ครบเครื่อง ญ. อมตะ 28 มีนาคม 2563

เมนู..ต้านไวรัส

25 มีนาคม พ.ศ. 2563 ผู้สูงอายุถือเป็นเป้าหมายที่ไวรัสโควิด-19 นิยมโจมตี ฉะนั้นช่วงนี้หมั่นดูแลสุขภาพให้แข็งแรงนับเป็นเรื่องสำคัญ และอาหารไทยที่เหมาะจะเป็นตัวช่วยในการต้านไวรัสนั้น ทางกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือกระบุว่า เมนูน้ำพริกผักต้มหรือผักสดเหมาะมาก

โดยอาจจะเน้นผักสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยาในเมนูนี้ให้มากขึ้น เช่น ดอกขี้เหล็ก ยอดมะยม ใบเหลียง ยอดสะเดา มะระขี้นก ฟักข้าว ผักเชียงดา คะน้า มะรุม ผักแพว ผักหลากสี ซึ่งผักเหล่านี้อุดมไปด้วยสารกลุ่มแอนโทไซยานิน ซึ่งเป็นสารกลุ่มฟลาโวนอยด์ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง และมีวิตามินซีสูงด้วยค่ะ.

ยาอายุวัฒนะ

ในโลกนี้มียาอายุวัฒนะอยู่ 4 อย่าง คือ 1.ดื่มน้ำ 2.นอนหลับ 3.เดิน และ 4.ร้องเพลง ที่สำคัญที่สุดคือ ล้วนไม่มีค่าใช้จ่าย น้ำเป็นสิ่งพื้นฐานตลอดไปของชีวิต การนอนหลับจัดเป็นยาบำรุงที่ดีสุด การเดินเป็นการออกกำลังกายที่ดีสุด การร้องเพลง ฟังเพลงก็เป็นบันเทิงที่รื่นรมย์ที่สุด เหล่านี้ล้วนแต่เป็นยาอายุวัฒนะที่ดีสุด.

'เบลล่า'บริจาค 2.5 ล้านบาท ให้ 5 โรงพยาบาล

25 มีนาคม พ.ศ. 2563 สวยทั้งภายนอกและภายในจริงๆ สำหรับนางเอกสาวจากช่อง 3 อย่าง เบลล่า-ราณี แคมเปน ล่าสุดได้บริจาคเงินให้กับหน่วยงานทางการแพทย์ ได้แก่ ศิริราชมูลนิธิ (ศิริราชสู้ภันโควิด) , มูลนิธิรามาธิบดี, มูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า, สถาบันบำราศนราดูร และ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ (กองทุนบริจาค) เป็นเงินทั้งสิ้น 2.5 ล้านบาท เพื่อเป็นกำลังใจให้บุคลากรการแพทย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

โดย เพจ WeirBellafamily ครอบครัวเวียร์เบลล่า ได้เปิดเผยข้อมูลว่า “#เบลล่าราณี บริจาค 2.5 ล้านบาท ให้หน่วยงานทางการแพทย์ จำนวน 5 ที่ดังนี้ ศิริราชมูลนิธิ (ศิริราชสู้ภันโควิด) จำนวน 500,000 บาท , มูลนิธิรามาธิบดี จำนวน 500,000 บาท , มูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า จำนวน 500,000 บาท , เงินบริจาคสำหรับสถาบันบำราศนราดูร จำนวน 500,000 บาท และ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ (กองทุนบริจาค) จำนวน 500,000 บาท รวมทั้งสิ้น 2,500,000 บาท เพื่อเป็นกำลังใจในบุคลากรการแพทย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกท่าน รวมถึงทุกคนเพื่อให้เราผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกันค่ะ นี่อาจจะเป็นเพียงกำลังเล็กๆ แต่ขอให้มันเป็นพลังส่งต่อไปถึงทุกคนนะคะ”

และในส่วนของ เบลล่า เองก็ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า “สำหรับช่วงเวลานี้ สิ่งที่เบลคิดว่าเราคนไทยทุกคนสามารถช่วยเหลือกันได้มากที่สุด คือ การอยู่บ้าน เพื่อลดความเสี่ยงในการรับและแพร่กระจายเชื้อ หรือหากมีความจำเป็นต้องเดินทางหรือยังต้องทำงานนอกบ้าน ก็พยายามหลีกเลี่ยงสถานที่สุ่มเสี่ยง งดการสังสรรค์ ป้องกันตัวเองและผู้อื่นอย่างเต็มที่ และที่สำคัญคือ “ไม่ปิดบังข้อมูล” หากได้ไปในที่ที่อาจเสี่ยงต่อการรับเชื้อ สงสารคุณหมอ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ที่เค้าเสียสละและทำเพื่อพวกเราอยู่นะคะ เราคนไทยทำได้ถ้าเราช่วยกันค่ะ แล้วเราจะผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ”

'ชมพู่ อารยา'มอบ 1.2 ล้าน ซื้อเครื่องมือแพทย์ สู้’โควิค-19’

