เห็นมา เขียนไป วันที่ 11 มกราคม 2563

ยุคสงครามโดรน กับการเลิกเกณฑ์ทหาร – โลกเข้าสู่ความตึงเครียดพร้อมๆ กับการเปิดฉากปีพ.ศ.ใหม่ กลายเป็นที่หวาดผวาว่าสงครามใหญ่ระหว่างสหรัฐกับอิหร่านคงใกล้จะระเบิดเต็มที อันเนื่องจากปฏิบัติการปลิดชีพนายพลกอซิม สุไลมานี บุคคลสำคัญอันดับสองของประเทศ ด้วยใบสั่งสังหารของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีอเมริกา ในบ้านเรานอกจากจะต้องเตรียมรับกับผลกระทบ ทั้งราคาน้ำมัน ราคาทอง

การอพยพคนไทยในพื้นที่เสี่ยงภัยสงคราม

ไปจนถึงการป้องกันไม่ให้มีลูกหลงการก่อการร้ายเข้ามาโผล่มาตอบโต้กับในบ้านเรา

ต้องดูแลสถานทูตคู่กรณี หรือชาติที่เกี่ยวข้อง ที่พักอาศัย ที่ท่องเที่ยวต่างชาติอะไรเหล่านี้

แม้แต่การเดินทางข้ามประเทศข้ามทวีป ก็คงต้องตรวจสอบกันให้ดี เส้นทางบินหรือสายการบินไหนที่สุ่มเสี่ยง!?!

แต่ที่ตลกก็คือ มีการหยิบยกแนวโน้มสงครามดังกล่าวนี้ มากระทบกระเทียบกับการเมืองในบ้านเรา

โดยตั้งคำถามถึงพรรคอนาคตใหม่ ที่รณรงค์ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร และตรวจสอบการใช้งบประมาณการจัดซื้ออาวุธของกองทัพไทย

ทำนองว่า กำลังจะมีสงครามระดับโลก ถ้าหากเกิดสงครามขึ้นในไทย เราจะสมัครทหารกันทันหรือไม่ จะฝึกทหารกันทันหรือไม่ จะซื้ออาวุธได้ทันหรือไม่

ลักษณะหยิบยกบรรยากาศความหวาดกลัวสงครามในขณะนี้ ขึ้นมาโต้แย้งพรรคอนาคตใหม่นั่นเอง

แต่คนทั่วไปอ่านแล้วก็ตลกขบขัน

เพราะข้อเท็จจริงในเหตุการณ์สังหารนายพลอิหร่านนั้น คือปฏิบัติการด้วยอาวุธทันสมัยไฮเทค!

ใช้โดรนยิงจรวดเข้าใส่เป้าหมาย

ไม่ต้องใช้หน่วยล่าสังหารที่เป็นคน

ไม่ต้องใช้กำลังทหารเป็นๆ บุกเข้าไปโจมตีอีกต่อไปแล้ว

โลกเข้าสู่ยุคสงครามโดรนแล้ว

มีการใช้โดรนหรืออากาศยานไร้คนขับ มีอุปกรณ์เลเซอร์หาเป้าหมายล็อกเป้าหมาย แล้วยิงขีปนาวุธใส่ ทั้งยังสามารถเล็ดลอดเครือข่ายการตรวจสอบ ใช้โจมตีฝ่ายตรงข้าม โดยไม่ต้องใช้หน่วยทหารเข้าปฏิบัติการให้ต้องสุ่มเสี่ยง

มีหลายพื้นที่สงคราม ที่หันมาใช้โดรนเป็นอาวุธสำคัญกันบ่อยขึ้น

ใช้โดรนโจมตีทั้งเป้าหมายบุคคล ไปจนถึงสถานที่ยุทธศาสตร์ เช่น เคยมีการถล่มคลังน้ำมันจนวอดวายมาแล้ว

ในการรณรงค์ยกเลิกเกณฑ์ทหาร ปฏิรูปกองทัพไทย มีการพูดถึงโลกยุคใหม่ที่เน้นเขี้ยวเล็บไฮเทค ตรงตามเหตุการณ์ที่เป็นข่าวในขณะนี้

ยิ่งตอกย้ำถึงเหตุที่ต้องลดกำลังทหาร แล้วหันมาพัฒนาด้านอื่นให้สอดคล้องกับโลกยุคใหม่!