“รวย”อย่างไรให้มีความสุข

ฉบับนี้มีเรื่องมาเขียนเกี่ยวกับความ”รวย”มีอยู่ 2 อย่างคือ 1.. รวยเงินทองทรัพย์สิน 2..ถึงแม้ไม่มีทรัพย์สินเงินทองก็ยังรวยได้ คือ รวยน้ำใจ ไงว่ามั้ยคะ รวยน้ำใจนั้นรวยแล้วมีความสุข สุขใจที่เป็นผู้ให้ สุขใจที่เห็นคนอื่นมีความสุข ตรงข้ามกับรวยทรัพย์สินเงินทองที่มักจะเป็นทุกข์ เช่นเกิดความกลัว..กลัวเงินหมด..กลัวคนขโมย..กลัวถูกโกง.. คิดทำอย่างไรให้เงินพอกพูนเพิ่มมากขึ้น สาระพัดวิตกกังวล ฯลฯ ดิฉันไปอ่านบทความมาบทความหนึ่ง จำกัดความรวยที่ทำให้ไม่เกิดทุกข์ไว้ดีมาก ขอเครดิตให้คนเขียน...ไม่รู้ว่าใครเขียน..อ่านแล้วโดนใจ เป็นบทความที่ดีมาก เป็นความจริงที่ถูกต้อง จึงขอนำมาฝากให้อ่านกันใน ช่วงโควิด ระบาด ที่พวกเราอยู่บ้าน หยุดแพร่เชื้อ กันนะคะ

ความหมายของคำว่า “รวย” คือ มีเงินเพียงพอที่จะใช้ชีวิตโดยมีครบปัจจัยสี่ คือ อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรคบวกกับปัจจัยห้า คือการท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ ข้าพเจ้ามีครบทุกอย่างแล้ว จึงถือได้ว่า เราเป็นคนรวยคนหนึ่ง

เมื่อรวยแล้วจะใช้ชีวิตอย่างไรในวัยเกษียน ให้มีความสุข จากอดีตที่ผ่านมา ข้าพเจ้าผ่านความคิดผิดๆมาตลอดว่า มีเงินแล้วต้องซื้อทุกสิ่งที่อยากได้ ซื้อบ้านหลายหลังในกรุงเทพ คอนโดต่างจังหวัด คอนโดริมทะเล ที่ดินทั้งในและนอกกรุงเทพ รีสอร์ตต่างจังหวัด

แต่แล้วทุกอย่างที่ซื้อหามานี้มันสร้างภาระอันหนักหน่วงให้กับข้าพเจ้า ค่าดูแลสูงมาก แต่ก็ยังไม่สูงไปกว่าความกังวลต่างๆนาๆที่เกิดขึ้น ระหว่างครอบครองสมบัติเหล่านี้ ไหนจะต้องหาคนเช่า เวลาที่ว่างเว้นจากคนเช่าก็อดกลุ้มใจมิได้ เพราะมีแต่รายจ่าย ไม่มีรายรับ และเมื่อมีผู้เช่าก็ต้องเอาอกใจผู้เช่าเพื่อให้เขาเช่าไปนานๆ ได้ผู้เช่าที่ดีก็ดีไป แต่ถ้าไม่ดีก็จะมีเรื่องจุกจิกกวนใจ เมื่อผู้เช่าเลิกเช่าก็ต้องหาช่างมาซ่อม รอผู้เช่าต่อไป ส่วนอสังหาอื่นๆที่ไม่ได้ให้เช่า เช่นที่ดิน ก็มีภาระต้องต้องชำระภาษีทุกปี ที่ดินจะปล่อยรกร้างให้วัชพืชท่วมหัวไม่ได้ ต้องคอยจ้างคนมาจัดการดูแลอยู่เนืองๆ

