อย่าหยุดสวย ต้องอ่านที่นี่ ก่อน

วันนี้มีอารมณ์เกี่ยวกับความสวยความงาม เลยเข้าเน็ท ไปค้นคว้าเรื่องนี้มาให้อ่านกัน สำหรับคนวัย 47 (ไม่อยากเขียนตัวเลขกลับ) อย่างดิฉัน นั้นย่อมมีความอยากสวยดูเต่งตึงแบบสมัยก่อนมั่ง โดยเฉพาะเพื่อนๆคนรู้จักหลายๆคนไปทำสวย ทำสาว ทำหนุ่มกันมาให้เห็นแอบอิจฉาเล็กๆ เพราะอยากสวยไง สำหรับผู้ที่ไปทำสวยมาแล้ว แต่ปิดบังบอกว่า ไม่ได้ไปเสริมสวยมานั้น ขอบอกว่า ไม่มีใครเค้าเชื่อคุณหรอกค่ะ เพราะหน้าตา รูปร่างของคุณนั้นมันเปลี่ยนไป แรงโน้มถ่วงของโลก วัยและกาลเวลา มันฟ้องให้เห็นจะๆแจ้งๆ โกหกปกปิดไปทำไม อายเค้าเปล่าๆว่าคุณหลอกแต่เค้าไม่เชื่อ สู้เอาประสพการณ์มาแบ่งปันกันแบบคนมีน้ำใจไม่ได้

ดิฉันถึงขนาดบินกลับไปเมืองไทยไปปรึกษาศัลยแพทย์ แบบวางเงินมัดจำไปแล้ว มีนัดว่าจะทำศัลยกรรมในเดือน พฤษภาคมที่ผ่านมา แต่โดนโรคร้ายโควิด 19 อาละวาดทั่วโลก ทำให้เดินทางไม่ได้ต้องอยู่บ้าน ช่วยชาติ หยุดแพร่เชื้อซะงั้น ไม่งั้นคุณๆอาจจำดิฉันไม่ได้เพราะเต่งตึงขึ้น (อิ..อิ..เข้าข้างตัวเอง) ทำไมต้องไปทำที่เมืองไทยด้วย หมอที่อเมริกาก็มี ดิฉันมีความเชื่อว่า หมอเก่งๆ มีประสพการณ์ และคุ้นเคยกับหน้าตาไทยๆอย่างเรามากกว่าหมออเมริกัน อีกทั้งราคายังย่อมเยากว่า ครึ่งต่อครึ่งหรือมากกว่าทีเดียว แถมได้บินไปเที่ยวที่เมืองไทยก่อนเข้ารับการผ่าตัดเสริมสวยซะอีกได้กำไรตั้งหลายอย่าง และยังจะเผื่อแผ่มาแนะนำให้คุณผู้อ่านทราบกันอีกว่า หมอไหนมีฝีมือ โปรดติดตาม

ก่อนจะไปทำศัลยกรรมก็ต้องมีการค้นคว้า สืบหาความเก่งและราคาของหมอจากเพื่อนๆที่เคยไปทำมาและ จากรีวิวในเน็ท เลยคิดว่าบทความนี้อาจเป็นประโยชน์ให้กับผู้อ่านที่สนใจในเรื่องสุขภาพและความสวยงามอย่างดิฉันบ้างไม่มากก็น้อย ตามมาอ่านกันเลยนะคะ

โดย…นรินทร์ ใจหวัง จาก โพสต์ทูเดย์

ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ข่าวเรื่องนางแบบจีน จากที่เคยสวยระดับนางฟ้า กลับกลายเป็นหญิงที่มีใบหน้าไม่ได้รูป แลดูแก่กว่าวัย กลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ที่สร้างความฉงนใจแก่คนที่พบเห็นเป็นจำนวนมาก เพราะเท่าที่ผ่านมาสังคมไทยก็ตื่นตัวกับการทำศัลยกรรมกันมากพอสมควร ทว่าไม่มีเคยมีใคร เอะใจว่า จริงๆแล้ว ศัลยกรรม มีการหมดอายุได้จริงหรือ ขณะที่บางคนยังสวยอยู่ แต่บางคนตรงข้าม อะไรล่ะเป็นตัวการสำคัญของเรื่องนี้บ้าง