25 มีนาคม พ.ศ. 2563 ในสถานการณ์ที่ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงวิกฤตจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิค-19 และในตอนนี้หลายๆ โรงพยาบาลที่รองรับการรักษาอาการจากเจ้าไวรัสตัวร้ายนี้ เริ่มประสบปัญหาเครื่องมือทางการแพทย์ที่ใช้รักษาไม่เพียงพอ ทำให้ประชาชนชาวไทยช่วยกันบริจาค ไม่ว่าจะเป็นหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ไปจนถึงทุนทรัพย์ต่างๆ

ล่าสุดคุณแม่ซูเปอร์สตาร์ ชมพู่-อารยา เอฮาเก็ต ที่โดยปกติก็ช่วยเหลือสังคมมาอย่างต่อเนื่อง ได้เดินทางไปยังมูลนิธิรามาธิบดี เพื่อนำเงินจำนวน 1,200,000 บาท ไปมอบให้กับทีมแพทย์เพื่อซื้อเครื่องช่วยหายใจรุ่น Advance servo สำหรับใช้ในการดูแลรักษาผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อโควิค-19 เข้าสู่ร่างกาย

โดยในอินสตาแกรมของ หวานเจี๊ยบ ผู้จัดการส่วนตัวของชมพู่ อารยา ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า” กราบขอบพระคุณ รศ.นพ.สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดี และ ศ.นพ.พรชัย สิมะโรจน์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ ที่สละเวลามารับเงินบริจาคของ คุณ ชมพู่ อารยา ในเข้านี้ด้วยนะคะ #เครื่องช่วยหายใจรุ่น Advance servo ระบบปิดจะทำงานได้ดีกว่าระบบเปิด ช่วยผู้ป่วยโรคโควิดได้ประสิทธิภาพที่ดีกว่าคะ ขอบคุณแทนชาวรามาด้วยนะคะ @chomismaterialgirl #อนุโมทนาบุญด้วยคะ #รามาธิบดี #covid19”

5 ข้อดีจากการนอนเร็วให้อะไรดีๆ มากกว่าที่คิด

ปัจจุบันเทรนด์ฮิตติดชาร์จ ที่ได้รับความนิยมในหมู่หนุ่มสาว หรือแม้กระทั่งคนวัยทำงานไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ ก็คือเทรนด์สุขภาพนั่นเอง ซึ่งการเข้านอนเร็วก็เป็นสิ่งหนึ่งที่หลายคนให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะการนอนเร็วจะส่งผลดีมากมายแบบที่คุณอาจคาดไม่ถึงเลยล่ะ และนี่ก็คือข้อดีของการนอนเร็วนั่นเอง

1.ความจำดีขี้น

จากการศึกษาพบว่า คนที่เข้านอนเร็วก่อน 4 ทุ่ม และได้นอนอย่างเต็มที่ 6-8 ชั่วโมง จะมีความจำที่ดีขึ้น ในขณะที่คนที่นอนหลับน้อยต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน จะส่งผลให้มีสมาธิสั้นและความจำแย่ลงอีกด้วย นั่นก็เพราะสมองได้รับการพักผ่อนไม่เพียงพอนั่นเอง ดังนั้นถ้าอยากสมองดีก็ต้องเข้านอนให้เร็วและนอนให้เหมาะสมกันด้วย

2.ร่างกายได้รับการฟื้นฟูมากขึ้น

หลังจากที่เราได้ใช้ชีวิตประจำวันมาทั้งวันแล้วนั้น ร่างกายของเราย่อมได้รับผลกระทบจากการใช้ชีวิตประจำวันไม่ว่าจะเป็นทางร่างกายและจิตใจ ซึ่งจะทำให้เซลล์ต่างๆ เสื่อมสภาพลงไปได้ง่าย แต่การเข้านอนเร็วจะช่วยให้ร่างกายได้รับการฟื้นฟูอย่างเต็มที่ จึงลดการเสื่อมของเซลล์ได้เป็นอย่างดี และทำให้คุณมีสุขภาพที่แข็งแรงอีกด้วย

3.สมองจะหลั่งฮอร์โมนที่มีประโยชน์

ในระหว่างที่หลับสนิทอยู่นั้น สมองก็จะหลั่งสารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายออกมามากขึ้น ซึ่งก็คือเมลาโทนิน ซีโรโทนิน และฮอร์โมนอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งจะทำให้คุณมีความร่าเริง แจ่มใส และกระปรี้กระเปร่าตลอดทั้งวัน ทั้งยังช่วยปรับความสมดุลของร่างกายได้ดีทีเดียว

4.ระบบต่างๆ ทำงานได้ดีขึ้น

รู้หรือไม่ในชณะที่เรานอนอยู่นั้น อวัยวะต่างๆ จะได้รับการซ่อมแซมและกระตุ้นให้ทำงานได้ดีขึ้น จึงทำให้คุณมีสุขภาพร่างกายและผิวพรรณที่ดี และไม่มีปัญหาสุขภาพต่างๆ มากวนใจอีกด้วย

