คว่ำบาตร กับ บอยคอต มีที่มาอย่างไร?

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา 8/30/2020 ชมรมส่งเสริมความสุขได้มีโอกาสไปทำบุญติดกัณฑ์เทศน์มหาชาติที่วัดป่าธรรมชาติ เมืองลาปวนเต้ ร่วมกับสมาคมไทยฯ, อีลีทแคร์เมดิคอลกรุ๊ป, มูลนิธิธารน้ำใจ, Primerica และผู้มีจิตศรัทธา ได้มีโอกาสฟังเทศน์มหาชาติ ปางที่ 9 ปางนางมัทรีที่ต้องเสียโอรส-ธิดา 2 คนให้กับชูชก โดยท่านพระครูภัทรกวีวัฒน์ คือท่านคำรณ ภททโก เป็นผู้แสดงธรรม ก่อนที่ท่านจะแสดงธรรม ท่านเล่าให้ฟังถึงเรื่องความเป็นมาของคำว่า บอยคอต หรือคว่ำบาตร ทุกคนคงได้ยินคำนี้มาก่อน ความหมายก็คือ ไม่ซื้อ ไม่ขาย ไม่คบหาสมาคมด้วย ดิฉันจึงเกิดแรงบันดาลใจเขียนบทความนี้ให้คุณๆแฟนคลับได้อ่านกัน เพราะได้ยินคำนี้บ่อยๆแต่อาจไม่รู้ถึงความเป็นมา ดิฉันจึงไปค้นคว้ามาให้อ่านกัน เพื่อเป็นประโยชน์ให้คุณๆไปเล่ากันต่อในวงสนทนา

คว่ำบาตร หรือ “ บอยคอต Boycott ” นับเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังอย่างหนึ่งของผู้บริโภคในการแสดงให้เห็นว่า การปฏิเสธสินค้าหรือบริการชนิดใดชนิดหนึ่งของผู้บริโภคแต่ละคนนั้น เมื่อรวมกันมาก ๆ เข้าก็สามารถส่งผลสะเทือนถึงบริษัทผู้ผลิต หรือผู้ค้าได้คำว่า ” คว่ำบาตร ” นั้น มีที่มาจากการที่พระสงฆ์ลงโทษบุคคลผู้มีปรารถนาร้ายต่อพระรัตนตรัยอย่างร้ายแรง ฆารวาส ผู้ใดมีพฤติกรรมดังกล่าวมา พระสงฆ์จะประชุมกันแล้วประกาศไม่ให้ภิกษุทั้งหลายคบค้าสมาคมด้วย คือ ไม่รับบิณฑบาต ไม่รับนิมนต์ ไม่รับเครื่องใช้ อาหารหวานคาวที่บุคคลผู้นั้นนำมาถวาย แต่หากต่อมาคนผู้นั้นสำนึกรู้สึกตน กลับมาประพฤติดี คณะสงฆ์ก็จะประกาศเลิก “ คว่ำบาตร ” ยอมให้ภิกษุทั้งหลายคบค้าสมาคมรับบิณฑบาต รับนิมนต์ รับเครื่องถวายไทยธรรม ได้เรียกว่า “ หงายบาตร ” เป็นสำนวนคู่กัน


รู้ไหม "คว่ำบาตร" และ “บอยคอต(Boycott)”เป็นมาอย่างไร

คำว่า ”คว่ำบาตร” นั้น มีที่มาจากการที่พระสงฆ์ลงโทษบุคคลผู้มีปรารถนาร้ายต่อพระรัตนตรัยอย่างร้ายแรง ซึ่งมีความผิดอยู่ 8 ประการ คือ 1.ขวนขวายเพื่อมิใช่ลาภแก่สงฆ์ 2. ขวนขวายเพื่อมิใช่ประโยชน์แก่สงฆ์ 3. ขวนขวายเพื่อให้พระอยู่ไม่ได้ 4. ด่าว่าเปรียบเปรยภิกษุทั้งหลาย 5. ยุยงให้สงฆ์แตกกัน 6. ตำหนิติเตียนพระพุทธเจ้า 7. ตำหนิติเตียนพระธรรม 8. ตำหนิติเตียนพระสงฆ์ ฆารวาส ผู้ใดมีพฤติกรรมดังกล่าวมา พระสงฆ์จะประชุมกันแล้วประกาศไม่ให้ภิกษุทั้งหลายคบค้าสมาคมด้วย คือ ไม่รับบิณฑบาต ไม่รับนิมนต์ ไม่รับเครื่องใช้ อาหารหวานคาวที่บุคคลผู้นั้นนำมาถวาย แต่หากต่อมาคนผู้นั้นสำนึกรู้สึกตน กลับมาประพฤติดี คณะสงฆ์ก็จะประกาศเลิก “คว่ำบาตร” ยอมให้ภิกษุทั้งหลายคบค้าสมาคมรับบิณฑบาต รับนิมนต์ รับเครื่องถวายไทยธรรม ได้เรียกว่า “หงายบาตร” เป็นสำนวนคู่กัน


