เห็นมา เขียนไป วันที่ 12 ธันวาคม 2563

…..บทความนี้มาจากเพจ Dad Mom and Kids จากพันทิป ซึ่งเป็นจิตแพทย์(ไม่ใช่หมอแผนปัจจุบัน) มีคนเข้าไป comment แนวคิดหมอกันพอสมควรถึงทัศนะคติของหมอท่านนี้ ก็ขอให้อ่านแล้วพิจารณาว่าบทความดีกับเรามั้ย ถ้าไม่ดีก็แค่ผ่านไป……

(*) สังเกตไหม (?) ถ้าดื่มน้ำมากจนปัสสาวะใส ปัสสาวะบ่อยเรามักรู้สึกเพลียโดยไม่รู้สาเหตุ

มาดื่มน้ำ และปัสสาวะอย่างคนมีความรู้กัน

By นพ.อิทธิฤทธิ์

ปัญหาคนยุคนี้ คือ ดื่มน้ำมากเกินไป เป็นเพราะการรณรงค์เรื่อง ดื่มน้ำมากๆ แต่ขาดความรู้ ทำให้เกิดปัญหามากมายตามมา วันนี้ขอให้ความรู้กัน จะได้ดื่มน้ำ และปัสสาวะอย่างผู้มีความรู้

1. ปัสสาวะเป็นผลจากการกรองเลือดของไต เพื่อนำเอาของเสียหลักคือ ยูเรีย ออกจากเลือด รวมถึงปริมาณน้ำส่วนเกิน

2. ปกติการดื่มน้ำเข้าไป ร่างกายจะกำจัดทิ้งได้หมดประมาณ 4 ชม.

3. การดื่มน้ำที่เหมาะสม คือ ให้ร่างกายได้รับน้ำอย่างเหมาะสม ถ้าได้น้อยไปจะเรียก dehydration

4. วิธีดูว่าร่างกายขาดน้ำหรือไม่ ต้องเอาปัสสาวะมาวัดความถ่วงจำเพาะ หรือ specific gravity ซึ่งในชีวิตประจำวันคงไม่สามารถทำได้

5. ดังนั้นการดูแบบอ้อมๆ (Indirect) คือ การดูสีปัสสาวะ ต้องไม่ใส (น้ำเยอะไป) หรือเหลืองเข้ม (ขาดน้ำ)

6. ปริมาณน้ำที่เหมาะสมต่อวันแบบคร่าวๆ คือ น้ำหนักตัว คูณ 30 เช่น ถ้าหนัก 60 กก. น้ำควรได้ประมาณ 1,800 cc / วัน แปลว่า ถ้าคนน้ำหนักตัวเท่านี้ ดื่มน้ำเกินนี้ แปลว่าดื่มน้ำมากเกินไป

7. ถ้าออกกำลังกาย ต้องดื่มน้ำมากกว่านี้ ปริมาณเท่าไหร่? ให้ดูสีปัสสาวะเป็นหลัก

8. กลางคืน “ต้อง” ให้ไตได้พัก ไม่ใช่ดื่มน้ำมากๆ ก่อนนอน ไตเป็นเหมือนเครื่องกรองน้ำ ถ้าเครื่องกรองน้ำทำงานหนัก ต้องเปลี่ยนไส้กรอง แต่น่าเสียดายที่มนุษย์ไม่มีไส้กรองให้เปลี่ยน แปลว่า ไตจะแย่ลง

9. สีปัสสาวะตอนนี้ มันเป็นผลเมื่อ 3-4 ชม.ก่อน เช่น กลับบ้านเข้าห้องน้ำ เห็นปัสสาวะเข้มมาก แปลว่าเมื่อ 3-4 ชม. ก่อนดื่มน้ำน้อยไป

10. อย่าดื่มน้ำเกินครั้งละ 500 cc ต้องระวังปัญหาเกลือแร่โซเดียมในเลือดเสียสมดุล ซึ่งทำให้สมองบวม เกิดความมึนงง และถ้ามากเกินไปอาจตายได้

11. ถ้ารู้สึกว่าปัสสาวะเข้มแบบขาดน้ำ ใจเย็นๆ แก้ร่างกายขาดน้ำด้วยการ ให้ทยอยๆ ดื่มน้ำในช่วง 30 นาที อย่าอัดน้ำมากๆ ครั้งเดียว

12. ปริมาณน้ำขั้นต่ำที่ร่างกายต้องการ คือ ประมาณ 60 cc / ชม.

13. แปลว่าตอนเช้า ควรต้องดื่มน้ำ 60 cc x 8 ชม. = 480 cc (หมายถึง ช่วงกลางคืนทั้งคืนที่ไม่ได้ดื่มน้ำ)

14. แต่... ตื่นเช้าแล้วอย่าดื่มรวดเดียว ให้ทยอยดื่มในเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง ไม่ต้องรีบร้อน

15. ถ้าคิดจะไปไหน แล้วไม่อยากปวดปัสสาวะระหว่างเดินทาง คำนวณเวลาดื่มน้ำให้ดี

16. ก่อนนอน 3 - 3.5 ชม. ต้องแทบไม่ดื่มน้ำ เพื่อว่าให้ร่างกายได้เคลียร์น้ำรอบสุดท้ายก่อนนอนให้หมด กลางคืนจะได้หลับรวดทั้งคืน

17. ตย. ถ้าต้องการนอน 5 ทุ่ม ประมาณ 2 ทุ่ม สามารถดื่มน้ำเยอะหน่อยได้เป็นครั้งสุดท้าย

18. ระหว่าง 3 – 3 ชม.ครึ่ง ก่อนนอนนั้น ให้ดื่มน้ำไม่เกิน 100 cc

19. คนทั่วไปดื่มน้ำเยอะ หรือดื่มนมก่อนนอน ทำให้ต้องตื่นมาตอนตี 2 ตี 3 และกลับไปนอนต่ออีกครั้งยาก เพราะตาโพลงนอนไม่หลับ

20. กระเพาะปัสสาวะเมื่อมีความจุประมาณ 100 cc ก็จะเริ่มปวดปัสสาวะแล้ว เลยเป็นเหตุผลว่า ในช่วง 3 ชม. ก่อนนอน ดื่มน้ำได้นิดหน่อยเท่านั้น เพื่อจะได้หลับยาวทั้งคืน

21. ในผู้หญิง ท่อปัสสาวะมีความยาว 4 ซม. ซึ่งเชื้อแบคทีเรียตามปกติสามารถเดินทางเข้าไปได้ง่าย

22. แปลว่า ทุก 3 - 4 ชม. ปวดปัสสาวะหรือไม่ ก็ต้องเข้าห้องน้ำเพื่อเคลียร์ปัสสาวะทิ้ง ก่อนที่เชื้อโรคจะเติบโตมากเกินไป แล้วจะกลายเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

23. วิธีดูง่ายๆ ว่า ดื่มน้ำพอไหม คือ ประมาณ 3 - 4 ชม. จะต้องปวดปัสสาวะ

24. ถ้าปัสสาวะเร็วกว่า 3 ชม. อาจดื่มน้ำมากไป หากเกิน 4 ชม. แล้วยังไม่ปวดปัสสาวะ น่าจะดื่มน้ำน้อยไป

25. ปริมาณน้ำที่ดื่มต้องลดลง ถ้ากินอาหารที่มีน้ำๆ หรือผักผลไม้ฉ่ำน้ำ มิฉะนั้นจะได้รับน้ำมากเกินไป

เพจ Dad Mom and Kids เพื่อครอบครัวที่มีความสุขกว่าเดิม (*)