เห็นมา เขียนไป วันที่ 27 กรกฎาคม 2562

“ควรจัดบ้าน” ก่อนเจ็บหนัก หรือ ก่อนตาย…….

~ สถานการณ์ที่คนส่วนใหญ่ประสบก็คือ “ของล้นบ้าน” “ไม่รู้ว่า…ต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นกับของที่สะสมไว้” “เบื่อหน่ายกับของที่มีอยู่เต็มไปหมด”

“ไม่กล้าย้ายบ้าน…เพราะกลัวต้องขนย้ายของ ที่มี” ฯลฯ ที่เลวร้ายสุด…หากคำนึงถึงของที่เก็บสะสมไว้ยาวนาน…ก็คือ…หากตายไปแล้ว…ของเหล่านี้…จะไปอยู่ที่ไหน …และจะทำอะไรกับมันดี…ก่อนที่จะถึงวันนั้น …มีหนังสือดังเล่มหนึ่ง…ที่ให้คำแนะนำที่น่าสนใจ

~ ทุกคน…ที่เป็นผู้สูงวัย…ล้วนมีสิ่งของที่รักและหวงแหน… ไม่ว่าจะเป็นของธรรมดา……เครื่องแก้ว …พระเครื่อง…ปืน…แสตมป์…นาฬิกา…แหวน…ตุ้มหู…กำไล…หนังสือ …อัลบั้มรูปภาพครอบครัว …มีด…ปากกา …ไฟเช็ค ฯลฯ ที่เก็บเอาไว้…หรือสะสม…มาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก…หรือ…ตอนเป็นหนุ่มสาว

~ ความจริงที่โหดร้าย…ก็คือ …เมื่อท่านจากโลกนี้ไปแล้ว …ไม่มีอะไร…จะประกันได้ว่า…คนอื่นเขาจะรักใคร่ใยดี …ทะนุถนอม …และเห็นคุณค่า…ของสิ่งของเหล่านี้เหมือนตัวท่าน …เพราะเขาไม่ใช่ท่าน…และย่อมมีรสนิยมที่แตกต่างไป

~ รูปภาพบางรูป…เช่น…รูปที่ถ่ายกับพ่อ/แม่…ที่ท่านรักดังดวงใจ …อาจถูกโยนทิ้งลงถังขยะไปก็ได้…เพราะคนอื่น…เขาไม่เห็นว่ามีความหมาย …

~ หนังสือชื่อThe Gentle Art of Swedish Death Cleaning (2018) เขียนโดย Margareta Magnusson พยายามให้คำตอบ…แก่สถานการณ์ดังกล่าว…เพื่อความสุขของท่านและลูกหลาน …โดยเฉพาะอย่างยิ่ง…เพื่อปิดบังสิ่งที่ท่านไม่ต้องการให้ลูกหลานรู้…หรืออาจทำให้ลูกหลานหมางใจกัน…หรือ…อาจทำให้เกิดความรู้สึกดูแคลนท่าน

~ เกือบทุกคน…ล้วนมีของติดตัวมาตั้งแต่เด็ก…ตั้งแต่เป็นหนุ่มสาว …ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า…เอกสาร…หนังสือ …เฟอร์นิเจอร์ …ถ้วยโถโอชาม… อัลบั้มรูปภาพ …ของสะสมเก่าใหม่…เก็บซ่อนสะสมในกล่อง…ในตู้…ในเซฟ…หรือ…กองไว้ที่ไหนสักแห่งในบ้าน …แค่คิดจะรื้อโยนทิ้งไปบ้าง…เพราะรกบ้าน…ก็อ่อนใจแล้ว …

~ ลองคิดดู…ถ้าท่านตายไป…ลูกหลานจะเหนื่อยเป็นภาระแค่ไหน…กับการที่ต้องรื้อสิ่งของเหล่านี้ …ต้องเสียเวลา…และแรงงาน…คัดเลือกของ…หรือไม่ก็โยนทิ้งไปเสียทั้งหมด

~ Magnusson นักเขียนมีชื่อของสวีเดนบอกว่า …ตนเอง…มีอายุอยู่ 80 แล้ว อยู่มาทั่วโลก …ย้ายบ้าน 17 หน…เธอมีลูก 5 คน …เมื่อสามีจากไป…เมื่อแต่งงานกันได้ 48 ปี …ก็ต้องย้ายจากบ้าน…มาอยู่อพาร์ทเม้นท์ …เหตุการณ์นี้ทำให้เธอนึกถึง…คำว่า “death cleaning” หมายถึง…กระบวนการจัดบ้านให้เรียบร้อย…เมื่อตระหนักว่า…ตนเองเป็น“ไม้ใกล้ฝั่ง” เธอให้คำแนะนำพอสรุปได้ดังนี้

(1) การจะสามารถเริ่ม “จัดบ้าน” ให้เรียบร้อยก่อนตายได้นั้น …ต้องยอมรับเสียก่อนว่า …ความตาย…เป็นเรื่องปกติ(มรณานุสติ) ที่เกิดขึ้นกับทุกคน…โดยผู้สูงวัยทุกคน…อยู่ในวัยที่มีโอกาสสูงที่จะเกิดขึ้น …อีกทั้ง…ไม่ต้องการให้ความตายของตนเองเป็นภาระแก่ผู้อื่น

