เห็นมา เขียนไป วันที่ 26 ธันวาคม 2563

โรเบิร์ต เรดฟิลด์ ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐฯ(ซีดีซี) วันพุธ(23ธ.ค.) เปิดเผยว่ามีประชาชนมากกว่า 1 ล้านคนที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 โดสแรกไปแล้ว ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญแถวหน้าด้านโรคติดต่อของอเมริกา คาดหมายว่าหากทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น สหรัฐฯน่าจะบรรลุเป้าหมายมีภุมิคุ้มกันในประชากรอย่างกว้างขวางช่วงฤดูร้อนปีหน้า

"สหรัฐฯประสบความสำเร็จในเบื้องต้น แต่เป็นหลักชัยที่สำคัญในวันนี้ ตอนนี้ได้รับรายงานมีประชาชนได้รับวัคซีนโควิด-19 โดสแรก แล้วมากกว่า 1 ล้านคน นับตั้งแต่เริ่มโครงการฉีดวัคซีนเมื่อ 10 วันก่อน" เรดฟิลด์กล่าว

อย่างไรก็ตาม มอนเชฟ สลาอุย หัวหน้าที่ปรึกษาโครงการ Operation Warp Speed ของรัฐบาล ยอมรับว่าเป้าหมายสร้างภูมิคุ้มกันประชาชน 20 ล้านคนในเดือนนี้ "ไม่น่าจะเป็นไปได้" กระนั้นเขาบอกว่าสหรัฐฯยังคงวางเป้าสร้างภูมิคุ้มกัน 100 ล้านคนในช่วงสิ้นสุดไตรมาสแรกของปี 2021 และอีก 100 ล้านคนในไตรมาส 2

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีการส่งมอบวัคซีน 1 ล้านโดสทั่วสหรัฐฯ โดยที่วัคซีนของไฟเซอร์และไบโอเอ็นเทค ซึ่งเป็นตัวแรกที่ได้รับการอนุมัติ เริ่มดำเนินการฉีดให้ประชาชนเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม ส่วนในสัปดาห์นี้ อเมริกามีเป้าหมายแจกจ่ายวัคซีนของโมเดอร์นา 6 ล้านโดสและอีก 2 ล้านโดสของไฟเซอร์ สหรัฐฯ ชาติที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 หนักหน่วงที่สุดในโลก เวลานี้กำลังเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดที่รุนแรงอย่างมาก ท่ามกลางสภาพอากาศฤดูหนาว

เวลานี้ในสหรัฐฯมีผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แล้วมากกว่า 320,000 คน และมันกลายเป็นสาเหตุลำดับต้นๆของการเสียชีวิตของผู้คนในสหรัฐฯ ในปี 2020 เป็นรองเพียงโรคหัวใจและโรคมะเร็ง ผู้พักอาศัยถาวรตามบ้านพักคนชราและบรรดาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขคือบุคคลลำดับต้นๆที่ได้รับการฉีดวัคซีน ส่วนขั้นต่อไปวางเป้าหมายไปที่คนสูงวัยอายุเกิน 75 ปีและคนงานภาคต่างๆที่มีความสำคัญ

นายแพทย์แอนโทนี เฟาซี ผู้อำนวยการสถาบันภูมิแพ้และโรคติดต่อแห่งชาติสหรัฐฯ คาดหมายว่าหากกระบวนการฉีดวัคซีนเป็นไปอย่างราบรื่น บางทีอเมริกาอาจบรรลุเป้าหมายสร้างภูมิคุ้มกันประชาชนอย่างกว้างขวางในฤดูร้อนปีหน้า พร้อมบ่งชี้ว่าคู่รักอาจได้รับอนุญาตให้จัดพิธีแต่งงานได้อย่างเร็วที่สุดคือในเดือนมิถุนายนและกรกฏาคม

เฟาซี เชื่อว่าพลเมืองในลำดับต้นๆ อาทิผู้พักอาศัยอยู่ตามบ้านพักคนชรา, เจ้าหน้าที่สาธารณสุข, คนงานภาคต่างๆที่มีความสำคัญ, คนชรา, บุคคลที่มีความเสี่ยงสูง น่าจะได้รับวัคซีนครบในเดือนมีนาคมหรือต้นเดือนเมษายน "เราน่าจะเริ่มได้ในเดือนเมษายน ในสิ่งที่ผมเรียกว่า การเปิดฤดูกาลสำหรับวัคซีน กล่าวคือทุกคนในประชาชนทั่วไปที่ต้องการรับวัคซีน จะได้รับการฉีดวัคซีน"

เขากล่าวต่อว่า "พอเราเข้าสู่ช่วงกลางหรือช่วงปลายฤดูร้อน ผมเชื่อว่า ถ้าเราดำเนินการอย่างถูกต้อง เราจะมีประชากรที่ได้รับวัคซีนราวๆ 75% ถึง 80% และเมื่อสิ่งนั้นเกิดขึ้น เรามีจะมีร่มสำหรับปกป้องผู้คนทั่วประเทศ"

ความเห็นของเฟาซี มีขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯอนุมัติใช้วัคซีน 2 ตัวในกรณีฉุกเฉิน ประกอบด้วยวัคซีนของไฟเซอร์กับไบโอเอ็นเทค และวัคซีนของโมเดอร์นากับสถาบันสุขสภาพแห่งชาติ ในวันอังคาร(22ธ.ค.) รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงว่าได้จัดซื้อวัคซีนของไฟเซอร์กับไบโอเอ็นเทคเพิ่มเติมอีก 100 ล้านโดส ซึ่งมีกำหนดส่งมอบในเดือนกรกฏาคม

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้ปัจจุบัน สหรัฐฯมีคลังวัคซีนโควิด-19 เพิ่มเป็น 400 ล้านโดส ครึ่งหนึ่งเป็นของไฟเซอร์และอีกครั้งเป็นของโมเดอร์นา เปิดทางสำหรับสร้างภูมิคุ้มกันประชาชน 200 ล้านคน เนื่องจาก 1 คนต้องใช้วัคซีน 2 โดส นอกจากนี้แล้วรัฐบาลยังหวังด้วยว่าบรรดาผู้ผลิตวัคซีนอื่นๆจะได้รับอนุมัติเพิ่มเติม โดยคาดหมายว่าวัคซีนของ จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน และวัคซีนของแอสตราเซเนกา จะเป็นรายต่อไป

(ที่มา:เอเอฟพี)