Thai LA newspaper
ไลฟ์สไตล์
จอมพล
ขำคลายเคลียด

ฉบับนี้ขอพักเรื่องการเมืองและเรื่องเครียดๆสักฉบับ ขออนุญาตแปลเรื่องขำๆคลายเคลียดจากเวปไซด์ “Inspire Your Friends” มาให้อ่านพอได้อมยิ้มกันต้อนรับคริสต์มาสสักหน่อย


เรื่องเป็นคนดี

ชายผู้หนึ่งกับภรรยาของเขาตื่นขึ้นในตอนตีสามเพราะเสียงเคาะประตูดัง เขาลุกขึ้นและไปยังประตูที่ซึ่งคนเมาแปลกหน้ายืนตากฝนอยู่

“ช่วยผลักหน่อยได้ไหม” (ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Push ซึ่งน่าจะหมายถึงเข็นรถ) ชายผู้นั้นยืนเกาะขอบประตูพร้อมกับถามเขา

“ไม่มีทาง” สามีตอบ “นี่มันตีสามแล้วนะ” เขาปิดประตูปังและกลับมานอน

“ใครน่ะ” ภรรยาถาม

“ไอ้ขี้เมาที่ไหนไม่รู้มาขอให้ผลักหน่อย”

“แล้วเธอช่วยเขารึเปล่า” เธอถาม

“เปล่า...นี่มันตีสามแล้วฝนก็ตกเป็นบ้าเป็นหลัง”

“นี่คุณความจำสั้นจัง” จำไม่ได้เหรอเมื่อสามเดือนก่อนนี้ที่รถเราตายตอนที่เราไปพักร้อนและมีคนแปลกหน้าสองคนมาช่วยเราน่ะ ฉันว่าคุณน่าจะช่วยเขานะ”

ชายผู้นั้นก็เลยลุกขึ้นแต่ตัวแล้วเดินออกจากบ้านฝ่าสายฝนออกไปพร้อมกับตะโกนไปในความมืดว่า “ฮัลโหล คุณยังอยู่ที่นั่นรึเปล่า”

“อยู่” มีเสียงตอบ

“ยังต้องการให้ช่วยผลักรึเปล่า” สามีตอบ

“ช่วยหน่อยครับ” เสียงตอบมาในความมืด

“แล้วคุณอยู่ที่ไหนล่ะ” เขาถาม

“อยู่นี่ ที่ชิงช้า” เสียงคนเมาตอบ


บาทหลวง

สาวสวยผู้หนึ่งซึ่งอยู่ในเครื่องบินระหว่างประเทศได้ถามบาทหลวงนี่นั่งข้างๆเธอว่า “คุณพ่อคะ ช่วยอะไรดิฉันหน่อยได้ไหมคะ”

“ได้สิ ว่าแต่จะให้พ่อช่วยอะไร”

“คืองี้ค่ะ ดิฉันซื้อที่เป่าผมไฟฟ้าราคาแพงซึ่งน่าจะเกินลิมิตของศุลกากร ดิฉันกลัวว่าเขาจะยึดไปน่ะค่ะ คุณพ่อช่วยเอาเข้าด่านให้หน่อยได้ไหมคะ ซ่อนไว้ใต้เสื้อคลุมน่ะค่ะ”

“พ่อก็อยากจะช่วยนะ แต่ขอเตือนก่อนว่า พ่อจะไม่พูดโกหก”

“คุณพ่อทำหน้าเฉยๆ ไม่มีใครถามหรอกค่ะ”

เมื่อพวกเขาเข้าไปถึงด่านศุลกากร หญิงสาวให้บาทหลวงเดินนำหน้าเธอไป เจ้าหน้าที่ศุลกากรถามบาทหลวงว่า “คุณพ่อ มีอะไรจะแจงภาษีไหมครับ”

“ตั้งแต่หัวจนถึงเอว พ่อไม่มีอะไรต้องแจง”

เจ้าหน้าที่คิดว่าคำตอบนี้ประหลาด เขาจึงถามต่อว่า “แล้วอะไรที่คุณพ่อต้องแจงจากเอวถึงพื้นล่ะครับ”

“พ่อมีของเครื่องมือล้ำค่าที่ดีไซน์สำหรับผู้หญิงใช้ แต่จนถึงวันนี้ ไม่เคยได้ใช้เลย”