(2) วัยที่ควรเริ่ม “จัดบ้าน” คือ 65 ปี…ซึ่งเป็นวัยที่ยังแข็งแรง…พอที่จะยังจัดการได้ …หรือ ในอายุเท่าไรก็ตาม…ถ้าท่านเป็นผู้สูงวัย…บ่อยครั้งที่แรงบันดาลใจ คือ …การจากไปของคนที่รัก…กำลังจะเลิก…หรือหย่ากับคู่ชีวิต …จะอยู่บ้านที่มีขนาดเล็กลง…หรือ…เตรียมตัวไปอยู่บ้านคนชรา

(3) death cleaning มิได้หมายถึง…การจัดให้เป็นระเบียบเท่านั้น …หากหมายถึง …พิจารณาสิ่งของที่มีทั้งหมดอย่างละเอียด ว่า…อะไรจะทิ้ง …อะไรจะมอบให้ใคร …อะไรจะขาย …และอะไรที่พอจะเก็บไว้…เพื่อการมีชีวิตอยู่จนถึงบั้นปลาย

(4) เริ่มต้น “จัดบ้าน” …โดยมุ่งไปที่ของใหญ่…ที่เก็บไว้โดยไม่ใช้ก่อน…เช่น ตู้เสื้อผ้า …เฟอร์นิเจอร์ …ตู้พลาสติค 4 ลิ้นชัก…อุปกรณ์กีฬา…ที่ไม่ใช้แล้วฯลฯ

~โดยมอบให้คนที่ต้องการไม่ว่า…จะเป็นลูกหลาน…หรือ…คนชอบพอกัน …อย่าเริ่มที่สิ่งเล็กๆ เช่น จดหมายเก่า …รูปเก่า …ภาพเก่า ฯลฯ…เพราะจะเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลานาน …การอ่าน…และการเลือกทิ้งของเหล่านี้…จะทำให้นึกถึงความหลัง …เกิดความรู้สึกเก่าๆ …ซึ่งมีทั้งอารมณ์ขัน …อารมณ์เศร้า …อารมณ์รักอาวรณ์…จนเหนื่อยอ่อนใจเสียก่อน…ที่จะ“จัดบ้าน”ได้สำเร็จ

(5) เมื่อจัดการของชิ้นใหญ่ได้…โดยต้องตัดใจ…ในเรื่องความผูกพันทางใจ…กับสิ่งของเหล่านี้ที่มีมาแต่อดีต …จงคิดเสียว่า…เมื่อตายไป…ก็ไม่พานพบมันอีก…และไม่รู้ชะตากรรมของมัน …จัดการกับมันตอนนี้…ยังกำหนดได้ว่า…ให้ใครเป็นเจ้าของ

(6) สิ่งสำคัญมาก…คือ…จงทำลายจดหมาย…บันทึกเอกสาร …สิ่งพิมพ์ …รูปถ่าย …ข้อเขียน…หรือสิ่งของ…ที่เป็นสิ่งที่เปิดเผยความลับส่วนตัว…เพราะอาจทำให้ตนเองดูไม่ดี …ดูไม่อยู่ในทำนองครองธรรม…ในสายตาของลูกหลาน…โดยเฉพาะอย่างยิ่ง…จะสร้างความรู้สึกลบ…เกี่ยวกับตนเองโดยไม่จำเป็น

(7) รูปภาพทั้งหมด…แปรให้อยู่ในไฟล์ดิจิทัล…เพื่อความคงอยู่ต่อไป…หากลูกหลานสนใจ …หากเก็บไว้เป็นภาพอย่างเก่า…อาจผุพัง…และถูกโยนทิ้ง…เพราะไม่เห็นความสำคัญ

(8) คุยกับลูกหลานในเรื่องความตายอย่างเปิดเผยว่า …จะให้สิ่งใดแก่ใคร…เมื่อตายไปแล้ว …พร้อมสนับสนุน…ด้วยเอกสารแสดงเจตจำนง…เพื่อไม่ให้ลูกหลานทะเลาะกัน…และอิจฉาริษยากัน …ต้องใส่ใจประเด็นนี้…เพราะ…ไม่สมควรให้การตายของตน…เป็นสิ่งบั่นทอนความรักสามัคคี…ของลูกหลานต่อไปในภายภาคหน้า

~ Magnusson บอกว่า…ลูกหลานอยากได้ของดีๆ บางชิ้น…ที่ได้เลือกสรรมาแล้วแต่…ไม่ต้องการของทั้งหมด …เพราะในสายตาของเขานั้น…ส่วนหนึ่งเป็นขยะ

~ สำหรับผู้เขียนขอบอกว่า …ถ้าคิดว่า…เมื่อเกิดมา…ก็ไม่ได้มีอะไรติดมือมาเลยเช่นเดียวกัน…ตอนจากไป…สิ่งของที่เราสะสมมานั้น…เป็นสมบัติชั่วคราว…ที่เกิดขึ้น…ในช่วงเวลาที่เราอยู่บนโลกนี้ …เราไม่ควรทำให้มันตกเป็นภาระของลูกหลาน…มันควรเป็นสิ่งสร้างสรรค์สำหรับลูกหลานในชั่วคนต่อไป


Cr. ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