ครบเครื่อง ญ.อมตะ 16 กันยายน 2560

สาวคนนี้เคยเรียนรุ่นเดียวกับ อาภัสรา หงสกุล ในขณะที่ "คุณปุ๊" เดินทางไปประกวดนางสาวไทยที่ประเทศไทย เพราะขณะนั้นพวกเธอเป็นนักเรียนกินนอนอยู่ที่ PENANG ประเทศ MALAYSIA สุวคนธ์ กาญจนา มาศึกษาต่อที่อเมริกา พบรักกับหนุ่มไทยที่แอลเอ.จึงตกลงปลงใจใช้ชีวิตร่วมกันที่นี่ จนมีพยานรักด้วยกัน 2 คน หญิงหนึ่ง ชายหนึ่ง เธอทำงานแผนกบัญชีของบริษัท PARAMOUNT PICTURES บริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์ระดับยักษ์ใหญ่ของอเมริกา ทำตั้งแต่ต้นจนรีไทร์ ชีวิตครอบครัวของเธอแตกสลายคามือนักร้องสาวคนหนึ่งที่สามีหลงไหลคลั่งไคล้ถึงขนาด หอบผ้าหอบผ่อนหนีตามกันไปอยู่ที่เมืองไทย ทิ้งตราบาปคำว่า "แม่ม่าย" ให้ติดตัวเธอมาตลอด 30 ปีจนถึงวันนี้ ยังดีที่เธอยังมีลูกและเพื่อนๆที่รักเธอมากมาย ชีวิตของเธอจึงดำเนินต่อไปได้อย่างมีความสุข ประสาคนโสด "คุณติ๋ว" จึงใช้ชีวิตโสดอย่างคุ้มค่า ทำงาน เที่ยว ร้องเพลง เต้นรำ เล่นกีฬาเกือบทุกชนิดที่ผู้หญิงพึงจะทำได้ ช่วยทำงานสมาคมชมรมต่างๆ เคยเป็นนายกสโมสรโรตารี่ไทยทาวน์คนแรก กีฬาที่โปรดที่สุดได้แก่การเล่นกอล์ฟ ตีกอล์ฟมานานจนมีถ้วยรางวัลเต็มบ้าน ลงแข่งกอล์ฟเมื่อไหร่เธอคว้าถ้วยรางวัลทุกที เพื่อนนักกอล์ฟรู้กันดี เธอจองถ้วยรางวัล "บู้บี้" ไว้ทุกครั้ง

ศรีสะเกษ ส.รุ่งวิสัย แชมเปี้ยนโลกรุ่นซูเปอร์ฟลายเวทบินจากเมืองไทยมาป้องกันแชมป์โลกถึงแอลเอ. เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2560 ในฐานะที่เป็นคนไทยที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยคนหนึ่ง กงสุลใหญ่ ธานี แสงรัตน์ จึงจัดหนัก จัดเต็ม ให้การดูแลคณะนักมวยไทยอย่างดี รวมทั้งการเชิญชวนให้พี่น้องชาวไทยที่นี่ไปช่วยกันให้กำลังใจนักมวยของเราด้วย วันชกท่านก็ไปนั่งเชียร์อย่างไกล้ชิดถึงริงไซด์ติดเวที พอนักมวยไทยชนะน๊อคเอาท์ยก4 ท่านแทบจะกระโดดขึ้นเวทีไปอุ้ม"เจ้าแหลม"ด้วยความดีใจ วันรุ่งขึ้นเปิดทำเนียบเลี้ยงฉลองกันก่อนคณะนักมวยขึ้นเครื่องบินกลับประเทศไทย "เจ้าแหลม" ตื้นตันใจที่ได้รับการดูแลอย่างดีจากพ่อเมืองของคนไทยที่นี่ บอกจะขอเก็บความทรงจำดีๆที่นี่ไว้ตลอดไป กลับถึงเมืองไทยก็มีคำสั่งให้เข้าพบนายกรัฐมนตรีทันที พลันที่ได้เผชิญหน้ากัน พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ก็แสดงความยินดีที่"เจ้าแหลม"สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยมากมาย เลยใช้วิชามวยด้วยการฮุคขวาเข้าที่คางนักมวยเอกที่กำลังยืนเหม่อมองโน่นมองนี่ไม่ทันระวังตัว "เจ้าแหลม"โดนเข้าเต็มหมัดถึงกับเห็นดาวระยิบระยับอยู่ในดวงตา ถ้าเป็นบนเวทีมวยกรรมการคงนับถึง 8 แล้วล่ะเจ้าค่ะ

