Thai LA newspaper
ไลฟ์สไตล์
จอมพล
Water Fall

“ความรักของเธอเกิดขึ้นที่นั่น แล้วก็ตายที่นั่น

แต่ของอีกคนหนึ่ง กำลังรุ่งโรจน์อยู่ในร่างที่กำลังจะแตกดับ”

ความงดงามของวรรณกรรมที่เรียกได้ว่าดีที่สุดเรื่องหนึ่งที่ผู้เขียนเคยอ่าน จากผลงานอันปราณีตของศรีบูรพา “ข้างหลังภาพ” ถูกถ่ายทอดครั้งแล้วครั้งเล่า เป็นละครทีวี เป็นภาพยนต์ และเป็นละครเพลง สร้างความประทับใจให้กับผู้อ่านและผู้ชม ได้ดาบดื่มกับความงดงามของความรัก โศกเศร้ากับความพลัดพราก โลดแล่นไปกับความอิ่มเอมแต่แสนเจ็บช้ำ ข้างหลังภาพคือความคลาสสิคที่ฝังอยู่ในรากเหง้าแห่งวรรณกรรมไทยในยุคสมัยกลาง ที่คนไทยภาคภูมิใจ

ผู้เขียนเองเป็นคนชอบดูละครเวที ได้ดูละครเพลงบรอดเวย์ของฝรั่งมามากกว่า ๓๐ เรื่อง แต่กลับได้ชมละครเพลงไทยอยู่ไม่กี่เรื่อง โดยเฉพาะในสมัยที่คุณบอย ถลกเกียรติเธอมาสร้างโรงละครรัชดาลัยนี้ มีละครเพลงดีๆหลายเรื่องที่อยากจะชมแต่ด้วยความที่อยู่แอลเอ จึงทำให้พลาดเสียทุกเรื่อง ได้มีโอกาสชมอยู่เรื่องเดียวคือเรื่อง สี่แผ่นดิน ซึ่งต้องขอเรียนตามตรงว่า ในฐานะของคนที่ดูละครเพลงเป็นเรื่องเป็นราวและดูมามาก โดยเฉพาะละครบรอดเวย์ที่ดูเกือบจะทุกเรื่อง ผู้เขียนต้องยอมรับว่าในบรรดาละครเพลงทั้งหมดที่ดูมาในชีวิต สี่แผ่นดินเป็นละครเพลงที่ดีที่สุด ประทับใจที่สุด ทำให้ผู้เขียนน้ำตาไหลไม่หยุด อยากจะลุกขึ้น Stand Ovation ให้นานๆเสียแต่ว่าผู้ชมคนไทยนั้นไม่มีมารยาทในการชมละครเวที ทุกคนพากันรีบร้อนออกจากโรงละคร จะยืนปรบมืออยู่คนเดียวก็กระไรอยู่ ถึงปัจจุบันที่นั่งเขียนต้นฉบับอยู่นี้ก็ยังจำความรู้สึกประทับใจนั้นได้ดี

ผู้เขียนจึงเป็นแฟนที่รักและชื่นชมคุณบอย ถกลเกียรติ ผู้ทุ่มเทชีวิตให้กับการสร้างละครเพลงดีๆให้คนไทยได้มีโอกาสสัมผัสศิลปะชั้นสูงนี้เฉกเช่นนานาประเทศเขา ครั้นเมื่อได้ยินข่าวว่าคุณบอยเธอจะมาสร้างฝันด้วยการนำละครเพลงไทยไปบรอดเวย์ ผู้เขียนจึงขนลุกด้วยความปลื้มใจ อยากจะเป็นกำลังใจให้และปรารถนาเหลือเกินให้ความฝันของเธอเป็นจริง

ผู้เขียนตั้งหน้าตั้งตารอคอยเฝ้าติดตามข่าวตั้งแต่การแถลงข่าวว่าจะนำเรื่องข้างหลังภาพมาทำใหม่ให้เป็นละครบรอดเวย์ ได้ยินข่าวว่าจะให้คุณบี้ สุกฤษณ์ ผู้เล่นเป็น นพพร คนเดิมที่เล่นในข้างหลังภาพ ฉบับที่คุณแพท สุธาสินี มาเล่นในฉบับดัดแปลงที่ให้ชื่อใหม่ว่า Waterfall โดยพูดและร้องเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด พร้อมทั้งเปลี่ยนตัวคุณหญิงกีรติใหม่เป็นสุภาพสตรีชาวอเมริกันจากเมืองนิวยอร์คที่มีชื่อว่าแคทเธอรีน ผู้เขียนก็แสนจะตื่นเต้น ทั้งก็ช่วยลุ้นจนตัวโก่ง อยากให้ละครออกมาดีและได้ไปนิวยอร์คสมความฝันของผู้สร้าง