เจ้าหน้าที่กรอกตาไปมาแล้วตอบว่า “ขอพระเจ้าอวยพร คุณพ่อ เชิญผ่านไปได้ครับ”


ปลูกมันฝรั่ง

ชายชราอาศัยอยู่คนเดียวในเมืองอเมริกัน ลูกชายคนเดียวของเขาติดคุกอยู่ ชายชราเขียนจดหมายถึงลูกชายว่า

ลูกรัก

พ่อรู้สึกแย่จังเพราะดูเหมือนว่าพ่อจะไม่สามารถปลูกมันฝรั่งในสวนปีนี้ได้ พ่อเริ่มแก่มากที่จะขุดดินในสวน ถ้าเจ้ายังอยู่ที่นี่ก็คงไม่มีปัญหา เพราะลูกคงช่วยพ่อขุดดิน แต่นี่ลูกอยู่ในคุก

รัก
พ่อ

ไม่นานนักชายชราได้รับโทรเลขจากลูกชาย

“สวรรค์โปรด พ่อครับ อย่าขุดดินที่สวนนะ ผมฝังปืนผมไว้ที่นั่น”

เวลาตีสี่ของวันรุ่งขึ้น เจ้าหน้าที่เอฟบีไอกว่าโหลและเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มาที่บ้านและขุดสวนทั้งสวนโดยไม่พบปืนแม้แต่กระบอกเดียว

ด้วยความงุนงง ชายชราเขียนจดหมายถึงลูกชายเล่าเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และถามเขาว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป

ลูกชายตอบกลับมาว่า “ตอนนี้พ่อก็ปลูกมันฝรั่งได้แล้ว อย่างน้อยผมก็ทำดีที่สุดแล้วจากที่นี่”


เพื่อนรัก

เพื่อนสี่คนมาพบกันหลังจากไม่ได้เจอกันมา ๓๐ ปีหลังจากจบการศึกษา

คนหนึ่งไปห้องน้ำ ในขณะที่อีกสามคนคุยกันเรื่องความสำเร็จของลูกชายของพวกตน

เพื่อนคนที่หนึ่งบอกว่า ลูกชายเขาเรียนเศรษฐศาสตร์ แล้วก็มาเป็นนายธนาคาร ตอนนี้รวยมากและก็ซื้อรถเฟอร์รารี่ให้เพื่อนรักของเขา

เพื่อนคนที่สองบอกว่า ลูกชายเขาเป็นนักบิน แล้วเปิดบริษัทสายการบิน ตอนนี้รวยมา เขาซื้อเครื่องบินเจ็ทให้เพื่อนรักของเขา

เพื่อนคนที่สามบอกว่า ลูกชายเขาเป็นวิศวกร เปิดบริษัทเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ตอนนี้รวยมาก เขาสร้างปราสาทให้เพื่อนรักของเขา

เพื่อนคนที่สี่กลับมาจากไปห้องน้ำและถามว่าเม้าท์อะไรกันอยู่ พวกนั้นก็เลยบอกเขาว่ากำลังพูดถึงความสำเร็จของลูกชายของพวกตนอยู่ และถามเขาถึงความสำเร็จของลูกชายเขาบ้าง

เขาตอบว่า ลูกฉันไม่ได้เรียนอะไรเลยและเต้นระบำโป๊อยู่ที่บาร์

ทั้งสามคนกล่าวว่า ถ้าอย่างนั้นคงผิดหวังในตัวลูกมากสินะที่ไม่ประสบความสำเร็จอะไรเลย

“โอ๊ย ไม่หรอก “เขาตอบ “ลูกฉันสบายไปแล้ว เมื่ออาทิตย์ที่แล้ววันเกิดเขา เขาได้รถเฟอร์รารี่ ได้เครื่องบินเจ็ทและได้ปราสาทมาจากบอยเฟรนด์ของเขา


ปัญญาพาตัวรอด

เศรษฐีผู้หนึ่งตัดสินใจไปเที่ยวซาฟารีที่อาฟริกา เขาได้นำสุนัขดัชชุนผู้ซึ่งสัตย์ไปด้วย