เงียบกริบไปทั้งประเทศนิคารากัว เมื่อ โรมัน กอนซาเลข อดีตแชมป์โลกรุ่นซูเปอร์ฟลายเวต โดนหมัดขวาของ ศรีษะเกษ ส.รุ่งวิสัย ตะบันหน้าจนลงไปนอนให้กรรมการจับแพ้ TKO ในยกที่ 4 เมื่อคืนวันที่ 9 กันยายน 20170 ท่ามกลางความตื่นเต้นดีใจของคนไทยทั้งประเทศรวมถึงคนไทยในต่างประเทศทั่วโลก น่าเสียดายที่สนามมวย STUBHUB CENTER เมือง CARSON ใน CALIFORNIA พูดง่ายๆก็คือที่แอลเอ.นี่เอง มีคนไทยไปเชียร์นักมวยไทยน้อยมาก พอ"ศรีษะเกษ"ชนะน๊อคเอาท์เท่านั้น ทุกคนต่างก็พากันยินดีแต่ไม่มีเสียงโห่ร้องด้วยความตื่นเต้นเท่าที่ควรจะเป็นไป เพราะรอบข้างมองหาคนไทยไม่เจอสักคน ขืนส่งเสียงอะไรออกไปอาจจะมีมวยหมู่เกิดขึ้นได้ใครจะไปรู้ ในอดีตที่ผ่านมามีแชมป์โลกชาวไทยมาชกทีไร ตีกันแหลกราญตั้งแต่ในสนามมวยถึงที่จอดรถ โธ่...จะไม่ให้ดีใจได้อย่างไร ในเมื่อก่อนนักมวยขึ้นเวที โรมัน กอนซาเลซ เป็นต่อนักมวยไทยถึง 3-1 "ศรีษะเกษ" ฟิตซ้อมมาดีจึงชกได้ดีมาก ดีกว่าเมื่อครั้งที่ได้แชมเปี้ยนโลกจากการชนะคะแนน โรมัน กอนซาเลซ อดีตแชมป์โลกที่สนามมวย เมดิสัน สแควร์การ์เด็น ที่นิวยอร์ค ขออวยพรให้"น้าแหลม"(อายุ 31 ปีแล้วนะ) จงรักษาตำแหน่งเอาไว้นานๆ ให้คนไทยได้ชื่นชมกันต่อไป