5.นอนเร็วทำให้หน้าเด็ก

ข้อนี้คงจะถูกอกถูกใจหนุ่มๆ สาวๆ ไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะไม่จำเป็นต้องอดอาหาร เสียเงินซื้ออาหารเสริมแพงๆ หรือแม้กระทั่งยอมเจ็บตัวโดนมีดหมอศัลยกรรม ก็ทำให้คุณหน้าเด็กลงได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่เข้านอนให้ไวขึ้นเท่านั้น ซึ่งหากใครไม่อยากแก่เร็ว หรือเริ่มมีริ้วรอยบ้างแล้ว ก็ลองปรับพฤติกรรมการนอนกันดู แล้วจะช่วยได้มากทีเดียว

เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับประโยชน์ของการเข้านอนเร็ว โดยการนอนไม่จำเป็นต้องทุ่มเงินมหาศาล ไม่ต้องเหนื่อยเสียเหงื่อ เพียงแค่เรามีวินัยในการเข้านอนที่ดี ก็จะส่งผลดีต่อสุขภาพและผิวพรรณมากขึ้นแล้ว ดังนั้นมาปรับเปลี่ยนการนอน ด้วยการเข้านอนให้เร็วขึ้นและนอนให้เพียงพอกันดีกว่า

ผัก ผลไม้ "สมุนไพร" สู้ไวรัส "โควิค19"

เราควรมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในการต่อต้านเชื้อโรคไวรัสด้วย การทำให้ร่างกายแข็งแรงมีสุขภาพดี อาหารการกินก็ถือเป็นส่วนสำคัญ นอกจากจะรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่แล้ว วันนี้เรายังมีอาหารประเภท ผัก ผลไม้ สมุนไพร ที่ช่วยต้านไวรัส "โควิด 19" มาฝากทุกคนอีกด้วย

ผัก ผลไม้ และยาจาก "สมุนไพร" ที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย เพื่อสู้กับไวรัส "โควิด19" ได้แก่ พลูคาวหรือผักคาวตอง เห็ดต่างๆ ซึ่งมีสารสำคัญคือ "เบต้ากลูแคน" เช่น เห็ดหอม เห็ดนางฟ้า เห็ดออรินจิ เห็ดหลินจือ และตรีผลา ที่ประกอบไปด้วย สมอไทย สมอพิเภก มะขามป้อม สามารถรับประทานในรูปของน้ำต้มดื่ม

วิตามินซี สารต้านอนุมูลอิสระสูง เสริมการทำงานของเซลล์ระบบภูมิคุ้มกัน

ผัก ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ดอกขี้เหล็ก ยอดมะยม ใบเหลียง ยอดสะเดา มะระขี้นก ฟักข้าว ผักเชียงดา คะน้า มะรุม ผักแพว มะขามป้อม หรือมีสารกลุ่มแอนโทไซยานินซึ่งเป็นสารเฟลโวนอยด์ ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น ลูกหม่อน และผักผลไม้หลากสี ยังช่วยเสริมการทำงานของเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันด้วย

สารสำคัญป้องกันการติดเชื้อ "โควิด19"

ผัก ผลไม้ และยาจากสมุนไพรของไทย ที่มีศักยภาพในการป้องกันไม่ให้ไวรัสเข้าเซลล์ ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อ ได้แก่ ผักผลไม้ที่มีสารเคอร์ซีติน (Quercetin) สูง ได้แก่ พลูคาว หรือผักคาวตอง หอมแดง หอมหัวใหญ่ มะรุม ใบหม่อน แอปเปิล ผักผลไม้ที่มีสารเฮสเพอริดิน (Hesperidin) และรูติน (Rutin) สูง ได้แก่ ผิวและเยื่อหุ้มด้านในเปลือกผลของพืชตระกูลส้ม (Citrus Fruit) เช่น ส้ม มะนาว มะกรูด ส้มซ่า, กะเพรา มีโอเรียนทิน (Orientin) เป็นสารสำคัญที่มีศักยภาพในการป้องกันไม่ให้ไวรัสเข้าเซลล์

"เปลือกส้ม-ใบหม่อน" ป้องกันปอดบวมอักเสบจากการติด "โควิด 19"

นอกจากนี้เรายังพบว่า "เปลือกส้ม" และ "ใบหม่อน" เป็น "สมุนไพร" 2 ในจำนวน 6 ชนิด ของตำรับยาจีนที่ใช้ชงดื่มแทนน้ำชา ป้องกันปอดบวมอักเสบจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ตามแนวทางของมณฑลหูเป่ย

ส่วนเมนูอาหารไทยที่ขอแนะนำ เช่น "เมี่ยงคำ" ซึ่งมีมะนาวหั่นพร้อมเปลือกและหอมแดง นอกจากนั้นอาหารจำพวกแกงเลียง ยำ ต้มยำ ต้มโคล้งต่างๆ ที่ใส่หอมใหญ่ หอมแดง เห็ดชนิดต่างๆ และมะนาว จะให้ทั้งเคอร์ซีทิน เบต้ากลูแคน และวิตามินซี