เห็นมา เขียนไป วันที่ 18 เมษายน 2563

เมื่อวันที่ 16 เม.ย. 2563 เวลา 18.00 น. ปธน. สหรัฐฯ นำทีม Whitehouse Coronavirus Task Force แถลงข่าวที่ทำเนียบขาว สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

1. ปธน.ทรัมป์ ประกาศ Guidelines: Opening up America Again ใน 3 ระยะ เพื่อให้แต่ละรัฐพิจารณาค่อย ๆ ผ่อนมาตรการที่เข้มงวดให้คลายลงจนกลับคืนสู่สภาวะเกือบปกติ (โดยไม่ต้องรอจนถึง 1 พ.ค. 63) บนพื้นฐานของหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ และสนับสนุนให้รัฐต่าง ๆ ทำงานร่วมกัน และทำงานร่วมกับ รบ.กลางอย่างใกล้ชิด (ทั้งนี้ มีหลายรัฐที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ไม่มากนักและร้อยละ 30 ของสหรัฐฯ ไม่ปรากฏกรณีติดเชื้อใหม่)

2. Guidelines เป็นแนวทางสำหรับผู้ว่าการรัฐพิจารณาตามสถานการณ์ในพื้นที่ จึงไม่ระบุกำหนดเวลาเพื่อให้แต่ละรัฐสามารถดำเนินการทั้งรัฐหรือเป็นราย county โดย รบ.กลางให้การสนับสนุนเพื่อรัฐต่าง ๆ มีความพร้อมรับมือหากเกิดการแพร่ระบาดขึ้นอีก

3. การกลับสู่สภาพเกือบปกติจะดำเนินอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยรัฐจะต้องข้ามผ่านเงื่อนไข (Gate Criteria) ได้แก่ (1) มีอัตราการติดเขื้อที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง 14 วัน และสามารถรักษาผู้ป่วยได้ในศักยภาพปกติ และ (2) เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบ สธ.(การปกป้องคนทำงานให้ปลอดภัย / ขีดความสามารถในการรองรับการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วย / PPEs และอุปกรณ์การแพทย์ / การตรวจทดสอบและการเฝ้าระวังและติดตามผู้ติดเชื้อ โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่แสดงอาการ (asymtomatic sentinel surveillance)) ซึ่งจะเน้น ปชช.ในบ้านพักคนชราด้วย

4. การกลับสู่สภาวะปกติแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่

Phase 1 เป็นการเปิดเริ่มต้น โดยต้องรักษาระยะห่างทั้งสังคมเต็มที่และไม่รวมตัวกันเกิน 10 คน ทำงานจากบ้านให้มากที่สุด ยังคงปิด รร. บ้านพักคนชรา และหลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็น

Phase 2 ผู้มีความเสี่ยง/อ่อนแอคงการกักตัว เว้นระยะห่างทางสังคมในที่สาธารณะและหลีกเลี่ยงการรวมตัวเกินกว่า 50 คน สามารถเดินทางได้ตามปกติ และเปิด รร.

Phase 3 (New Normal) ผู้มีความเสี่ยง/อ่อนแอ สามารถเข้าสังคมได้ แต่ควรต้องเว้นระยะห่าง

แต่ไม่จำกัดจำนวนคนในการเข้าทำงานอีกต่อไป

5. สำหรับทั้ง 3 ระยะ ขอให้ ปชช. พิจารณาสถานการณ์และสภาพแวดล้อมของตัวเองด้วยความระมัดระวังมากที่สุด และคงแนวทางการรักษาสุขอนามัยที่ได้ประกาศไปแล้ว

6. สถานการณ์โดยรวมของสหรัฐฯ เห็นผลของการควบคุมการระบาด (mitigation) โดยจำนวนผู้เสียชีวิตต่อวันผ่านจุดสูงสุดและทรงตัว (curve is flattening) ศักยภาพการทดสอบ COVID-19 ยังคงเพิ่มขึ้น มีวิธีการรักษา/ยาที่อยู่ระหว่างการทดสอบทางคลินิก 35 รายการ และยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้ทำการตรวจเชื้อไปแล้ว 3.5 ล้านราย ซึ่งมากที่สุดในโลกแซงหน้า กลต.

และจะตรวจเชื้อได้ 1 ล้านคนต่อวัน

7. ยังคงให้ความสำคัญกับมาตรการจำกัดการเดินทาง รปท.