วันหนึ่งเจ้าดัชชุนวิ่งไล่ตามผีเสื้อและเมื่อรู้ตัวอีกทีก็พบว่าตัวเองหลงทางเสียแล้ว มันมองไปรอบๆแล้วก็พบว่าเสือดาวตัวหนึ่งกำลังวิ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่ากำลังมองเจ้าดัชชุนเป็นอาหารกลางวัน

เจ้าหมาน้อยคิด “ตายละหว่า มีปัญหาแล้วตู” ทันใดนั้นมันมองเห็นกระดูกชิ้นหนึ่งอยู่บนพื้น มันจึงนั่งลงแล้วกัดกินกระดูกนั้นโดยหันหลังไปทางเจ้าเสือดาว เจ้าหมาน้อยพูดเสียงดังขึ้นว่า “แหม เจ้าเสือดาวนี่มันอร่อยนัก เอ…..แถวนี้จะมีอีกตัวไหมเนี่ย”

ได้ยินดังนั้น เจ้าเสือดาวก็รีบหันหลังกลับโกยแน่บ แล้วไปซ่อนอยู่ที่ต้นไม้ “วิ้ว เกือบไปแล้วเรา” ในเวลานั้นเจ้าลิงผู้เห็นเหตุการทั้งหมดก็นึกขึ้นได้ว่า น่าจะใช้เหตุการณ์นี้ให้เป็นประโยชน์ต่อไปเพื่อป้องกันเจ้าเสือดาวจากภัยของตน มันจึงวิ่งตามเสือดาวไปเพื่อจะบอกความจริง แต่เจ้าดัชชุนเห็นมันวิ่งตามเสือดาวไปเพื่อปากโป้ง

เจ้าลิงวิ่งไปทันเสือดาว พร้อมกับต่อรองข้อตกลงที่ว่าถ้ามันบอกอะไรให้ เสือดาวจะต้องไม่จับมันกินต่อไปนะ หลังจากที่เสือดาวตกลงและเจ้าลิงบอกความจริง เจ้าเสือดาวโกรธมากที่ถูกหลอกให้โง่และกล่าวว่า “มาเจ้าลิงขึ้นหลังข้ามา แล้วคอยดูนะว่าไอ้หมาเจ้าเล่ห์จะโดนอะไร”

เจ้าดัชชุนเห็นเสือดาวมากับเจ้าลิงที่นั่งมาบนหลัง มันก็รู้ว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไร “ตายล่ะหว่า ตูจะทำยังไงดี” แต่แทนที่มันจะวิ่งหนี มันกลับนั่งลงหันหลังให้เจ้าสองตัวนั้น ทำเป็นมองไม่เห็น รอจนทั้งสองตัวนั้นเข้ามาใกล้แล้วก็พูดดังๆว่า

“ไอ้ลิงโง่นั่นไปไหนว่า ส่งให้มันไปตามไอ้เสือดาวตั้งครึ่งชั่วโมงแล้วยังไม่มาอีก”

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ไม่ว่าไพ่ในมือจะเป็นอย่างไร มันอยู่ที่เราจะเล่นต่างหาก


การประเมินผลงาน

เด็กชายน้อยๆคนหนึ่งเดินไปยังโทรศัพท์สาธารณะที่อยู่ในร้านขายของตรงที่แคชเชียร์นั่งอยู่ และหมุนโทรศัพท์ เจ้าของร้านก็มองดูเขาและแอบฟังการสนทนา

เด็กชาย “คุณผู้หญิงครับ ผมของานตัดหญ้าที่สวนได้ไหมครับ”

ผู้หญิง (ที่ปลายสาย) “ ฉันมีคนตัดหญ้าแล้วจ้ะ”

เด็กชาย “ คุณผู้หญิงครับ ผมเสนอราคาแค่ครึ่งหนึ่งของคนที่ตัดอยู่ปัจจุบันครับ”

ผู้หญิง “ฉันพอใจผลงานของคนที่ตัดอยู่ตอนนี้”

เด็กชาย (ทำเสียงวิงวอน) “ คุณผู้หญิงครับ ผมจะเช็ดพื้นและบันไดให้ฟรีๆด้วยครับ”

ผู้หญิง “ ไม่จ้ะ ขอบใจ”