นอกจากอสังหาริทรัพย์ที่ซื้อหามาอย่างเป็นบ้าเป็นหลังแล้วของใช้ส่วนตัวต่างๆก็ยังหาซื้อตามใจค่านิยมในยุคนั้นๆ เช่นกระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้า เครื่องประดับ นาฬิกา เครื่องประดับ นาฬิกา เครื่องสำอาง แบรนด์เนม ซื้อมาด้วยราคาแพง แล้วใช้ได้ไม่นานก็เปลี่ยนใหม่ หากเอาเงินที่ซื้อสิ่งของเหล่านี้มากองรวมกัน คงซื้อบ้านหลังงามๆได้อีกหลังหนึ่ง

ตั้งใจซื้อคอนโดริมทะเล เพื่อเอาไว้พักผ่อนหย่อนใจ แต่มาพักปีละไม่กี่วันเท่านั้น และทุกครั้งที่มาพัก กลับไม่ได้พักผ่อนให้สบายใจดังใจหวังเนื่องจากต้องเหน็ดเหนื่อยกับการหาคนมาทำความสะอาด มาซ่อมแซมส่วนที่เสียหาย ซึ่งมีเป็นระยะๆ ช่วงที่ไม่ได้พัก ก็มีค่าใช้จ่ายในการดูแล ค่าส่วนกลาง ค่าบำรุงรักษา ที่สำคัญคือทำให้สียโอกาสที่จะได้ไปพักที่อื่น ข้าพเจ้าจึงเปลี่ยนชีวิตใหม่ในวัยเกษียน รวยแล้วต้องอยู่อย่างมีความสุขและผ่อนคลาย

ปัจจุบันขายทรัพย์สินเกือบทุกอย่าง เหลือไว้เพียงคอนโดส่วนตัวที่ใช้เป็นที่พักอาศัยและที่ดินอีกผืนหนึ่งซึ่งกำลังจะขายทิ้ง หรือไม่ก็ยกให้ลูกดูแลต่อไป ไม่มีคอนโดให้เช่าอีกต่อไป ไม่ต้องปวดหัวกังวลกับการหาคนเช่า กังวลกับการได้คนเช่าไม่ดี ไม่ต้องเสียเงินค่าบำรุงรักษา ไม่ต้องเสียภาษี ไม่มีคอนโดริมทะเลที่จะไปพักซ้ำแล้วซ้ำเล่า อยากไปพักที่ไหนก็ไปพักตามโรงแรมสะดวกสบายทุกอย่าง ได้พักผ่อนในที่หลากหลาย สบายสมใจ ไม่ต้องทำความสะอาด ไม่ต้องจ่ายค่าส่วนกลางทุกเดือน ที่ดินต่างๆทั่วประเทศก็ขายทิ้งไปหมดแล้ว ได้เงินมากอดไว้ให้สุขใจ แล้วนำไปฝากในสถาบันการเงินที่ให้ดอกผลเพียงพอกับการดำรงชีพโดยมีปัจจัยครบ ทั้ง 5

เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ มีของเก่าก็ใช้ต่อ เก็บไว้แค่ไม่กี่ชิ้น เลือกชิ้นที่ใช้ได้บ่อยๆ นอกนั้นบริจาคไปจนหมด ไม่ต้องเก็บไว้ให้รกบ้าน ถ้าจะหาซื้อใหม่ก็ใช้ของราคาไม่แพง ให้คุ้มกับการใช้