ฟิลเลอร์ ตัวการหน้าบูด หมดอายุ

“คำว่าศัลยกรรมจริงๆ เป็นเรื่องของการผ่าตัด เช่นกรีดตา เสริมจมูก เสริมหน้าอก แต่ปัจจุบันมีหมอเสริมความงามที่ใช้ยา เช่นการฉีดฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ เกิดขึ้นมา ซึ่งบางคนก็ไม่ได้เป็นศัลยกรรมแพทย์โดยตรง แต่เป็นอายุรแพทย์ความงาม ทั้ง 2ประเภทนี้ไม่เหมือนกัน แต่คนกำลังสับสนว่าหมอที่ใช้ยากับหมอที่ทำผ่าตัดเป็นประเภทเดียวกัน ซึ่งตอนนี้มันก็เริ่มมั่วไปหมด ปะปนกันไปจริงๆ”

นายแพทย์ชลธิศ สินรัชตานันท์ นายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศไทย ศัลยแพทย์ผู้คร่ำหวอดในวงการศัลยกรรมไทยมากว่า40ปี พยายามอธิบายถึงที่มาของคำว่า ศัลยกรรมหมดอายุ ซึ่งความจริงการหมดอายุจะเกิดขึ้นกับสารที่ฉีดเข้าไปในร่างกายมากกว่า การทำศัลยกรรมโดยการผ่าตัดอย่างเช่น ผ่าตัดเสริมหน้าอก หรือทำจมูก ซึ่งโดยส่วนใหญ่ซิลิโคนประเภทนี้จะไม่ค่อยมีปัญหากับร่างกายมาก

ส่วนฟิลเลอร์หรือสารเหลวที่ฉีดเข้าตามจุดต่างๆ ตามร่างกายนี่เองคือตัวการของความงามที่หมดอายุ และการเปลี่ยนแปลงที่ไม่สามารถควบคุมได้

“ความงามที่มีการใช้ยาฉีด พวกนี้จะมีวันหมดอายุอยู่ เช่นฉีดฟิลเลอร์ มีอายุ 2-3 ปี เฉลี่ยไม่เกิน8ปี มันก็เสื่อมสภาพ บางคนโชคดีฉีดน้อยๆ ก็ละลายหายไป บางคนอาจมีปฏิกิริยาต่อต้านขึ้น เช่นเป็นก้อนเนื้อแข็งๆ ขึ้นมา หรืออาจจะแตกเป็นแผล เหล่านี้ก็เรียกว่าหมดอายุได้เช่นกัน ส่วนการฉีดลักษณะอื่น เช่น โบท็อกซ์จะมีอายุได้ ไม่เกิน 6เดือนก็หมดฤทธิ์แล้ว ร้อยไหมมีอายุสั้นมาก เพียง 3-6เดือนเท่านั้น

แล้วควรทำอย่างไร ถ้าพลาดฉีดฟิลเลอร์เข้าไปแล้ว มีการดูแลไม่ให้สารเหล่านี้กลับมาทำร้ายร่างกายได้หรือไม่ คงเป็นคำถามที่อยู่ในใจของคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์นี้?

นายแพทย์ชลธิศให้คำตอบว่า สำหรับคนที่ฉีดสารฟิลเลอร์ต่างๆ ชนิดเข้าไปแล้วนั้นควรปล่อยไปธรรมชาติ ทางที่ดีไม่ควรไปยุ่ง แต่ถ้าต้องการรักษาจริงๆ หมอ แนะนำอย่างเดียวคือการใช้ยา ไม่แนะนำให้ไปขูดออกโดยเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นจะเป็นเหมือนนางแบบจีนคนดังกล่าว ที่ฉีดซิลิโคนเหลว (ฟิลเลอร์ชนิดหนึ่ง) เข้าไปที่หน้าแล้ว พอมีปฏิกิริยาก็คงไปเอาออก ขูดปุ๊บหน้าจะพังอย่างที่เห็น จริงๆหลักการพวกนี้ต้องรักษาด้วยยาเท่านั้น แต่ถ้าไม่จำเป็นอย่าไปเอาออกเพราะเนื้อจะกลายเป็นตะปุ่มตะป่ำทันที แต่ตำแหน่งที่พอขูดได้จะมีแค่สันจมูก คางเท่านั้น ส่วน หน้าผาก แก้ม นั้นอย่าไปยุ่ง

