เห็นมา เขียนไป วันที่ 17 สิงหาคม 2562

กรณีกล่าวคำถวายสัตย์ไม่ครบยังเป็นประเด็นร้อนต่อเนื่อง

จากหนังสั้นกลายเป็นหนังยาว จากหนังยาวกลายเป็นหนังซีรีส์

โดยไม่มีใครคาดเดาได้ ตอนจบจะอย่างไร

สัปดาห์ก่อนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ต้นตอปัญหา บอกว่าจะรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว

แต่เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่งยังไม่เห็นว่า นายกฯ แสดงความรับผิดชอบให้สาธารณชน เห็นเป็นที่ประจักษ์

ตอนแรกหลายคนกะเก็งหลังพ้นช่วงหยุดยาว 3 วันที่ผ่านมา ทุกอย่างน่าจะจบ

ปรากฏว่าเก็งผิดกันเป็นแถว

อย่างไรก็ตามเรื่องนี้หากรัฐบาลหรือ ผู้เกี่ยวข้องคิดใช้ยุทธวิธี “นิ่งสงบสยบเคลื่อนไหว” ก็ต้องบอกว่ากำลังคิดผิด

การกระทำดังกล่าวไม่ว่าด้วยสาเหตุปริศนาใดก็ตาม

สิ่งตามมาคือความผิดทั้งในแง่กฎหมาย และประเพณีการปกครอง

การนิ่งเฉยปล่อยให้เรื่องผ่านไปโดยไม่แสดงความรับผิดชอบใดๆ ในทางปฏิบัติย่อมส่งผลกระทบสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติและประชาชน ตามที่หลายคนเริ่มส่งเสียงวิจารณ์รัฐบาลชุดนี้

กำลังจะเป็น “เป็ดง่อย”

รัฐมนตรีหลายคนไม่กล้าทำงาน อนุมัติงบฯ หรือลงนามคำสั่งใดๆ อันมีผลในทางกฎหมาย

เนื่องจากไม่มั่นใจการถวายสัตย์ไม่ครบตามรัฐธรรมนูญ จะเป็นเหตุให้รัฐมนตรีต้องมีอันเป็นไปด้วยหรือไม่

ใครกล้าเสี่ยง?

ยังไม่ต้องพูดถึงการแถลงนโยบาย การอนุมัติร่างพ.ร.บ.งบฯ 3.2 ล้านล้าน การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ฯลฯ ก่อนหน้านี้ ที่อาจเป็นโมฆะ

เมื่อรัฐมนตรีไม่ทำงาน ปัญหาประเทศชาติและประชาชนก็ไม่ได้รับการแก้ไข

การเพิกเฉยต่อปัญหาถวายสัตย์ จึงเท่ากับเพิกเฉยต่อการแก้ไขปัญหาประเทศชาติและความทุกข์ร้อนของประชาชน

ตอนฝ่ายค้านพบเจอปัญหานี้ใหม่ๆ การเรียกร้องให้นายกฯ และรัฐบาลลาออก

ในทางการเมืองเหมือนเล่นแรงเกินไป

แต่เมื่อบางคนยังเล่นบท “หน้ามึนตาใส” ไม่แสดงความรับผิดชอบใดๆ นอกเหนือจากคำพูดปากเปล่า

ยิ่งนานวันแรงกดดันยิ่งเพิ่ม

กลายเป็นว่าการลาออกคือทางเดียวที่เหลืออยู่ตอนนี้