การที่ละครเพลงเรื่องใดเรื่องหนึ่งนั้นจะได้ไปแสดงที่บรอดเวย์ได้นั้น จะต้องเริ่มจากหัวเมืองอื่นก่อน หากได้รับความสำเร็จก็จะได้รับการพิจารณาให้เล่นในโรงละครที่บรอดเวย์ โรงละครนั้นเขาจะแบ่งเป็นเกรด อย่างเช่นโรงละครในลอสแอนเจิลลิส ซึ่งถือเป็นเมืองใหญ่ก็จะมีโรงละครอยู่สามระดับด้วยกัน คือโรงละครเล็กสำหรับโปรดักชั่นเล็กๆ โรงละครระดับกลาง และโรงละครระดับมาตรฐานบรอดเวย์ อย่างเช่นโรงละครอาแมนซัน หรือแพนเทจเจส ส่วนโรงละครที่ Waterfall ได้มาเล่นนั้นคือ โรงละครพาซาดีน่า ซึ่งก็เป็นโรงละครระดับกลาง สำหรับละครที่ยังไม่มีชื่อเสียงมากนัก และกำลัง Debut หมายความว่ากำลังเปิดตัวเพื่อดูเสียงตอบรับจากคนดู ฉะนั้นฉากและแสงสีเสียง จะไม่ตระการตาเหมือนโรงละครใหญ่ๆ ผู้เขียนเคยไปดูละครที่พาซาดีน่าเธียร์เตอร์นี้หลายเรื่องอยู่เหมือนกัน ถึงแม้โรงละครพาซาดีน่าจะไม่ใช่โรงละครใหญ่ แต่ก็เป็นโรงละครเก่าแก่และมีความคลาสสิคมาก มีสมาชิกประจำจำนวนมาก และมีละครดีๆมาเล่นที่นี่หลายเรื่องเหมือนกัน จึงนับว่าเป็นความสำเร็จขั้นแรกที่ทีมงาน WaterFall ได้มาเริ่ม Debut ที่โรงละครนี้

ผู้เขียนได้ลองค้นดูว่าผู้ชมที่ได้มาชมไปแล้วมีความคิดเห็นอย่างไร ก็ได้เข้าไปดูในเวปไซด์ของ YELP ซึ่งเปิดให้คนแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรี ก็พบว่าได้คะแนนสูงถึงสี่ดาวครึ่ง และได้รับคำชมเป็นส่วนมาก ดังที่คัดมาให้ดูดังนี้

“It was my first musical here at the playhouse, and the production was magnificent”

นี่เป็นละครเพลงเรื่องแรกที่ฉันได้มาชมที่โรงละครนี้ และเป็นโปรดักชั่นที่สุดยอดจริงๆ

“The set design is truly amazing and really does transform the stage into another country, another world, another period of time.

การออกแบบฉากน่าตื่นตาตื่นใจมากและสามารถเนรมิตเวทีให้เป็นอีกประเทศหนึ่ง อีกโลกหนึ่งและย้อนอดีตไปอีกด้วย

“Definitely a musical not to be missed- Final notes- if you are a softee bring Kleenex or tissue.

ไม่ควรจะพลาดชมละครเพลงเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง ขอเตือนว่า ถ้าเป็นคนอ่อนไหวก็อย่าลืมเอากระดาษทิชชูหรือคลีนิกซ์ไปด้วย

ผู้เขียนได้ไปชมละครในวันเสาร์ที่ ๖ มิถุนายนที่ผ่านมา คนดูเต็มโรงมีที่ว่างเหลือเพียงไม่กี่ที่นั่ง เมื่อละครเริ่มเล่น ผู้เขียนก็ดูอย่างตั้งใจจนแทบไม่กระพริบตา เมื่อถึงช่วงเบรคตอนกลาง Intermission ผู้เขียนก็ใจหาย และเห็นว่าหากละครไม่แก้ไขปรับปรุง จะไม่มีทางไปถึงนิวยอร์คได้เป็นแน่แท้

