ความจริงหรือความคิด
ไพฑูรย์ สุขสิขารมย์
ความจริงหรือความคิด 28 มีนาคม 2569

ชีวิตวัย 85 อีกไม่นานก็จะย่าง 86 ปี วัยนี้ผมยังแข็งแรงสมบูรณ์ ยับขับรถ อย่างน้อยอาทิตย์ละ 5-6 วัน จะออกจากบ้านราวๆ 11:00 AM ไป YMCA เมืองอัลบานี่ อยู่ติดกับเมือง เอลเซอริโต้ เป็นเมืองที่ผมและครอบครัวอยู่มาเกิน 40 ปี ชอบบ้านนี้บ้านเป็นทางขึ้นภูเขา อยู่ติดกับบ้าน บ้านเห็นทิศทัศน์สวยงาม ทุกเช้าผมจะตื่นหลัง 5:00 AM นิดหน่อย เพื่อนหลายคนบอกว่า อายุนาย 85 ไม่ทำงาน น่าจะใช้เวลานอน พักผ่อนมากกว่านี้ ผมมองหน้าเพื่อน ยิ้ม

ทุกคืนผมจะเข้าห้องนอน ราวๆ 6:30 PM ทุกวัน แม่บ้านก่อน 6:00 PM จะเดินไปนอนของแม่บ้าน แม่บ้านชอบอ่านหนังสือ ทุกเช้าและกลางคืนก่อนนอน เธอชอบอ่านหนังสือสวดมนต์ ทุกเช้าแม่บ้านตื่นราวๆ 7:00 AM จะเดินมาห้องโถง จะเดินบนเครื่องมีสายพาน เดินสายพานจะเคลื่อนตัว สายหน่อย ราวๆ 10:00 AM จะออกไปหลังบ้าน

บ้านผมอยู่เมือง El Cerrito อดคุยไม่ได้เมืองสวยงาม บ้านจะลาดจากภูเขาลงสู่ทะเลภายใน ทะเลภายในมีเกาะ ในอ่างถ้าไม่มีฝน ไม่หนาว จะมีคนแล่นเรือใบเยอะ พูดถึงเรือ ผมเติบโตกับเรือ และเคยมีแพขายของ แพคือบ้านลอยน้ำ หลับนอน กิน อาบน้ำ เหมือนบ้าน ต่างจากบ้านแพลอยน้ำ ทุกวันของเช้ามืด หลังจากตื่นนอน ราวๆ 5:15 AM จะออกกำลังบนเตียง ยกเท้าข้างละ 25 ขึ้นลง หลังจากนั้น นวดตามแขน หัว และตัว มีรายการบิดตัว หลังจากหยุดราวๆ 6:00 AM ลุกจากเตียง เข้าห้องน้ำ แปรงฟัน อาบน้ำ ส่วนตัวนิยมอาบน้ำ เช้าหลังจากตื่นนอน เย็นก่อนนอน

อาบน้ำทุกครั้งจะสระผม ปกติผมจะตัดผมสั้น อาบน้ำเช้าเย็น จะสระผมด้วยสบู่ หลังจากอาบน้ำ แต่งตัว เดินออกจากห้องนอน ติดกับครัว แม่บ้านผมนอนอีกห้อง มีอีกห้องเป็นห้องว่าง ปกติลูกชาย ด็อกเตอร์ พหล สุขกสิกร ผมอดภูมิใจกับลูกทั้ง 2 คนไม่ได้ พหล ตอนนี้เป็นอาจารย์สอนหนังสือ มหาวิทยาลัยซานดิเอโก้ เวลามาเยี่ยมแม่ พ่อ เขาจะอยู่ห้องเขา และผมมีลูกสาว ชื่อ ด็อกเตอร์ สุภัคร สุขกสิกร เรียนจบแพทย์ที่มหาวิทยาลัย เคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ การเรียนหมอที่อเมริกาใช้เวลา 11 ปี หลังจากจบไฮสกูล พอจบไฮสกูล ลูกสาวสอบเข้าเรียนยูซีเดวิส เลือกเมเย่อร์ Micro Biology เหตุผลมีความตั้งใจจะเป็นหมอ จบ 4 ปี ที่มหาวิทยาลัย ยูซีเดวิส สอบเข้าเรียนหมอที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ อีก 4 ปี รวมเป็นเวลาเรียน 8 ปี ยังทำมาหากินตรวจคนไข้ยังไม่ได้ เพราะช่วงเรียน 8 ปี เป็นเพียงวิชาการ ต้องเรียนฝึกอาชีพอีก 3 ปี ช่วง 3 ปีเรียนฝึกงาน “เรสซิเด็นซี่” รวมเวลาเรียนหมอ 11 ปี สำหรับลูกสาวชื่อ หมอสุภัคร สุขกสิกร ผมอดที่จะคุยไม่ได้ สามีก็เป็นหมอ จบเคมบริดจ์เหมือนกัน ชื่อ นายแพทย์มานิตย์ เคชไรเกอร์ จบเคมบริดจ์ที่เดียวกับแพทย์สุภัคร

ขอคุยเรื่องลูกสาวต่อ พบกับความสำเร็จของการเรียน และอาชีพหมอ ความสำเร็จของชีวิตคน ผมเชื่อปัจจัยที่สำคัญคือ “การศึกษา”

