เห็นมา เขียนไป วันที่ 13 กรกฎาคม 2562

ผ่านมาแล้วร่วม 2 สัปดาห์ สำหรับการลอบทำร้าย นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว ที่คนร้ายลงมือกลางวันแสกๆ อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย

ทิ้งหลักฐานไว้เพียงภาพในกล้องวงจรปิด เห็นพฤติกรรมที่วางแผนมาเป็นอย่างดีของคนร้าย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเป็นมืออาชีพแน่นอน

ไม่ว่าจะเป็นการใช้จยย.เป็นพาหนะ ประกบดักหน้าดักหลัง ใช้อาวุธที่พกพาสะดวกใช้ได้ง่าย และเมื่อลงมือเสร็จ ก็หลบหนีไปอย่างว่องไว นอกจากนี้ยังสรุปสาเหตุของการลงมือครั้งนี้ได้ว่า เกิดขึ้นจากการเมืองอย่างแน่นอน

ส่วนใครเป็นคนลงมือ ใครสั่งการ เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องสืบสวนให้ลุล่วง ไม่เช่นนั้นชาวบ้านก็ใช้ชีวิตกันอย่าง หวาดผวา เมื่อคนที่วางตัวเหนือกฎหมาย ใช้อำนาจเถื่อนทำร้ายประชาชนอย่างสุจริตยังคงลอยนวล และในอนาคตก็อาจเกิดขึ้นได้อีก และอาจทวีความรุนแรงมากขึ้น จากบาดเจ็บสาหัส จนถึงขั้นเอาชีวิต!!?

แต่ขณะที่กำลังรอผลการสืบสวนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ต้องเจอเรื่องที่น่าสลดหดหู่ใจ เมื่อจ่านิวที่ออกจากโรงพยาบาล แล้วทำเรื่องขอความคุ้มครองจากเจ้าหน้าที่ เพราะไม่มั่นใจความปลอดภัย ซึ่งเป็นการดำเนินการตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม รวมทั้งพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. แนะนำไว้

แต่กลับได้รับเงื่อนไขจากฝ่ายเจ้าหน้าที่ว่าจะดูแลความปลอดภัยให้ หากยอมไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการเมืองอีก ?? กรณีนี้หากเป็นเรื่องจริง นอกจากการไม่ ปฏิบัติตามแนวทางของผู้บังคับบัญชาแล้ว ยังแสดงให้เห็นถึงการเลือกปฏิบัติ

ทั้งที่การเคลื่อนไหวทางการเมืองเป็นสิทธิของประชาชนทุกคนที่สามารถกระทำได้ กลายเป็นคำถามว่า หากจ่านิวไม่ยอมยุติการเคลื่อนไหวทางการเมือง เจ้าหน้าที่จะไม่ดูแล ไม่รับประกันความปลอดภัย

ปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรมใช่หรือไม่

จึงเป็นเรื่องที่องค์กรตำรวจต้องทบทวน ในฐานะที่เป็นหน่วยงานใช้อำนาจรัฐ ดูแลกฎหมายคุ้มครองสิทธิของประชาชน ซึ่งต้องทำโดยเสมอหน้าเท่าเทียมกัน

อย่าลดตัวเองไปเป็นผู้ละเมิดสิทธิประชาชนเสียเอง

ไม่เช่นนั้นคงจะอยู่กันอย่างยากลำบาก