ตอนที่ ๕ เที่ยวไวกิกิ

แห่งแรกที่นักท่องเที่ยวนิยมคือ หาดไวกิกิ (Waikiki) ที่มีการปฎิรูปและพัฒนามาเป็นเวลาร่วม ๑๕๐ ปี

๑๕๐ ปีก่อน ชายหาดที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกแห่งนี้ เป็นดินชุ่มน้ำ หรือ wetlands ที่เต็มไปด้วยบ่อปลา (fishponds) lo’i kalo (โลอิคาโล) หรือ ไร่เผือก (taro fields) ที่ลำธารจากหุบเขามาโนอา (Manoa) ไหลมาหล่อเลี้ยง

Waikiki หมายถึง Spouting Water หรือ น้ำที่พ่นขึ้นมา ในอดีตเป็นผืนที่ที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดต่อการทำไร่บนเกาะโออาฮุ

ปี ๑๗๙๕ คาเมฮาเมฮา ๑ (Kamehameha I) สถาปนาตัวเองขึ้นมาเป็นหัวหน้าเผ่าคนแรก ด้วยการรวมหมู่เกาะฮาวาย ไว้ทั้งหมด และจนได้รับการยกย่องเป็นกษัตริย์องค์แรกใน Waikiki

Waikiki เริ่มเป็นที่พักผ่อนของชาวโลก เมื่อโรงแรมแรก Moana Surfrider (โมอานา เสิรฟไรเด้อร์)โดดเด่นขึ้นมาบนชายหาดในปี ๑๙๐๑ จนทุกวันนี้ ไวกิกิ มีโรงแรมชั้นหนึ่งทอดยาวชายหาดไวกิกิ รองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

ที่ปลายไวกิกิ นอกจากต้นมะพร้าวเรียงรายใบพริ้วตาม trade winds ตะวันออกเฉียงเหนือสู่ตะวันตกเฉียงใต้สู่ทะเล ก็ยังเห็นภูเขาไฟที่สงมาหลายร้อยปี ชูยอดเขาตระหง่านเหมือนดังทักทายไวกิกิ

ฮาวายกลายเป็นรัฐที่มีนักท่องเที่ยวมาก ในปี ๒๐๑๙ มีนักท่องเที่ยวถึง ๑๐,๔๒๔,๙๙๕ คน ที่มาใช้เงิน ๑๗ พันล้าน นอกจากโรงแรม ยังมีห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร สถานที่บันเทิง เรียงรายบนถนน คาลาเคา (Kalakaua) ตรงข้ามชายหาดไวกิกิ ที่คึกคักด้วยนักท่องเที่ยวแต่เช้าจรดค่ำ ทิ้งกิจวัตร และความจำเจ มาเริงรมณ์บนหาดทรายเขาว น้ำทะเลอุ่นหลากสีน้ำเงินเข้มกั้นเขตขอบฟ้าอ่อน กลางทะเลสีเปลี่ยนเป็นเขียวรกต และลดสีสันเป็นฟ้าอ่อนใกล้หาดทรายขาว คลื่นขาวทะยอยกันเข้าซบชายหาดดังหมดแรง ให้ละอองคลื่นเคล้าเคลียคนนอนรับลมเย็นผสมแดดอุ่น ยามค่ำ คบเพลิง ตามชายหาด ทำให้เห็นลีลาวดีสีขาวส่งกลิ่นหอม ต้อนรับคนเดินไม่มีสิ้นสุด

จนพระอาทิตย์ใกล้ลับฟ้า สีทองจากแสงอาทิตย์ งามจับตาดังสะกดจิตให้พินิจนานจนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไป

เช่นเดียวกัน ที่ผมต้องลาไป ฉบับหน้า จะได้พาผู้อ่านไปเที่ยวต่อ