ส่วนคำว่า บอยคอต (Boycott)

ความจริงเป็นนามสกุลของกระทาชายนายหนึ่งซึ่งเป็นคนแรกที่ถูกคว่ำบาตร ไม่คบหาสมาคมด้วย ชายผู้นี้คือกัปตันชาร์ลส์ คันนิ่งแฮม บอยคอต เหตุที่เขาเป็นคนแรกในโลกที่ถูกบอยคอต ก็เพราะเขาเป็นเจ้าของที่ดินให้เช่ารายใหญ่ในไอร์แลนด์ แต่ว่ากันว่า นายคนนี้โหดสุด ๆ ไล่ผู้เช่าที่ดินทำกินออกจากที่อย่างไร้เมตตา ชาวบ้านชาวเมืองรวมทั้งลูกจ้างจึงรวมตัวกันประท้วงไม่ยอมทำงานให้ ไม่ให้ความร่วมมือใด ๆ ทั้งสิ้นและไม่คบหาสมาคมกับครอบครัวนี้ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 1880 แล้ว แต่ชื่อของเขาก็ยังถูกนำมาใช้อย่างต่อเนื่องยาวนานจนกลายเป็นศัพท์เฉพาะไปแล้ว

การบอยคอตถูกนำมาใช้เป็นอาวุธทั้งในทางการเมืองและในความขัดแย้งทางสีผิว ตัวอย่างการบอยคอตในอดีตที่สำคัญ ๆ ก็เช่น การที่คนอเมริกันยุคตั้งถิ่นฐานบอยคอตไม่ซื้อสินค้าจากอังกฤษในปี 1765 คนจีนบอยคอตไม่ซื้อสินค้าจากสหรัฐอเมริกาในปี 1905 เพราะชาวอเมริกันปฏิบัติต่อชาวจีนในอเมริกาไม่ดี หรือการที่ชาวอินเดียและลูกศิษย์ลูกหาตลอดจนผู้ติดตามคานธีไม่ซื้อสินค้าอังกฤษ เหล่านี้เป็นต้น

ในแง่นี้ ผู้บริโภคมีพลังมหาศาล เพราะความขัดแย้งใหญ่โตทั้งหลายนั้น ผู้ถูกกระทำมักแสดงออกด้วยการไม่ซื้อสินค้าเป็นการตอบโต้ และก็ส่งผลสะเทือนทุกทีไปเหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น การบอยคอตสินค้าอเมริกัน เพื่อประท้วงสงครามที่ สหรัฐอเมริกาและอังกฤษ บุกอิรัก หรือเมื่อหลายปีก่อน ที่ชาวโลกพากันบอยคอตฝรั่งเศสเนื่องจากการทดลองนิวเคลียร์ของประธานาธิบดีฌาคส์ ชีรัก ไม่เพียงแต่ไม่ซื้อสินค้าฝรั่งเศส แต่บางประเทศรุนแรงขนาดเรียกฑูต กลับอย่างนิวซีแลนด์และออสเตรเลีย เพราะการกระทำของฝรั่งเศสถือเป็นการคุกคามสันติภาพของชาวโลกเนื่องจากจะนำไปสู่การแพร่ขยายของอาวุธนิวเคลียร์มากขึ้น

นอกจากนี้ก็มีเหตุผลมากมายในการรณรงค์ให้บอยคอตสินค้า ผู้ประกอบการ หรือผู้ค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นต้นว่า ทารุณสัตว์ ละเมิดสิทธิมนุษยชน ทำลายสภาพแวดล้อม กดขี่แรงงาน เหยียดผิว ไร้จริยธรรมในการประกอบธุรกิจ

อ่านแล้วเป็นอีกหัวข้อหนึ่งที่นำเอาไปพูดคุยกันในวงสนทนาได้อย่างสนุกสนานและมีสาระอีกต่างหาก (ขอบคุณข้อมูลจากอากู๋ อินเตอร์เน็ท คลังแห่งความรู้ทั่วโลก) จะพยายามสรรหาบทความที่เป็นประโยชน์กับคุณๆผู้อ่านมานำเสนอให้เป็นระยะๆ

ด้วยรักและปรารถนาดีจาก Super Pat (323)702-0788