“ผมหายใจไม่ออก I can’t Breathe”

คำนี้เป็นคำสุดท้ายก่อนการตายของนาย George Floyd ชายผิวสีทีถูกตำรวจจับกุมและทำให้ถึงแก่ความตายอย่างทารุณทั้งๆที่ร้องบอกว่า “ผมหายใจไม่ออก” แล้วก็ตามเหตุเกิดที่เมือง มินิอาโปลิส รัฐมินิโซต้า เป็นการจุดชะนวนให้เกิดการจลาจลอย่างร้ายแรงขึ้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2020 จะเรียกว่า พฤษภาทมิฬ เหมือนที่ประเทศไทยก็ยังได้ เหตุผลเพื่อร้องขอ“ความเป็นธรรม” #JusticeForGeorgeFloyd (ทวงยุติธรรมให้ จอร์จ ฟลอยด์)

สัปดาห์นี้เห็นทีต้องพูดคุยกันถึงเรื่องที่เป็นประเด็นร้อน นอกเหนือจาก การแพร่ระบาดของไวรัส Covid 19 กันให้ทันเหตุการณ์คือการประท้วงในสหรัฐ ทวงความเป็นธรรม ให้กับ “จอร์จ ฟลอยด์” ชายผิวสีเหยื่อความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นการจุดชะนวนให้เกิดการจลาจลอย่างร้ายแรงขึ้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

สลดใจเป็นที่สุดกับข่าวการทำลายล้างประเทศของตนเอง เห็นคนเข่นฆ่าคนชาติเดียวกัน เห็นคนทำลายเผาตึกรามบ้านช่อง เห็นคนฉวยโอกาสขโมยของจากร้านค้า เห็นคนสิ้นคิด เห็นคนทีแอบแฝงเข้ามาเพื่อทำลายประเทศชาติ ช่างเป็นที่น่าอนาถใจนักในฐานะที่เป็นคนไทยสัญชาติอเมริกันคนหนึ่งที่ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่นี่กว่า 50 ปีแล้วมีความรักและผูกพันกับประเทศนี้ ต้องมาเห็นการจลาจลถึง 2 ครั้งด้วยกัน คือแอลเอไรออต LA. Riots ปี 1991 เรื่องของชายผิวสี Rodney King ถูกจับและทารุณกรรมอย่างไม่เป็นธรรมจากตำรวจเมืองลอสแอนเจลิส และครั้งนี้ May 29, 2020 การจลาจลเกิด ซ้ำรอยเดิมแต่ครั้งนี้มีการเสียชีวิตเกิดขึ้น เหตุการณ์จึงรุนแรงกว่า เกิดการจลาจลลุกลามไปทั่วประเทศตามหัวเมืองใหญ่ๆกว่า 160 เมืองเลยทีเดียว (เป็นที่น่ายินดีที่เมือง ไทยทาวน์ ฮอลลีวูดของคนไทยไม่ได้เดือดร้อนไปกับเหตุการณ์ด้วย) ผู้ประท้วงหลายร้อยคนเดินถือป้าย"ไม่มีความยุติธรรม ไม่มีวันสงบสุข" และ “I Can’t Breathe” เป็นข้อความบนป้ายของผู้ชุมนุมหลายร้อยคนที่มารวมตัวกัน

นอกจาการเดินประท้วงแล้ว ยังมีผู้ฉวยโอกาสวางเพลิง เผารถ ปล้นร้านค้า จนตำรวจต้องตัดสินใจใช้กระสุนยางและแก๊สน้ำตาสลายฝูงบางแห่งเป็นเพียงการประท้วงอย่างสงบ แต่หลายแห่งก็เต็มไปด้วยความรุนแรงถึงขั้นจลาจล และดูจะไม่จบลงง่าย ๆ

สหรัฐอเมริกามีชื่อเสียงในการเป็นประเทศมหาอำนาจที่ใหญ่ที่สุดในโลก คนทั่วโลกต่างต้องการอพยพมาอยู่ มาขุดทอง มาท่องเที่ยว ขอให้ได้มาเหยียบแผ่นดินอเมริกาสักครั้งในชีวิต ต้องมาเสื่อมเสียชื่อเสียงกับการกระทำของผู้คนที่ฉวยโอกาสหาประโยชน์ส่วนตัวจากการชุมนุมประท้วงทำลายประเทสชาติของตัวเอง น่าละอายใจจริงๆ

สรุปการเกิดจลาจลครั้งนี้ประมาณได้ว่า มี 4 กลุ่มหลักๆ

1...กลุ่มที่มาชุมนุมเพื่อประท้วงสรรหาความยุติธรรม (พวกนี้มีใจเรียกร้องขอความเป็นธรรมจริงๆ)

2...กลุ่มที่มาก่อการร้าย สร้างสถานะการณ์ ก่อการจลาจล (พวกนี้เป็นพวก สวมรอย นับได้เป็นคนขี้ขลาด)

3...กลุ่มโจรกรรมออกมาขโมยของฉกฉวยโอกาสจากผู้มาเดินประท้วง (พวกนี้เลวสุดๆ ฉวยโอกาส ตอนเผลอ)