ผู้เขียนนั่งคิดอยู่นานว่าจะเขียนทัศนคติของตนที่มีต่อ Waterfall ดีหรือไม่ เพราะใจจริงแท้อยากจะเชียร์ให้คนไปดูกันมากๆ ละครจะได้ประสบความสำเร็จ แต่คิดว่าหากไม่แสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมา ละครยังพอมีโอกาสแก้ไขเปลี่ยนแปลงและน่าจะทำให้ละครดีขึ้นได้ จึงคิดว่าควรจะเขียน

หลังจากที่ดูละครจบแล้ว ผู้เขียนรู้ได้ทันทีว่าละครเรื่องนี้ไม่ได้เป็นฝีมือของคุณบอยโดยตรง ต้องถูกแรงกดดันจากรอบข้างจนเสียความเป็นบอย ถกลเกียรติ เรียกว่าออกไปนอกกรอบอัจฉริยะของคุณบอย ละครพยายามที่จะปรับให้คนชาติอื่นดูได้เข้าใจ ฉะนั้นจึงเปลี่ยนคาร์เร็กเตอร์ของตัวละครไปอย่างสิ้นเชิง ผิดแผกจากงานประพันธ์ของศรีบูรพา ไม่ใช่นพพรและกีรติ อย่างที่คุ้นเคยกัน แคธเธอรีนกลายเป็นหญิงสาวร่าเริงแทนที่จะดูคลาสสิคและเป็นผู้ใหญ่ ในขณะที่นพพรผู้จริงจังต่อความรักกลายเป็นนพพรที่พยายามเหมือนจะเล่นตลกและพยายามให้ดูมีเสน่ห์น่ารัก ละครตัดความงดงามทางภาษาที่สำคัญๆ ที่เราประทับใจกันมากอย่างเช่น

ข้าพเจ้าปลดผ้าเช็ดหน้าผืนใหญ่ออกจากคอ แล้วจัดแจงคลุมลงไปบนเท้าขาวผ่องของเธอ

เมื่อคุณหญิงท้วงติง นพพรก็ว่า

"คุณหญิงไม่ทราบดอกหรือว่า เท้าของคุณหญิงนั้นงามกว่าลำคอของผมเสียอีก และควรได้รับความทะนุถนอมยิ่งกว่า"

ผู้เขียนได้ชมความตอนนี้ในละครเพลงฉบับภาษาไทย ที่นพพรกับคุณหญิงกีรติพายเรือ พร้อมกับเพลงที่เพราะเหลือเกิน “รักแท้มีอยู่จริง” และคุณหญิงกีรติได้ขอให้นพพรสอนให้เธอร้องเพลง

ความตอนนี้ได้ถูกตัดทอนออกเสียหมด กลายเป็นสองหนุ่มสาวพรอดรักกันที่น้ำตกและถึงกับได้เสียกันที่นั่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำลายบทประพันธ์และคาร์แร็คเตอร์ของฝ่ายหญิงอย่างให้อภัยไม่ได้

ถึงแม้ผู้อำนวยการสร้างจะต้องการให้แคทเธอรีนเป็นผู้หญิงคนใหม่ เป็นหญิงต่างชาติ ไม่ใช่กุลสตรีไทย แต่ความสำคัญของบทนี้ คือการรู้จักการหักห้ามใจไม่ให้ถลำใจลึกให้ชายหนุ่มเพราะตนเองเป็นหญิงที่แต่งงานแล้ว จะใจง่ายนอนกับเด็กหนุ่มในที่สาธารณะเช่นนั้น เป็นการเขียนบทให้หวือหวาแต่ลืมหัวใจสำคัญของเรื่องไป

ม.ล. บุญเหลือ เทพยสุวรรณ ท่านได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับตัวละครคุณหญิงกีรติไว้ดังนี้

