ครบเครื่อง ญ.อมตะ 9 มิถุนายน 2561

สื่อหลายสำนักยืนยันว่า ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่อยู่ระหว่างหลบหนีคดี ขณะนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กำลังอยู่ระหว่างการพำนักในประเทศอังกฤษ พร้อม ทักษิณ ชินวัตร พี่ชาย โดยการเยือนล่าสุด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ใช้หนังสือเดินทางของประเทศหนึ่งในทวีปยุโรป พร้อมวีซ่าเข้าพำนักในอังกฤษเป็นระยะเวลา 10 ปี

ยิ่งลักษณ์ เดินทางออกจากประเทศไทยก่อนศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดอ่านคำพิพากษาคดีปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ครั้งแรกเมื่อ 25 ส.ค. 2560 ท่ามกลางกระแสข่าวขอลี้ภัยที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งแหล่งข่าวระดับสูงจากพรรคเพื่อไทย เปิดเผยเมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว ว่า ประเทศอังกฤษถือเป็น “ชัยภูมิ” ที่เหมาะสมที่สุดที่ ยิ่งลักษณ์ จะไปปักหลักใช้ชีวิต

การได้วีซ่าระยะยาวพำนักในอังกฤษ เป็นประโยชน์ต่อ ยิ่งลักษณ์มากกว่าการได้สถานะผู้ลี้ภัย เพราะต้องใช้ระยะเวลาในการขอสถานะจากกระทรวงมหาดไทย ของสหราชอาณาจักร (Home Office) หลายเดือน แม้ได้สิทธิพำนักในสหราชอาณาจักรขณะขอสถานะ แต่ไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ ไม่สามารถทำงานในประเทศได้ แม้แต่ทำงานช่วยเหลือองค์กรการกุศล ไม่สามารถเปิดบัญชีธนาคารได้ ต้องไปรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นทุก 2 สัปดาห์ การถือวีซ่าระยะยาว จึงทำให้อดีตนายกฯ มีอิสระในการเดินทางเข้าออกอังกฤษมากกว่า

ก่อนหน้าที่จะได้วีซ่า 10 ปี อดีตนายกฯ ใช้วีซ่าระยะสั้นเดินทางเข้าประเทศอังกฤษ ขณะเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ ประจำกรุงเทพมหานครกล่าวว่า ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลใดก็ตามที่พำนักอยู่ในสหราชอาณาจักรเป็นการเฉพาะได้ไม่ว่าจะเป็นกรณีใดๆ

“อดีตพระพุทธะอิสระ” ที่ช่วงนี้ไปธุดงค์อยู่ในเรือนจำ แต่คงได้รับรู้กระแสข่าววิพากษ์วิจารณ์ปฏิบัติการจับกุมที่รุนแรงเกินเหตุอยู่บ้าง .. ถึงถูกเล่นแรงแค่ไหน ก็ยังคงยึดมั่นความเป็น “กองหนุน คสช.” แบบสุดลิ่ม ทิ่มประตู .. เมื่อส่งเสียงผ่านมาถึง “ศิษยานุศิษย์” ว่า อย่าไปตำหนิ คสช.-ตำรวจ ทุกฝ่ายทำหน้าที่ถูกต้องแล้ว .. พร้อมให้กำลังใจ คสช. ในภารกิจสำคัญ “ปฏิรูปวงการสงฆ์-ปราบอลัชชี” ให้สิ้นซาก อีกต่างหาก .. โดยตัวเองพร้อมเสียสละเป็น “หมากตัวหนึ่ง” เพื่อเกมใหญ่ “ล้มทั้งกระดาน” .. ผิดกับท่าทีของ “พี่น้อง 3 ป.” ที่ดูจะไม่เหลือเยื่อใยกันอีกต่อไปแล้ว .. ไล่ตั้งแต่ “ป.ประยุทธ์ - ป.ป้อม - ป.ป๊อก” ที่แม้ 2 รายแรก จะออกมาขอโทษ แต่ก็ใช้ทุกเวทีในการตัดขาดความสัมพันธ์ เหมือนไม่รู้จักกันมาก่อน .. พี่ใหญ่-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ บอกว่า ภาพถ่ายที่เคยร่วมทำบุญกับ “อดีตพระพุทธะอิสระ”นั้น เป็นเหตุการณ์นานแล้ว ไม่ได้สนิทสนมกัน เพิ่งรู้จักตอนไปทำบุญ .. พี่รอง - พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่หล่นวาจาแบบไม่ถนอมน้ำใจ “นุ่งผ้าเหลืองมาเชิญ สมควรไป ก็ไป” ย้อนเหตุการณ์ว่า “เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย” เชิญ อดีต ผบ.ทบ.ไปร่วมงานหล่อพระพุทธรูปเท่านั้น .. น้องเล็ก - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นอกจากยืนยันว่า ไม่ใช่ลูกศิษย์แล้ว ก็ได้ “โทรโข่งส่วนตัว” อย่าง “บิ๊กไก่อู” พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ออกมาย้ำว่า “ชาวพุทธเจอพระก็ต้องไหว้” รูปที่แชร์กันอยู่ ไม่ได้บ่งบอกว่ามีความสัมพันธ์กันเป็นการส่วนตัว .. ขัดแย้งกับชุดข้อมูลก่อนหน้านี้ ที่ระบุว่า “พระพุทธะอิสระ” เป็น “พระอาจารย์” ที่ “พี่น้อง 3 ป.” ให้ความเคารพนับถือมาก มีการไปมาหาสู่กันเสมอ