"คนที่ทำมาแล้ว ฉีดแล้วก็แล้ว เสี่ยงเอาว่าระยะยาวเป็นอย่างไร โดยหลักการแล้ว ไม่แนะนำให้ฉีดอะไรทั้งนั้น ยกเว้นโบท็อกซ์ที่พอจะฉีดได้ ส่วนพวกฟิลเลอร์ผมมองว่ายังไม่ถึงเวลา ควรรอให้นักวิทยาศาสตร์เขาคิดค้นให้ดีกว่านี้ก่อน ดีกว่า ณ ชั่วโมงนี้ยังมีปัญหาอยู่"นายแพทย์ชลธิศกล่าว

พลาสติกก็พลาสติก หนีไม่พ้นสังขาร

ถึงแม้ซิลิโคนชนิดคงรูปร่างต่างๆ ที่ใช้ เสริม จมูก คาง หน้าอก จะไม่ใช่ประเด็นที่มีปัญหากันมากนัก แต่ก็มิใช่ว่าพลาสติกเหล่านี้จะไม่ส่งผลอะไรกับร่างกายเลย ทว่าอาจจะเกิดขึ้นในระยะที่ยาวมากกว่าการฉีดของเหลว

นายแพทย์ชลธิศ อธิบายว่า ตัววัสดุทุกตัวมีอายุของมัน บางตัวอาจดูเหมือนว่าจะไม่หมดอายุ แต่เมื่อใช้ไปนานๆ ก็มีบุบสลายได้เช่นกัน ยกตัวอย่างซิลิโคนจมูกที่ใส่สักเมื่อ20ปีที่แล้ว ตอนนี้มันอาจจะกรอบ ไม่เหนียวเหมือนตอนใหม่ๆ หมอเคยดึงออกจากคนไข้ปรากฏว่ามันแตกหมดเลย ถามว่าหมดอายุมั้ย ก็น่าจะใช่นะ ในสภาพแบบนั้น แต่ ในบางคนยังใช้ได้ ขณะที่บางคนแคลเซียมมาเกาะ บางคนอาจจะผุหรือกร่อนมัน ขึ้นอยู่กับคุณภาพของซิลิโคนตัวนั้นๆด้วย

"ส่วนเรื่องหน้าอก พออายุมากขึ้น ถึงจะเป็นเต้านมปลอม มันก็เคลื่อนตัวลงต่ำ คนส่วนใหญ่แล้ว พออายุ 60 กว่า ก็มาขอหมอถอดออกเพราะมันไม่มีประโยชน์แล้ว ตอนที่ร่างกายสาวๆ ผิวยังเต่งตึง พยุงน้ำหนักได้ แต่พอแก่หนังยานใน บางรายเหมือนกับห้อยลูกเทนนิสใส่ถุงเท้าอะไรแบบนั้นเลย ฟังดูแล้วหน้าตกใจ แต่มีคนจำนวนหนึ่งที่ต้องทนทุกข์อยู่กับบ้านเพราะเป็นแบบนี้ เราอาจจะไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่เพราะเขาไม่ออกมา

ดูแล้วเป็นห่วงเด็กไทย อายุน้อยๆ ก็ฉีดกันแล้ว รอดูอีก20ปี ข้างหน้า โตขึ้นไปพออายุ 30-40 ผู้หญิงไทยอาจจะหน้าประหลาดๆ ตอนนี้ยังอยู่ในยุคสวยอยู่ ก็ยังเสพความสุขไปก่อนทุกข์จะตามมาทีหลัง"

ตัวเลือกของคนอยากสวยจริงๆ

ศัลยแพทย์แนะว่าสำหรับคนที่ต้องการทำศัลยกรรมจริงๆ ควรเลือกวัสดุที่มาจากร่างกาย เช่นกระดูกอ่อน ไขมันของตนเอง แต่หากหาไม่ได้จริงๆ ก็ต้องเลือกซิลิโคนที่มีคุณภาพจริงๆ พร้อมกับศึกษาภูมิหลังของแพทย์คนนั้นๆ ให้ถี่ถ้วน อย่าหลงเชื่อโฆษณา ซึ่งอาจบิดเบือนความจริงได้