ปัจจุบันมีดอนโดแค่หลังเดียวในเมืองไทย และมีบ้านชั้นเดียวหลังเล็กๆหลังเดียวในออสเตรเลีย สำหรับเป็นที่อยู่อาศัยเท่านั้น ค่าใช้จ่ายลดลงมาก จึงมีเงินเหลือใช้เพื่อการท่องเที่ยวได้อย่างสบาย ไม่ต้องคอยห่วงสมบัติอยากทานอาหารอะไร ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง ก็ทำทานเอง ถ้าเบื่อที่จะทำ ก็สั่งอาหารมาทานที่บ้าน เดี๋ยวนี้แทบทุกแห่งในโลก สั่งอาหารได้ทางออนไลน์ หาทานได้แทบจะทุกภัตตาคาร ไม่ต้องถ่อขับรถฝ่ารถติดออกไปให้ปวดหัว ยามว่างก็หาอะไรทำให้เพลินๆ เล่นดนตรี ร้องเพลง ทำขนมแจกเพื่อนๆ อ่านหนังสือดีๆ ดูหนังดูทีวี ทำสวนปลูกต้นไม้ คอยดูมันออกดอกออกผลก็แนความสุขอย่างหนึ่ง พอเริ่มเบื่ออยู่บ้านก็หาเรื่องขับรถไปเที่ยว ปิกนิดริมทะเล หรือไปชมสวนดอกไม้ในวนอุทยานต่างๆ ให้เพลิดเพลินเจริญใจ คงไม่ทำให้เงินในกระเป๋าร่อยหรอไปมากนัก ไปตรวจสุขภาพทั่วๆไปกับหมอบ้าง หรือตรวจพิเศษต่างๆเช่นส่องกล้องตรวจกระเพาะลำไส้ ตรวจหัวใจ สายตา ตรวจการได้ยิน ตรวจฟัน

แดดร่มลมตกออกไปเดินออกกำลังกาย เกี่ยวก้อยกันสองตายาย พูดคุยกันถึงอดีตปัจจุบันและอนาคต ตกค่ำก็นั่งเคียงกัน พูดจาหวานๆ เอาอกเอาใจซึ่งกันและกัน แค่นี้ก็น่าจะพอสำหรับคนเราที่รวยแล้ว และอยากหาความสุขใส่ตัว มิใช่รวยแล้ว ตั้งหน้าตั้งตาหางานหาภาระมาใส่ตัวอีก

เพื่อนน่ะ ไม่มีเลยก็ไม่ดี แต่ถ้ามีมากเกินไปก็เป็นภาระอีก มีแต่พอดี และควรคบกับเพื่อนดีๆที่มีศีลเสมอกัน จะได้ไม่เป็นที่กินแหนงแคลงใจกันให้กลุ้มใจเปล่าๆ คบเพื่อนที่รู้จัก Take and Give ไม่ใช้เพื่อนที่ทำตัวเป็นภาระ คอยแต่จะ take อย่างเดียว เหมือนเป็นเจ้าหนี้เรามาแต่ชาติปางก่อน

ส่วนลูกหลานน่ะ เหนื่อยยากเลี้ยงดูพวกเขามาเยอะแล้ว ปล่อยเค้าไปตามทางของเค้า เค้าอยู่รอดปลอดภัยได้อยู่แล้ว ไม่ต้องห่วงมากมาย และไม่ต้องหวังพึ่งอะไรลูกเป็นอันขาด อย่าเอาตัวไปเป็นภาระของลูก แค่เค้าไม่มาพึ่งเราไปตลอดชีวิตก็บุญแล้ว เงินทองก็เช่นกันทำงานเหนื่อยยากมาตลอดชีวิต ถึงวัยเกษียนก็หัดใช้เงินเสียบ้าง มิใช่เคยตัวกับการประหยัดเพื่ออนคต ตอนนี้แหละคืออนาคตของเรา คือเวลาทีจะต้องใช้เงิน อนาคตมันไม่ยาวไกลที่จะต้องประหยัดกันอีก เผลอๆวันพรุ่งนี้อาจไม่มีชีวิตอยู่ใช้เงินก็ได้ สมบัติน่ะ ไม่ต้องเก็บไว้ให้ลูกหลานมากหรอก ให้นิดๆหน่อยๆพอทำทุนก็พอ เลี้ยงพวกเค้าให้การศึกษาพวกเค้ามาอย่างดีที่สุดแล้ว อย่าดูถูกเค้า พวกเค้าน่าจะหาเงินได้มากกว่าเราด้วยซ้ำไป

เท่านี้ก็น่าจะสุขพอ สำหรับคนที่ “รวย” แล้ว

ด้วยรักและปรารถนาดีจาก Super Pat (323)702-0788