4...กลุ่มที่ต้องกักกันตัวจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 มาเป็นเวลากว่า 2 เดือน มีความกดดันอัดอั้นตันใจ อยากระบายออกทางอารมณ์ (พวกนี้ไม่ใช้สติปัญญา ขาดความอดทน)

กลุ่มที่ 1 นั้นเราเข้าใจและเห็นใจพวกที่เรียกร้องความยุติธรรมให้กับประชาชนจากผู้พิทักษ์สันติราษฎ์ที่ทำเกินกว่าเหตุ เราขอสนับสนุน แต่อีก 14 วันต้องมาดูกันว่าจะได้รับเชื้อโควิด 19 กันหรือเปล่า เพราะออกมาในที่ชุมนุม

กลุ่มที่ 2 กลุ่มนี้อาจเป็นพวกมือปืนรับจ้างให้มาก่อการจลาจล สร้างสถานะการณ์ร้ายแรง อาจมีหัวหน้าแก๊งบงการให้จุดไฟเผาทำลาย ตึกรามบ้านช่อง แน่นอนที่สุดที่กลุ่มนี้จะต้องถูกกฎหมายบ้านเมืองเอาโทษ

กลุ่มที่ 3 กลุ่มนี้คือกลุ่มพวกขโมย โจรกรรม เพิ่งพ้นโทษออกมา ไม่มีงานทำ จึงถือโอกาสทุบกระจกร้านเข้าไป รับรองว่าจะต้องชดใช้ กรรมที่ทำไว้ไปไม่พ้นเงื้อมมือกฎหมายเป็นแน่ มีพลเมืองดีส่งรูปถ่ายและวีดิโอไปให้เจ้าหน้าที่รักษากฎหมายแล้ว

กลุ่มที่ 4 กลุ่มนี้มีความอัดอั้นตันใจที่ต้องกักกันตัวเองเพื่อให้พ้นภัยจากไวรัสโควิด 19 มากว่า 2 เดือน พอมีเหตุการณืนี้เกิดขึ้นจึง ออกมาระบายอารมณ์กับเขาด้วยโดยที่ยังไม่รู้ว่าจะต้องติดเชื้อโควิดในอีก 14 วันข้างหน้าด้วยหรือเปล่า

สรุปทุกกลุ่มที่ออกมาชุมนุมชักชวนกันประท้วงขอความยุติธรรมให้ทุกคนรับความเที่ยงธรรมเท่าๆกัน ในช่วงไวรัส 19 แพร่ระบาดนั้น เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อ คงต้องให้ผ่านไป 14 วัน คงรู้กันว่าจะเป็นหมู่ หรือ จ่า กันแน่ ขอให้ทุกคนปลอดโรคก้แล้วกันนะเจ้าคะ

แต่จะอย่างไรก็ตาม ความเสียหายทางด้านวัตถุนั้นเราสามารถแก้ไขได้ซึ่งต้องใช้เงินเยียวยามากมายซึ่งก็คือเงินภาษีของพวกเรานี่แหละ และอัตตราการตกงานก็จะเพิ่มสูงขึ้นและยาวนานขึ้นเพราะธุรกิจต่างๆถูกทำลายเสียหายกว่าจะเยียวยาให้เหมือนเดิมได้ ไม่นับทางทางด้านจืตใจนี่แหละที่เราต้องเยียวยา รักษาด้วยความนุ่มนวลละเมียดละมัย หาไม่จะเป็นภัยในอนาคตที่มาจากการได้เห็นถึงความรุนแรงและอาจนำไปประพฤติเป็นตัวอย่าง

ทางประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา Donald Trump กล่าวออกสื่อ ว่า ผู้ว่าการรัฐ และนายกเทศมนตรีของแต่ละเมืองรับมือกับกลุ่มผู้ประท้วงทำให้เกิดการจลาจลก่อความเสียหายมากมายอย่างไม่เด็ดขาดจึงสร้างความอับอายเสื่อมเสียชื่อเสียงเป็นเหตุให้คนทั่วโลกหัวเราะเยาะประเทศสหรัฐอเมริกา…ทำให้ดิฉันอดคิดไม่ได้ว่า หากทางรัฐมินิโซต้าใช้มาตราการขั้นเด็ดขาดสามารถหยุดม๊อบที่เมืองมินิโซต้าได้ในเวลาอันรวดเร็วละก็ เหตุการณ์คงไม่บานปลายเสียหายมากมายอย่างนี้ก็คงเป็นไปได้กระมัง (เป็นความคิดของดิฉันเท่านั้นนะคะ)

เราไม่อาจรู้ล่วงหน้าได้ว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นในนาทีต่อไป ขอให้มีสติมีปัญญา กตัญญูรู้คุณ อย่าใช้อารมณ์เหนือเหตุผล ระมัดระวังตัว ถนอมสุขภาพ รักตัวเอง รักครอบครัว รักเพื่อนฝูง รักประเทศชาติ เพียงแค่นี้ บุญจะหนุน กุศลจะส่ง เทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะคุ้มครอง

ขอแสดงความเสียใจต่อเจ้าของธุรกิจร้านค้าต่างๆที่ได้รับความเสียหายกับการประท้วงและจลาจลครั้งนี้มา ณ.ที่นี้ด้วย

ด้วยรัก ปรารถนาดี และห่วงใย จากใจจริง Super Pat (323)702-0788