“ลักษณะจิตใจของ ม.ร.ว. กีรตินั้น สำหรับคนวัยข้าพเจ้าก็คิดว่าเข้าใจได้ง่าย เพราะได้พบเห็นชีวิตที่คล้ายกันมา เป็นจิตใจของผู้หญิงที่ถูกเลี้ยงดูมาในโลกแคบ ความรู้ของคุณหญิงกีรติเกี่ยวกับความรักนั้น ก็คงได้จากหนังสืออ่านเล่น คือนวนิยายไทยและนวนิยายฝรั่ง ที่ไม่บอกกล่าวเรื่องนี้อย่างจริงจังนัก ผู้หญิงไทยในสมัยของ ม.ร.ว. กีรติ แทบจะไม่ได้รับความรู้จากคนที่มีประสบการณ์เรื่องเพศ ผู้หญิงสมัยนั้นย่อมไม่กล้าถามถึงเรื่องความรักจากพ่อหรือแม้แต่พี่ชายหรือ น้องชาย และหนังสือที่ชี้แจงเรื่องนี้ก็คงไม่ผ่านสายตา นวนิยายที่มีก็คงเป็นประเภทพาฝัน ส่วนนวนิยายที่แปลจากภาษาฝรั่งซึ่งคนไทยนิยมแปลในสมัยรัชกาลที่ ๕ หรือ ๖ ก็มีผลงานของ แมรี คอเรลลี ซึ่งก็ไม่สนใจปัญหาทางเพศ หรือ เพิร์ล บัค ก็ไม่สนใจปัญหานี้ แล้วนวนิยายอย่างชู้รักของเลดี้แชตเตอร์ลีย์ คงไม่ผ่านสายตาของ ม.ร.ว. กีรติเท่าใดนัก ดังนั้นการที่คุณหญิงกีรติซึ่งเป็นคนรักความสวยงาม แลเห็นพืชพันธุ์ผักเป็นสิ่งที่ให้ความรื่นรมย์ แลเห็นลูกมะเขือเทศเหมือนกับว่าเป็นเด็กหนุ่มวัยเดียวกับนพพร ก็คงเป็นคนที่เรียกว่าโรแมนติก เชื่อถือในทางดี เชื่อในทางอุดมคติ คงจะมีความฝันว่าตัวได้ประสบกับความรัก เมื่อนพพรได้แสดงความรู้สึกต่อตน และคงจะภาคภูมิใจที่ตนรู้จักหน้าที่ ไม่ตื่นไปกับความรักของชายหนุ่ม เมื่อเป็นม่ายจึงสร้างความหวังไว้ในใจ ว่าพอนพพรกลับมาเมืองไทยก็คงรักษาความรู้สึกเดิมไว้ ถึงแม้จะไม่เร่าร้อนดังแต่ก่อน ก็คงยังมีรอยเหลืออยู่ ครั้นพบว่าความรักนั้นอันตรธานไปแล้ว ก็แลเห็นชีวิตปราศจากความหมาย โรคประจำตัวจึงกำเริบ และเสียชีวิตได้ง่าย”

ดังนั้นเมื่อแคธเธอรีนได้ลงเอยกับเด็กหนุ่มง่ายๆที่น้ำตกเสียแล้ว จะมีประโยชน์อันใดเล่าที่จะคงรักษาเกียรติของตนไว้ ไม่ยอมเอ่ยคำว่ารักให้นพพรได้ยิน

ละครยังเพิ่มบทที่ไม่เห็นจำเป็นเข้ามาเช่น นพพรคือผู้ที่ช่วยเจรจาให้ไทยไม่ต้องตกเป็นประเทศแพ้สงคราม หรือนพพรผู้คลั่งไคล้วัฒนธรรมอเมริกัน แคธเธอรีนสาวอเมริกันที่ได้มาเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนสอนศิลปะไทยซึ่งภายหลังถูกปิดไปเพราะรัฐบาลไทยต้องการสร้างชาติให้เป็นตะวันตก เรื่องต่างๆที่เพิ่มมานี้เหมือนกับจะช่วยย้ำน้ำหนักให้แคธเธอรีน ถูกสร้างความกดดันให้มากขึ้น แต่แท้จริงแล้วไม่จำเป็นเลย

สิ่งที่จำเป็นที่ขาดหายไปคือ เมื่อคุณหญิงจากนพพรไปแล้ว เขาก็เฝ้าแต่คิดถึงเธอ รอคอยจดหมายของเธอ วันแล้ววันเล่า แต่คุณหญิงก็ไม่ได้ให้ความหวังเขา จนจากความรักแบบหัวปักหัวปำเมื่อเวลาผ่านไปหลายปี เขาจึงลืมเธอ แต่คุณหญิงไม่เคยลืมนพพร และมีความหวังลึกๆว่าเขาจะกลับมา ความตรงนี้ต่างหากที่เป็นประเด็นสำคัญของเรื่องที่ขาดหายไป