ความน่ารักของ ญาญ่า อุรัสยา เข้าตากันไปเต็มๆ งานนี้เลยเป็นที่ฮือฮากันยกใหญ่เมื่อ เจ้าชายอับดุล มาทีน แห่งบรูไน พระโอรสองค์ที่สี่ใน สมเด็จพระราชาธิบดีฮัจญี ฮัสซานัล โบลเกียห์ พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรบรูไนดารุสซาลาม เข้ามากดติดตามอินสตาแกรมของ ญาญ่าแถมล่าสุด จีจี้ ฮาดิด นางแบบดังระดับโลก ดีกรีนางฟ้า วิกตอเรียซีเคร็ท ก็เข้ามาคอมเมนต์ในรูปภาพที่ ญาญ่า โพสต์ในไอจีว่า "Cuuuutie :)" หรือน่ารักมากกกก

งานนี้เป็นการบ่งบอกได้เลยว่าความฮอตของ ญาญ่า ไม่ธรรมดา และน่าจะไปได้ดีในการทำงานระดับอินเตอร์ โดยระยะหลัง ญาญ่า เริ่มออกอีเวนต์สายแฟชั่นแบรนด์ระดับโลกแบบเต็มตัว ล่าสุดก็เพิ่งไปเฉิดฉายไปชมแฟชั่นโชว์แบรนด์ "หลุยส์ วิตตอง" และ ญาญ่า เริ่มเป็นที่รู้จักของสื่อต่างประเทศมากขึ้นๆ พร้อมกระทบไหล่คนดังมากมาย ทั้ง Laura Harrier นักแสดงสาวจาก Spider man, Sophie Turner นักแสดง Game of Thrones, เซฮุน จากวง EXO ก็จับตากันให้ดีๆ เชื่อว่า ญาญ่า จะไปได้อีกไกล.

การเปิดตัวของ “เทพเทือก” สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กับบทบาทใหม่ ผู้ร่วมก่อตั้ง “พรรครวมพลังประชาชาติไทย” .. เอาแค่ฉากเค้นน้ำตาอาบนองหน้า ก็เจอล้อกันยันหลานบวชแล้ว .. ยิ่งเจาะเหตุผลความจำเป็นต้อง “ตระบัดสัตย์” หวนคืนการเมืองทั้งที่ออกปากหลายหน ก็ยิ่ง “ไม่มีใครซื้อ” จนดูเหมือน “ทุกฝ่าย-ทุกสื่อ” จะสามัคคีกัน “เฉพาะกิจ” ไล่โซ้ยไม่เลิก .. กับข้ออ้างที่ว่า ขอมาเป็น “ขี้ข้าประชาชน” ด้วยว่า “ภารกิจยังไม่จบ” ทั้งที่ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยออกมาหืออือ อะไรกับ “วาระปฏิรูป” ที่ไม่เคยคืบหน้าในยุค คสช.เลย .. ที่น่าแปลกใจ ก็กระทั่ง “ค่ายเนชั่น” ที่ว่ากันว่าเป็น “ฐานทัพติ่งกำนัน” รวบรวมเซเลป กปปส.ไว้หลายหน่อ ก็ยังต้องตามกระแสสังคม รุมยำด้วยอีกแรง .. กับบทความในท้องเรื่อง "สุเทพ" ตระบัดสัตย์ ละครการเมืองอีกฉาก” ที่หาอ่านได้ในเว็บไซต์ “คมชัดลึก” ..