ผู้ชายคนนี้มีชีวิตที่โลดโผนที่สุดคนหนึ่ง ชีวิตในวัยรุ่นเสี่ยงตายมามาก แต่เขาไม่เคยหวาดหวั่นความตายแม้แต่น้อย คนมักจะมองเขาเป็นนักเลง แต่เขาไม่เคยเกะกะเกเรที่ไหน อาชีพวิศวกรเครื่องบินของบริษัทสร้างเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดของแคลิฟอร์เนียคงพอเป็นหลักประกันได้ว่า เขาไม่ใช่นักเลงอันธพาล แต่เป็นนักสู้ที่ไม่เคยถอยหลังให้ใคร แม้แต่เจ้าพ่อทั้งหลายก็ไม่มีใครอยากตอแยกับเขา ปี 1978 อรรคเดช ศรีพิพัฒน์ ได้รับเลือกตั้งให้เป็นนายกสมาคมไทยแห่งแคลิฟอร์เนียภาคใต้ เขาตั้งใจทำสมาคมไทยให้เป็นที่พึ่งของคนไทยที่นี่อย่างเต็มที่ เมื่อ เพ็ญพิมพ์ จิตรธร ทำละครเวทีเรื่อง "จุฬาตรีคูณ" ขึ้นมา จึงได้หนุ่มหล่อสองคนมาเป็นพระเอกของเรื่องคือ วิรัช โรจนปัญญา กับ อรรคเดช ศรีพิพัฒน์ และมีคนมีชื่อเสียงของสังคมไทยยุคนั้นร่วมแสดงมากมาย ละครแสดง 2 วันคนดูแน่นชนิดโรงแตกทีเดียว รอบแรกพอประกาศรายชื่อผู้แสดงแต่ละคน มีเสียงปรบมือกราวทุกคน แต่พอถึงชื่อของ "อรรคเดช" พลันมีเสียงปรบมือดังกึกก้องยาวนาน รวมทั้งมีเสียงโห่ร้องด้วยความพอใจ ทำเอา "พี่แตน" ยิ้มหน้าบานไม่หุบ จนกระทั่งเหลือบตาไปเห็น"คุณพิมพ์"ที่เป็นผู้กำกับละครเรื่องนี้ซึ่งนั่งยองๆอยู่หน้าเวทีชี้ไม้ชี้มือไปที่เป้ากางเกงของเขา "พี่แตน"จึงก้มมองตรงเป้ากางเกง แล้วเขาก็ใจหายวาบ ตอนฟันดาบกับผู้ร้ายในตอนจบของเรื่องเขาเล่นมันอย่างจริงจัง จนกางเกงสีแดงเป้าขาดไปอย่างไม่รู้ตัว มองเห็นกางเกงในสีขาวอย่างถนัดตา แล้วตอนแนะนำตัวนั้น"พี่แตน"อยู่ในลักษณะนั่งยองๆ แล้วอะไรจะเหลือเรอะ

ถึงเธอจะจากไปนานถึง 7 ปีแล้ว แต่ยังคิดถึงเธอ สุปราณี ธนะสีลังกูร อดีตนักร้องชื่อดังในวงการไนท์คลับอีกคนหนึ่งของเมืองไทย เป็นนักร้องท่ีร้องเพลงโจ๊ะได้มันส์มาก เพลงช้าก็ร้องเพราะ ชีวิตเธอดูท่าจะดี แต่อาภัพเรื่องความรักอย่างสิ้นดี ใช้ชีวิตคู่กับ "อุ๋ย ซิลเวอร์แซนด์" มีผลผลิตออกมาเป็นนักเปียนโนมือหนึ่งของประเทศไทยคือ เอกราช สวัสดิเสวี หรือที่คนในแอลเอ.รู้จักกันดีในชื่อ "เอก" ชีวิตครอบครัวครั้งแรกของเธอล้มเหลว จึงทิ้งทุกอย่างเอาไว้ในเมืองไทยมาทำมาหากินที่แอลเอ. ลงทุนเช่าร้านอาหารเรือนแพทำอาหารขายในช่วงกลางคืน จนข้าวต้มเรือนแพมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป เพาระสามีคนใหม่ของเธอมีฝีมือในการปรุงอาหารในระดับพระกาฬทีเดียว จนกรทังสามารถซื้อร้านเรือนแพมาเป็นของตัวเองได้ กิจการเจริญก้าวหน้าไปด้วยดี แต่แล้วเธอก็พบกับความช้ำใจเมื่อทราบเรื่องสามีแอบไปมีความสัมพันธ์กับพนังงานเสริฟในร้าน ถึงขั้นให้เงินทองปรนเปรอความสุขกันอย่างไม่เกรงใจเธอ "คุณตุ๊" จึงไล่พนักงานสาวคนนั้นออกไป จากเหตุการณ์ครั้งนั้นสร้างรอยร้าวขึ้นในหัวใจของเธอ เดินเข้ามาในร้านเมื่อไหร่ก็มองเห็นภาพของสามีแอบจู๋จี๋กับพนักงานคนนั้นตลอดเวลา จนเธอคิดว่าเธอกำลังจะเริ่มเป็นโรคประสาท จึงทำการขายร้านเรือนแพไปอย่างถูกๆ ย้ายครอบครัวไปเปิดร้านใหม่ที่ลาส เวกัส แต่กิจการไม่สู้ดีจึงเลิกกิจการไปภายหลัง ต่อมาไม่นาน"คุณตุ๊"ก็เลิกกับสามีอย่างเด็ดขาด ครองตัวเป็นโสดมานานจนมาเจอกับ สุรเดช สุวรรณแสงโรจน์ หรืออดีตพระจิมมี่ คบกันจนเห็นอกเห็นใจกันจึงตกลงใช้ชีวิตร่วมกันจนเธอต้องพ่ายแพ้สังขารด้วยโรคภัยต่างๆที่เกิดขึ้นในร่างกาย เธอจากไปแล้วถึง 7 ปีแต่หลายคนยังคิดถึงเธออยู่เสมอ