เด็กชายยิ้มละไม วางโทรศัพท์ลง เจ้าของร้านผู้ได้ยินการสนทนานี้ เดินไปยังเด็กชาย

เจ้าของร้าน “ เจ้าลูกชาย.... ฉันชอบทัศนคติของเธอ เธอเป็นคนดีฉันอยากจะให้งานเธอทำ”

เด็กชาย “ไม่รับครับ”

เจ้าของร้าน “ทำไมล่ะ เธอเพิ่งจะของานเขาทำไม่ใช่รึ”

เด็กชาย “เปล่าครับ ผมแค่โทรไปเช็คว่าผลงานของที่ผมทำเป็นยังไง ผมก็คือคนงานที่ทำงานให้สุภาพสตรีคนที่ผมพูดด้วย”

“นี่เรียกว่าเป็นการประเมินผลงานครับ”


มันกวนไหมเนี่ย

ตำรวจจับผู้ร้าย

ตำรวจ; แกอยู่ที่ไหน

ขโมย; อยู่กับพ่อแม่

ตำรวจ; แล้วพ่อแม่อยู่ที่ไหน

ขโมย; อยู่กับผม

ตำรวจ; แล้วพวกแกอยู่ที่ไหนล่ะ

ขโมย; อยู่ถัดจากบ้านเพื่อนบ้าน

ตำรวจ; แล้วเพื่อนบ้านแกอยู่ที่ไหน

ขโมย; ถ้าผมบอกคุณ คุณก็จะไม่เชื่อผม

ตำรวจ; บอกมา

ขโมย; อยู่ถัดจากบ้านผม


โทรศัพท์ขำขัน

เจ้านายสงสัยว่าลูกน้องที่ทำงานดีคนหนึ่งไม่โทรฯมาลาป่วย แต่ไม่มาทำงาน

ด้วยความคิดที่ว่าต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นแน่ๆเขาจึงโทรศัพท์ไปยังมือถือของพนักงานคนนั้น แต่ปรากฏว่ามีเสียงเด็กรับสายด้วยเสียงกระซิบ

“ฮัลโหล”

“คุณพ่ออยู่ไหมครับ” เขาถาม

“อยู่” เสียงเล็กๆตอบแบบกระซิบกระซาบ

“ขอคุยกับพ่อหนูหน่อยได้ไหม”

เสียงเด็กตอบ “ไม่ได้”

บอสแปลกใจและด้วยความที่ต้องการจะพูดกับผู้ใหญ่จึงถามต่อไปว่า “แล้วแม่หนูอยู่ไหม”

“อยู่” เสียงเล็กๆกระซิบตอบ

“ขอพูดหน่อยได้ไหม”

และเสียงนั้นก็ตอบอีกว่า “ไม่ได้”

ด้วยความที่ต้องการจะฝากข้อความไว้กับใครก็ได้ที่เป็นผู้ใหญ่ บอสจึงถามว่า “มีคนอื่นอยู่อีกไหม”

“มี” เสียงเด็กตอบ “ตำรวจ”

ด้วยความสงสัยยิ่งขึ้นว่าทำไมตำรวจจึงอยู่ที่บ้านพนักงานของเขา บอสจึงถามว่า “ขอพูดกับตำรวจได้ไหม”

“ไม่ได้” เสียงเด็กกระซิบ “เขากำลังยุ่ง”

“ยุ่งอะไร”

“เขากำลังคุยกับพ่อกับแม่แล้วก็พนักงานดับเพลิง” เสียงกระซิบตอบ

บอสยิ่งวิตกหนักขึ้นเพราะได้ยินเสียงเฮลิคอปเตอร์บินวนลอดมาจากโทรศัพท์ เขาจึงถามว่า

“เสียงอะไรน่ะ”

“เสียงเฮลิคอปเตอร์” เสียงกระซิบตอบ

“เกิดอะไรขึ้นที่นั่น” บอสถามด้วยความตกใจ

เสียงกระซิบของเด็กตอบอีกครั้ง “ หน่วยตามหาเพิ่งจากกระโดดลงมาจากฮอ”

สันนิษฐานว่าเป็นเรื่องร้ายแรง บอสถามด้วยเสียงตกอกตกใจ “แล้วเขาตามหาอะไรกัน”

เสียงเล็กๆกระซิบหัวเราะคิกคัก “หาผมเอง”


หวังว่าคงจะยิ้มกันได้นะครับ