“ถึงแม้จะพยายามศึกษาหาข้อมูลเองมันยังลำบากเลย ตรงนี้มันขึ้นอยู่ที่หมอด้วย ว่าเขามีจรรยาบรรณหรือไม่ ทำของดีให้ก็ดี แต่ถ้าเจอหมอเชิงพาณิชย์มันก็ลำบากหน่อย ตอนนี้หมอขอใช้คำว่า แพทย์เจเนเรชั่น M ตัวเอ็มที่มาจากคำว่าMoney นี่แหละ เดี่ยวนี้ธุรกิจมันเงินสะพัดเป็นหลายแสนล้าน รีวิว แอนด์แชร์ ทั้งหลาย มันบิดเบือนความจริงไปหมด สมัยก่อนจะเอาอะไรมาฉีดมันหาได้ยาก แต่ตอนนี้มีทั้งของจีนแดง รัสเซีย ยุโรปตะวันออกก็มี ของดีๆ ไม่ค่อยได้ใช้หรอก มันแพง อยู่ที่หมอจะหยิบมาใช้รึเปล่า บางทีแพงก็ไม่ใช่ของดีเสมอ

อยากสวยจริงๆ หมอแนะให้ บำรุงสุขภาพ ออกกำลังกาย แต่ถ้าอยากทำจริงๆ ต้องเช็คหมอให้ดี อย่าแห่ตามเขาไป จะกินยายังต้องอ่านฉลาก หาหมอก็ต้องหาประวัติ เบื้องหลังก่อน”นายแพทย์ชลธิศทิ้งทาย

ศัลยกรรมอย่างไร ให้สวยนาน

เรื่องของความงามถือเป็นของคู่กันกับผู้หญิง ยิ่งต้องใช้หน้าตาทำงานด้วยแล้ว ยุคนี้แทบจะเลี่ยงไม่ได้เลยกับการทำศัลยกรรม หนึ่งในนั้นพริตตี้เงินล้านอย่าง หญิงแย้ นนทพร ธีระวัฒนสุข ที่ทั้งวงการยกให้เป็นเจ้าแม่แห่งศัลยกรรมเผยความจริงที่ว่า ถึงจะสวยด้วยศัลยกรรม แต่เธอก็สวยใส ไร้ฟิลเลอร์ แน่นอน

“ศัลยกรรมหมดอายุแย้แปลเป็น 2 นัยยะ คือเราแก่แล้วศัลยกรรมเอาไม่อยู่ กับอันที่ 2 สิ่งทีเราใส่ไปในร่างกายมันหมดอายุ แต่สิ่งที่เราใส่เข้าไปอยากให้จำกัดความไปที่ฟิลเลอร์มากกว่า เพราะซิลิโคนแท่งทั่วไปไม่หมดอายุอยู่แล้ว มันอยู่ตลอดไป หมดอายุก็แต่สังขารเรา เช่น แย้ทำจมูกไป พออายุสัก 60 คอลลาเจนใต้ผิวหนังมันก็ไม่มี เหี่ยวหมดแล้ว แท่งซิลิโคนก็ชัดขึ้น เพราะเราเหี่ยวเอง หน้าอกที่เราทำตอน 20 - 30 มันยังอยู่ตำแหน่งที่ดี พอเราอายุมากขึ้น กลายเป็นว่าหนังเหี่ยวแต่นมเนี่ยกลมเชียว

แต่ฟิลเลอร์เป็นอะไรที่ น่ากลัวนิดหนึ่ง เพราะต่อให้มันยังไม่หมดอายุ ร่างกายมันสร้างปฏิกิริยากับของเหลวอยู่แล้ว เราไม่สามารถการควบคุมการไหลได้ บางทีมันก็จับตัวกัน เราฉีดใต้ตามันสวยตอนแรกก็จริง แต่พอเวลาผ่านไป ฟิลเลอร์มันเกาะตัวกันเป็นก้อน ผิวเราจะเป็นผิวเปลือกส้มทันที