แซ่บส์...แสบสุดๆยิ่งกว่าทานพริกขี้หนูเข้าไปทั้งกำมือ ละครเรื่อง "เพลิงบุญ" จากบทประพันธ์ของ กฤษณา อโศกสิน แพร่ภาพทางทีวีสีช่อง 3 อยู่ในขณะนี้ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เชือดเฉือนบทบาทกับ เบลลา ราณี ที่แย่งผัวคนเดียวกันคือ "ป้อง" ณวัฒน์ ละครเรื่องนี้ต้องยกให้เป็นละครแห่งปี ดูสนุก ได้ความรู้ ได้แนวคิด ได้ความสะใจ ขอลอกคำพูดในละครมาลงให้อ่านและพิจารณาดูเอาเองค่ะ

ถ้าฉันไม่ทิ้ง อย่าหวังว่าจะได้

มาดูกันว่าจะตรงใจ&โดนใจหรือไม่เริ่มต้นด้วยประโยค “ถ้าฉันไม่ทิ้งไป อย่าหวังเลยว่าจะได้”...ใจเริง (เจนี่) พูดประโยคนี้ตอนที่เห็นความสุขของเพื่อนรัก พิมาลา (เบลล่า) หลังจากได้สามีดี๊ดี (ก่อนจะดีแตก) อย่าง ฤกษ์ (ป้อง–ณวัฒน์) ซึ่งเคยเป็นผู้ชายของเธอมาก่อน ความมั่นหน้า ของ ใจเริง พุ่งเกินร้อยตอนพูดประโยคนี้ เธอมั่นมากว่าที่ พิมาลา ได้ (ผัว) ดีทุกวันนี้ก็เพราะเธอเสียสละ ฤกษ์ ให้นะจ๊ะรู้ไว้ซะด้วย!

เพื่อนก็ชั่ว ผัวก็เลว

ต่อด้วยประโยค “เพื่อนก็ชั่ว ผัวก็เลว”...พิมาลา พูดคำนี้ทั้งน้ำตา หลังจากผิดสังเกตสามีมาซักพักว่ามีอะไรกับเพื่อนรัก ใจเริง จนสุดท้ายได้เห็นคาตาคาเตียง (โดย ใจเริง วางแผน) ขณะ ฤกษ์ กำลังกอดจูบนัวเนียกับ ใจเริง เท่านั้นแหละ พิมาลา ถึงกับเข่าทรุดร้องไห้เหมือนคนบ้าคำพูดเจ็บช้ำที่พรูออกมาก็คือ “เพื่อนก็ชั่ว ผัวก็เลว”!

รองพื้นนี้ดีเนอะ ทำให้หน้าด้านขึ้น

ประโยคนี้จัดว่าเผ็ดที่สุด “รองพื้นนี้ดีเนอะ นอกจากทำให้หน้าเนียน ยังทำให้หน้าด้านอีกตะหาก”!... พิมาลา อีกแล้วนางไม่ได้ปากจัดนะ แต่มีการศึกษาสูง เรียนเก่ง หัวไว เลยมักมีคำพูดแรงๆเจ็บๆออกมาเรื่อย พิมาลา พูดประโยคนี้พร้อมกับลูบหน้าอดีตเพื่อนรักอย่างใจเย็น ที่จริงวันนั้น พิมาลา กลับมาเก็บกระเป๋าจะออกจากบ้านอยู่แล้ว แต่เจอ ใจเริง มาเยาะเย้ยถึงที่เลยตอกกลับไปด้วยประโยคนี้ และยังเป็นเหตุพลิกผันที่ทำให้ พิมาลา เกิดฮึดสู้ ใจเริง ขึ้นมา!

