

ไม่ระวังปาก จะได้ศัตรู ไม่ระวังหู จะเสียญาติมิตร
คำคมนี้แบ่งเป็น ๒ ส่วนหลักๆ ที่สะท้อนถึงพลังของการสื่อสารและการรับรู้ของมนุษย์:
*1. ไม่ระวังปาก จะได้ศัตรู: ส่วนนี้หมายถึง การพูด คำพูดเปรียบเสดมดาบสองคม หากเราไม่ยั้งคิด ไม่ควบคุมคำพูด พูดจาหุนหันพลันแล่น พูดเสียดสี พูดโกหก หรือพูดความจริงที่รุนแรงเกินไปในเวลาและ สถานที่ที่ไม่เหมาะสม ย่อมทำให้ผู้อื่นเสียใจ อับอาย หรือโกรธเคืองได้ง่าย ผลลัพธ์ที่ตามมาคือการสร้างศัตรูโดยไม่รู้ตัว.
*2. ไม่ระวังหู จะเสียญาติมิตร:ส่วนนี้หมายถึง การฟัง การไม่ระวังหู หมายถึงการเชื่อทุกอย่างที่ได้ยินได้ฟังมาโดยไม่ไตร่ตรอง ไม่ฟังความให้ครบทุกฝ่าย ชอบฟังคำนินทา คำยุยง หรือ คำซุบซิบ แล้วนำมาตัดสินใจหรือนำไปพูดต่อโดยขาดสติ.
จากคำคมนี้ เรานำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้.
▪️ วาจาเป็นใหญ่: จงระมัดระวังคำพูด เพราะ คำพูดที่พูดไปแล้วไม่สามารถ ดึงกลับคืนมาได้ การพูดดี
มีประโยชน์ พูดถูกกาลเทศะ จะช่วยเสริมสร้างมิตรภาพ ในทางตรงกันข้าม คำพูดเพียงคำเดียวก็สามารถทำลาย
ทุกสิ่งทุกอย่างได้.
▪️เป็นผู้ฟังที่ดีและมีสติ: อย่าเป็นคนที่ ‘หูเบา’ หรือ เชื่ออะไรง่ายๆ โดยไม่ตรวจสอบให้แน่ชัด ต้องฟังหูไว้หู ใช้ปัญญาพิจารณาก่อนจะเชื่อหรือนำไปปฏิบัติ เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นกับคนที่เรารัก.
▪️คิดก่อนพูด คิดก่อนเชื่อ: ทั้งการพูดและการฟัง ต้องอยู่บนพื้นฐานของสติและปัญญา พูดเมื่อมั่นใจว่าถูกต้องและ เหมาะสม เชื่อเมื่อมีหลักฐานและเหตุผลอันสมควร.
คำคมนี้สอนให้เรารู้เท่าทัน ‘ปาก’ และ ‘หู’ ซึ่งเป็นสองอวัยวะสำคัญที่กำหนดชะตากรรมของความสัมพันธ์ หากเราควบคุม ‘ปาก’ ให้นุ่มนวล และใช้ ‘หู’ อย่างมีสติ ชีวิตก็จะพบแต่มิตรภาพและความอบอุ่นจาก คนรอบข้าง แต่หากเผลอปล่อยให้ปากพาเจ็บ หรือหูพาหลง ก็อาจต้องสูญเสียผู้คนอันมีค่าไปอย่างไม่มีวันกลับ.
ดังนั้น จงเป็นนายของปากและหู อย่าตกเป็นทาสของมัน แล้วชีวิตจะพบแต่ความสงบสุขและมิตรแท้ที่ยั่งยืน.
ขอขอบคุณข้อมูลดีดี มีสาระจากท่านที่ใช่ชื่อ “MOO” ในกลุ่มไลน์ที่มีชื่อว่า ไทยโพ้นทะเล