ทั้งลูกชายด็อกเตอร์พหล เป็นน้อง หมอสุภัคร มีคลินิก ส่วนตัว 4 แห่ง คนงานราวๆ 60 คน

ผมอยากคุย เพื่อแชร์ความคิดเห็น คือ เรื่องการศึกษา การศึกษาคือพื้นฐานของความก้าวหน้าใช้ชีวิต

ผมกับแม่บ้าน หลังจากมีลูกสาวแพทย์หญิงสุภัคร ลูกชายด็อกเตอร์พหล ผมสองสองคนทำงานหนัก ใช้เงินเฉพาะความจำเป็น ตั้งแต่เริ่มการศึกษา จะส่งลูกทั้งสองไปเรียนโรงเรียนเอกชนที่ดีของเมืองนี้ อย่าง College Prep (High School) ตอนลูกเด็กๆ ผมส่งเรียนโรงเรียน Normura เจ้าของเป็นคนอเมริกัน เชื้อสายญี่ปุ่น ลูกชายด็อกเตอร์พหล สุขกสิกร (PhD) มหาวิทยาลัยซานดิเอโก้ และเป็นอาจารย์ตอนนี้ที่วิทยาลัยนี้

ผมถือโอกาส คุยเรื่องครอบครัว เรื่องการศึกษาพื้นฐาน ทางหลักการศึกษาสิ่งที่คุยคือการบอกเล่า เป็นสิ่งที่คิดเป็นสิ่งที่มีคุณค่าเป็นแรงกระตุ้น เหมือนผมกับแม่บ้าน แม่บ้านผมได้ทุนมาก่อนผม ผมมาอเมริกา 1968 ปี 1969 ไปเรียนปริญญาโทที่ Eastern Oregon College (เมือง La Grande) ทางตะวันออกเหนือสุดของรัฐออริกอน

ปกติหลังจากผมจบปริญญาโท ที่วิทยาลัยอีสเทิร์น ออริกอน คอลเลจ ปี 1970 ตั้งใจจะเรียนปริญญาเอกที่ มหาวิทยาลัยของรัฐออริกอน มี 2-3 มหาวิทยาลัยเปิดด็อกเตอร์

แต่ชีวิตชอบเรียนที่เรียกว่าประสบการณ์ตรง คือการท่องเที่ยวไปตะวันออกของอเมริกา อย่างชิคาโก้ นิวยอร์ก เหนือทางตะวันออกของอเมริกา ไปถึง เมนต์ เข้าไปอยู่แคนาดาเหนือ การเที่ยวครั้งนี้ใช้เวลาเกือบ 2 เดือน

ปี 1973 ไปอยู่ยุโรป 4 เดือน แม้แต่สแกนดิเนเวีย ยุโรปเคยไป 2 ครั้ง เหตุผลชอบเดินทาง ตอนเป็นเด็ก ป.1- ป.4 อยู่บ้านไปโรงเรียนข้างบ้าน วันเสาร์และอาทิตย์ ไม่ได้ไปโรงเรียน พ่อแม่ทำธุรกิจ ซื้อขายข้าวเปลือกจากชาวนา คำว่าข้าวเปลือก คือ ข้าวยังมีเปลือกหุ้มข้าว พ่อแม่มีเรือข้าวใหญ่บรรจุข้าวหลายสิบเกวียน คำว่าเกษียณ คือ 100 ถัง ผมเริ่มเรียนรู้ สัมผัสประสบการณ์ตอนเป็นเด็ก พอพ่อแม่ ซื้อข้าวเต็มเรือ หลายสิบเกวียน คำว่าเกวียนคือ 100 ถัง ถ้าอยู่อยุธยา จะเห็นเรือข้าวใหญ่ๆ มีเรือเมล์จูงไปซื้อข้าว

พอข้าวเปลือกพ่อแม่ซื้อเต็มลำเรือหลายร้อยถัง จะนำข้าวที่เรียกว่าข้าวเปลือก คำว่าข้าวเปลือก คือข้าวยังมีเปลือกข้าว (เรียกว่าแกลบ) หลังจากนำข้าวเปลือกไปโรงสี ที่โรงสีจะแยกข้าว เปลือกข้าว ออกจะจากข้าวพอ แยกข้าวออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือเปลือกข้าว ส่วนที่สองเมล็ดข้าวล้วนๆ ที่เรียกว่าข้าวสาร การสีข้าว ส่วนที่ออกจากข้าวเปลือกเป็นข้าวสาร เปลือกข้าวโรงสีเก็บ เอาไปขายต่อ สำหรับใช้งาน แม้แต่จุดทำความร้อน ผิงไฟ อีกส่วน คือ รำข้าว โรงสีเก็บขายเป็นอาหารสัตว์

หลังจากข้าวสีเสร็จจะแพ๊คใส่กระสอบ เป็นข้าวสารล้วนๆ กระสอบละประมาณ 5 ถัง โรงสีจะขนกระสอบข้าวสารลงเรือให้ พ่อแม่จะพ่วงเรือ คำว่าพ่วงเรือ ไปเทเวศร์-กรุงเทพฯ จอดเรือมีคนมาซื้อข้าวสารที่นี่