อย่าคิดว่าอาหารคลีนมันจะไม่แซ่บนะ

ถ้าเป็นเจ็บแบบผู้ดีต้องคำพูดนี้ของ พิมาลา “แล้วอย่านึกนะว่าอาหารคลีนมันจะไม่แซ่บ”...ฉากนี้คือ ใจเริง โทร.มากวนประสาท พิมาลา จะชวน ฤกษ์ ไปกินต้มแซ่บ เปรียบ พิมาลา เป็นแกงจืด พิมาลา ก็เลยตอกกลับไปว่า ฤกษ์ ทำอาหารคลีนให้ทาน นอกจาก สุขภาพจะดีแล้ว มันยังรสแซ่บไม่แพ้ต้มแซ่บอย่างหล่อนนะจ๊ะ ซี้ด!

ผัวห่วย เมียก็ต้องซวยเป็นธรรมดา

และสดๆร้อนๆเลยกับมาคำพูดนี้ “ผัวห่วย เมียก็ต้องซวยเป็นธรรมดา” ...ใจเริง พูดใส่หน้า ฤกษ์ ที่เงื้อมือร่าจะตบ แต่พอฟังคำนี้ถึงกับเงื้อค้าง เพราะมันเจ็บจี๊ด...ก็มันใช่เลยไง สามีใจโลเลอย่างนี้ มันก็ห่วยจริงๆ

อุ๊ย..ต้าย..ตาย กลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ทุกฉบับในเมืองไทยไปแล้วในวันนี้ "น้องคิทตี้ ชิชา" อดีตและอดีตของพระเอกหนุ่ม นาวิน ต้าร์ หรือ นาวิน เยาวพลกุล และ "เนม" ปราการ ไรวา นักร้องดังวง"เก็ตสึโนวา" เป็นนางแบบให้กับแบรนด์ VICKTEERUT บนแคทวอล์กงาน ELLE FASHION WEEKL ที่ฮือฮาเพราะนางสวมชุด"ซีทรู" เดินหน้าตาเฉยโดยไม่แคร์ต่อสายตาของคนทั้งงานที่พยายามจะเพ่งดูให้ทะลุเนื้อผ้าบางๆที่สวมใส่อยู่ โหย... หลังจากนั้นมีทั้งเสียงด่าและเสียงชมเต็มไปหมด ที่แน่ๆนางกลายเป็นนางแบบเบอร์ต้นๆของประเทศไทยไปแล้วจ้า คนแรกที่ด่าเขาว่ายังงี้ "ผู้หญิงจะมีอะไร ถ้าไม่โชว์บนก็โชว์ล่าง เด็กสมัยนี้อะไรก็ได้ให้ได้มาซึ่งเงินและชื่อเสียง แต่คิดเอาเองนะว่าจะเป็นชื่อเสียงแบบไหน". ส่วนคำชมก็มีนะ "แคทวอล์กเมืองนอกถือเป็นเรื่องปกติมากกกกกกกกกก ช่วยวิจารณ์แบบดูบริบทด้วยว่ามันเป็นเรื่องแฟชั่น ไม่ใช่อยู่ในวัดในวา แล้วที่เมืองนอกเค้าเจริญกว่าเราหลายด้าน เพราะเขาไม่คิดเล็กคิดน้อยเรื่องแบบนี้ เอาเวลาไปทำให้ตัวเองเจริญดีกว่ามั๊ย" คุณหล่ะ..คิดยังงัย เชิญเลยค่ะ อิฉันไม่เกี่ยวนะ แค่เอามาลงให้ชมกันเล่นๆเท่านั้นเอง อิอิ