เห็นมา เขียนไป วันที่ 13 มิถุนายน 2563

…..กลายเป็นกระแสที่กำลังจะลุกลาม บานปลายไปทั่วประเทศ

สำหรับกรณีการหายตัวไปของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักกิจกรรมเพื่อสังคมที่ทำงานมาหลากหลาย

แต่ต้องลี้ภัยทางการเมืองเนื่องจาก ไม่ยอมไปรายงานตัวกับ คสช.หลังการรัฐประหารเมื่อปี 2557 อีกทั้งถูกแจ้งข้อหาความผิดเกี่ยวกับพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

เป็นเหตุให้ต้องกระเซอะกระเซิงไปพำนักอยู่ที่กัมพูชา

ทั้งนี้การสูญหายของนายวันเฉลิม มีคลิปวิดีโอ พยานหลักฐานที่ยืนยันชัดเจนว่าไม่ได้หายไปโดยสมัครใจ

แต่เกิดจากกลุ่มคนพยายามลักพาตัว ซึ่งความเลวร้ายที่สุดก็คืออาจจะมีอันตรายต่อชีวิต

น่าสนใจว่าแม้เรื่องดังกล่าวจะถูกพูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์ และลามมาที่ สื่อกระแสหลัก

แต่หน่วยงานที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงต่างประเทศ กรรมการสิทธิมนุษยชน กลับไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ

ทั้งที่การดูแลเรื่องความปลอดภัยของพลเมืองตัวเอง ย่อมเป็นหน้าที่หลักของรัฐบาล

การนิ่งเฉยเหล่านี้ สมควรจะต้องระมัดระวังว่าสังคมจะเข้าใจผิดว่ารู้เห็นเป็นใจกับเหตุการณ์ดังกล่าว จึงเงียบงันไร้คำตอบ

เมื่อเป็นเช่นนั้นการเคลื่อนไหวภาคประชาชน กลายเป็นเรื่องจำเป็นเพื่อกดดันให้เจ้าหน้าที่รัฐทำหน้าที่ของตัวเอง

ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับความคิดเห็นต่างขั้วกันทางการเมือง

เพราะการใช้ความรุนแรง คุกคามถึงชีวิตเช่นนี้ ไม่ว่าฝ่ายไหนก็ไม่ควรจะถูกกระทำเช่นกัน

การนิ่งเงียบไม่ใช่การเป็นกลางทางการเมือง เหมือนที่พยายามหาเหตุผลมาหักล้างฟอกตัวให้ดูดีไปวันๆ

เพราะความยุติธรรมไม่มีความเป็น กลาง!??

หากไม่มีการแสดงออกอย่างจริงจัง คัดค้านความรุนแรงดังกล่าว เหตุการณ์เช่นนี้ก็สามารถเกิดขึ้นได้ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดีไม่ดีครั้งต่อไปอาจเกิดกับญาติพี่น้อง คนที่เรารู้จัก

ต้องหยุดวงจรอุบาทว์นี้ให้ได้ ไม่ให้เกิดการสูญเสียขึ้นอีก

ด้วยการแสดงออกของประชาชนให้เป็นที่รับรู้ทั่วกัน