แนะนำให้น้องๆ ที่อยากทำศัลยกรรมตั้งแต่อายุยังน้อยต้องปรึกษาพ่อแม่ก่อน เพราะ เขาจะมีวิจารณญาณที่ดีกว่าเช่น ทำทีไหน อย่างไร แย้เคยเห็นใน คลิปวิดีโอ ยังเป็นเด็กชุดเนตรนารีอยู่เลย ฉีดโบท็อกซ์ ฉีดฟิลเลอร์อยู่บ้าน น่ากลัวมากจริงๆ ดังนั้นนอกเหนือจากคุยกลับพ่อแม่แล้ว เราก็ต้องศึกษาให้ดีๆ ด้วย อย่าไปเสียดายเงินกับเรื่องพวกนี้ เพราะมันจะมีหมอกระเป๋า ตัวเลือกราคาถูก สะดวก รวดเร็วไม่ต้องนัดคิว ซึ่งอันตรายมาก

ส่วนเรื่องการทำสวยอย่างไรไม่หมดอายุเร็ว เจ้าแม่ศัลยกรรมคนนี้มองว่า การดูแลหลังทำสวยไม่สำคัญเท่ากับการเลือกว่าจะทำกับใคร

“เอาจริงๆ สำคัญที่การเริ่มต้นว่าจะทำกับใคร ถ้าอยากให้มันอยู่กับเราจนแก่ อย่างจมูกเนี่ย ก็ต้องไม่ใส่ซิลิโคนที่อันใหญ่เกินไป เริ่มน้อยๆ ตอนแก่ก็ยังโอเค แต่ถ้าอารมณ์แบบอยากสวยอ่ะ เรายอมรับนะว่าสักวันต้องเอาออก เปลี่ยนเพื่อให้เข้ากับผิวหนังเรา

ส่วนความเชื่อเรื่องการทำศัลยกรรมแล้วสูบบุหรี่ได้มั้ย แย้มองว่าจริงๆ บุหรี่ มันไม่ควรไปยุ่งอยู่แล้ว หลีกเลี่ยงไปเลยดีกว่า ส่วนความเชื่อว่าฉีดโบท็อกซ์มาแล้วห้ามดื่มแอลกอฮอล์แย้ก็อ่านบทวิจัยหลายอันก็บอกว่า ไม่เกี่ยวกัน แต่ต้องระวังเรื่องการบวม แดง อักเสบ ซ้ำ มากกว่า

การดูแลลักษณะอื่นก็เช่นใส่ซิลิโคนมาควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่2อาทิตย์ ปฏิบัติตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด หลังจากนั้นก็แค่ดูแลร่างกายตามปกติค่ะ แนะนำว่าไม่ควรฉีดฟิลเลอร์ แย้ไม่ฉีดเพราะรู้สึกว่ามันอันตราย แย้จะแค่ใส่ซิลิโคน ผ่าตัดสิ่งที่เกินอยู่ในใบหน้าออก วิธีการดูแลไม่ยาก แค่ดูแลปลายจมูก คาง ระวังให้ดีๆ เท่านั้นเอง

หญิงแย้ระบุว่า ข้อมูลที่น่าสนใจคือต้องเตือนคนไทย ที่คิดว่าฉีดฟิลเลอร์แล้วมันดี มันง่าย ไม่ต้องพักฟื้น แต่ส่วนตัวมองว่าเป็นความคิดที่ผิด เพราะเมื่อฉีดไปแล้ว อยากเปลี่ยนเป็นซิลิโคน ก็ต้องขูดออก ไหนจะ ฟิลเลอร์ปลอมอีก มันถือเป็นวัตรกรรมใหม่ในรอบ10 ปี ดังนั้นยังไม่มีใครเห็นผลกระทบระยะยาวของมัน บางคนเละตั้งแต่แรกก็มี ควรระวังเรื่องนี้มากๆ

หวังว่าบทความนี้คงช่วยให้ข้อคิดเพื่อการตัดสินใจเรื่องความสวยความหล่อของคุณๆบ้างนะคะ หรือใครรู้จักหมอดีๆฝีมือขั้นเทพราคายุติธรรม บอกด้วย


ด้วยรักและปรารถนาดีจาก Super Pat (323)702-0788