คุณหญิงแคธเธอรีนในเรื่องนี้เป็นวัณโรคแต่ร้องเพลงเสียงแจ๋ว และไม่มีอาการของโรคแสดงออกมาให้เห็นบ้าง จู่ๆบทเธอจะตาย เธอก็ตายเสียดื้อๆ ทั้งๆที่เป็นจุดไคลแม็กซ์ของเรื่องและสามารถทำให้คนดูรู้สึกได้และซาบซึ้งกับความรักและการรอคอยของเธอ

การเปิดเรื่องที่ให้นพพรพูดถึงภาพเขียนที่แคธเธอรีนวาดและจบลงด้วยคำพูดเดียวกันนั้นไม่ทำให้เรื่องน่าสนใจขึ้นแต่กลับทำให้นพพรดูล่อกแล่กและไม่มีน้ำหนัก

ฉากที่น่าประทับใจคือฉากที่แคธเธอรีนวาดรูป และโปรแจ็คเตอร์ด้านหลังเกิดเป็นภาพให้คนดูเห็น เป็นการดีไซน์ฉากที่ดีมากทีเดียว งานเวทีศิลป์ค่อนข้างดี แต่ต้องขอติงนักแสดงประกอบที่ไม่สามารถรำได้อย่างไทยและดูแข็ง เสื้อผ้าชุดโขนดูขัดตาและหลวมไม่เหมือนของจริง

สิ่งที่ดีที่สุดของละครเรื่องนี้คือการแต่งเพลงของ Richard Maltby Jr. กับ David Shir ซึ่งถือเป็นกูรูของละครเพลงมิวสิเคิล เขียนเพลงได้งดงามโดยเฉพาะ Once you fall in love ที่ไพเราะมาก

ผู้เขียนเสียใจที่ต้องบอกว่าหากคุณบอยยังให้คุณบี้ สุกฤษณ์ แสดงเป็นนพพร ละครเรื่องนี้จะไปไม่ถึงดวงดาวแน่นอน ผู้เขียนได้ยินเสียงบ่นจากผู้ชมอเมริกันรอบๆที่ฟังภาษาอังกฤษของบี้ไม่เข้าใจ และคุณภาพการร้องเพลงที่ไม่ถึงระดับมิวสิคเคิลของเขา ในขณะที่แคธเธอรีนที่แสดงโดย Emily Padgett ร้องเพลงได้อย่างไม่มีที่ติ เสียงของบี้ดร็อบลงไปมากเมื่อคู่กับแพทเจ็ท ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้นักแสดงดังๆอย่างบี้มาเล่นเป็นนพพร เพราะสิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือคุณภาพในการร้องเพลง บี้พยายามมาก ผู้เขียนต้องยอมรับ แต่ความสามารถของเขายังไม่ถึงระดับบรอดเวย์

ผู้เขียนมีความรู้สึกว่าคุณบอย ถูกบีบจนไม่เป็นตัวของตัวเอง การเปลี่ยนแปลงบทประพันธ์และการพยายามที่สะเปะสปะ ทำให้ Waterfall เฉไปเบี้ยวมา ไม่มีเหตุและผลที่ทำให้คนดูเชื่อสิ่งที่เขากำลังดูได้

ยังมีเวลาก่อนที่ Waterfall จะไปแสดงซีแอทเทิลปีหน้า ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเสียงสะท้อนเล็กๆเสียงหนึ่งนี้จะช่วยให้คุณบอยได้เห็นทิศทางของละครอย่างที่มันควรจะเป็น

อย่าเสียความเป็นตัวเองของคุณ อย่าฟังฝรั่งที่ไม่เข้าใจบทประพันธ์อย่างแท้จริง

ถ้าหากว่า ปรารถนาจะคงวิญญานของเรื่องและความงดงามของภาษาไว้ วลีอย่างเช่น

“ความรักของเธอเกิดขึ้นที่นั่น แล้วก็ตายที่นั่น

แต่ของอีกคนหนึ่ง กำลังรุ่งโรจน์อยู่ในร่างที่กำลังจะแตกดับ”

หรือ "ฉันตายโดยปราศจากคนที่รักฉัน แต่ฉันก็อิ่มใจว่า ฉันมีคนที่ฉันรัก" ก็หวังว่าคงไม่ถูกตัดรอนเหมือน Waterfall ฉบับแอลเอนะครับ