไม่สบายใจที่จะไปหาคนทำภาษีหรือองค์กรที่ช่วยในการกรอกฟอร์มภาษีในช่วงนี้ด้วยตัวเองสามารถขอความช่วยเหลือได้ภายหลัง เนื่องจากเงินช่วยเหลือก้อนนี้ยังจะมีอยู่จนถึงปลายปี 2020 (พ.ศ. 2563) ค่ะ

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมภายหลังสามารถเข้าไปในเวบไซด์ IRS.gov/coronavirus ซึ่งจะมีการอัพเดทข้อมูลเสมอ ขณะนี้ทาง IRS มีการลดจำนวนพนักงานในสำนักงานหลายแห่งแต่ก็ยังบอกว่าจะทำงานอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือให้ทุกคนได้รับเงินอย่างเร็วที่สุด ดังนั้นควรเข้าไปในเวบไซด์ดังกล่าวเพื่อหาข้อมูลดีกว่าโทร.ไปสอบถามพนักงานที่กำลังยุ่งกับการตรวจสอบแบบฟอร์มการยื่นภาษีของปี 2019 นะคะ

ก่อนจากไปขอประชาสัมพันธ์งาน “เรียนรู้เมื่อต้องอยู่เมืองลุงแซมสัมมนาต้านโควิด” ที่ใช้ชื่อรายการว่า “ชวนหมอมาคุย” ซึ่งจะมีเป็นแพทย์ไทยในสหรัฐอเมริกามาให้ความรู้และตอบคำถามกันทางเฟสบุคไลฟ์เกี่ยวกับเรื่องราวเกี่ยวกับไวรัสโควิด-19 และการปฏิบัติตัวในช่วงไวรัสระบาดกันสด ๆ ใน วันเสาร์นี้ทางเฟสบุคไลฟ์ เวลา 13.30-14.30 น. (ลอสแอนเจลิส) ทาง facebook.com/walaipan.kesthong เข้าไปชมได้มีเปิดสาธารณะในเวลาช่วงดังกล่าวค่ะ

บทความนี้มีไว้เพื่อให้ความรู้ทั่วไปมิใช่เป็นการแนะนำทางกฏหมายหรืออื่นใดเฉพาะ หากท่านมีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับเนื้อหาในบทความ อยากจะถามคำถามในกรณีส่วนตัวท่านสามารถโทร.มาสอบถามกับผู้เขียนได้ที่เบอร์ (850)598-1709 หรือจะอีเมลมาหาผู้เขียนที่ walaipank@gmail.com ก็ได้ค่ะ หากผู้เขียนไม่ได้รับสายก็ฝากข้อความไว้ได้ จะติดต่อท่านกลับไปภายหลัง ส่วนใครอยากอ่านบทความย้อนหลังก็หาอ่านได้ในคอลัมน์ “เรียนรู้เมื่ออยู่เมืองลุงแซม” ทางเวบไซด์ของนสพ.ไทยแอลเอได้เลยค่ะ


อ้างอิง: https://www.irs.gov/newsroom/economic-impact-payments-what-you-need-to-know


วลัยพรรณ เกษทอง

3 เมษายน 2563