น่าจะเป็นบทความ “แรงที่สุด” ที่ชำแหละลากไส้ “สุเทพ” ได้อย่างรู้เช่นเห็นชาติ ถูกใจสายฮาร์ดคอร์เป็นอย่างยิ่ง .. ย้อนอดีตเส้นทางเติบโตของ “เทพเทือก”ตั้งแต่เข้าการเมือง จนสร้างตราบาป “ส.ป.ก.4-01” ทำเอา “รัฐบาลชวน” มีอันเป็นไป .. ตลอดจนวีรกรรม “ริยำตำบอน” ในสมัยเป็นนักการเมืองขาใหญ่อีกเพียบ .. ปิดท้ายด้วยคำเย้ยหยันว่า ดราม่า “หลั่งน้ำตา” อ้างขอเป็นขี้ข้าประชาชน ก็แค่สร้างความชอบธรรมเพื่อกลับเข้าวงการเท่านั้น .. อ่านจนจบ ก็ต้องงง ว่ามันเกิดอะไรขึ้น และต้องขยี้ตาว่านี่ “สื่อบางนา” หรือ “สื่อเสื้อแดง” กันแน่ .. หรือว่า “คนที่ร่วมสู้” กันมา ก็เริ่มหันหน้าหนี ไม่ให้ราคา “ลุงกำนัน” คนเดิม .. ก็มีอย่างที่ไหน หลอกใช้ “พลังมวลมหาประชาชน” เอาไปประเคนให้ “รัฐบาลนายพล” ท่องคาถา ดีครับผม เหมาะสมครับนาย .. ไม่เคยคิดจะทวงถาม “วาระปฏิรูป” ที่ตัวเองเคย แผดเสียงกึกก้องท้องถนนบนเวที กปปส. เลย .. ก็เลยได้เห็นแค่พวกที่ยังราย ล้อมรอบตัว “เทพเทือก” คงเป็นระดับหัวปักหัวปำ ไม่ใช่พันธมิตรฯ ไม่ใช่สลิ่ม แต่เป็นติ่งล้วนๆ

ขณะที่แฟนกอล์ฟชาวไทยกำลังชื่นชมกับความสำเร็จครั้งล่าสุดของ เอรียา จุฑานุกาล เจ้าของแชมป์เมเจอร์ ยูเอส โอเพน คนล่าสุด หากสังเกตดูตารางลีดเดอร์บอร์ดให้ดีจะพบว่ามีนักกอล์ฟหญิงไทยอีกคนที่โชว์ฝีไม้ลายมือโดดเด่นยิ่งเพราะจบถึงอันดับ 5 ร่วม ทั้งที่ยังเป็นเพียงมือสมัครเล่นเท่านั้น

การแข่งขันเมเจอร์ครั้งล่าสุดที่เพิ่งจบไป วันที่ 3 มิถุนายน ที่ผ่านมา "เหมียว" ปภังกร ธวัชธนกิจ ลงแข่งขันโดยทำผลงานน่าประทับใจจบรายการที่สกอร์ 2 อันเดอร์พาร์ อันดับ 5 ร่วมกับมือดังอย่าง เล็กซี ธอมป์สัน, ดาเนียล คัง และผู้เล่นฝีมือดีคนอื่นๆ ก่อนคว้ารางวัลมือสมัครเล่นที่ผลงานดีที่สุดไปครอง

นักกอล์ฟหญิงจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแองเจลิส (UCLA) เผยว่าการเล่นกอล์ฟคือสิ่งที่ตัวเองรัก และแรงผลักดันสำคัญคือความสำเร็จของพี่น้อง "โม-เม" โมรียา-เอรียา จุฑานุกาล ฮีโร่รุ่นพี่ที่กอบโกยแชมป์ แอลพีจีเอ ไปแล้วทั้งสิ้น 9 รายการด้วยกัน

ผู้เล่นวัย 18 ปี เผยว่า "ถือเป็นแรงขับเคลื่อนของนักกอล์ฟทุกคน นักกอล์ฟทุกรุ่นต่างใฝ่ฝันที่จะยกระดับตัวเองขึ้นมา การได้เห็นพี่ๆประสบความสำเร็จก็ถือเป็นสิ่งพิสูจน์ว่าเราทุกคนสามารถยกระดับตัวเองมาแข่งที่นี่ได้ สิ่งเหล่านี้คือแรงผลักดันสำคัญของเราจริงๆ"

ศึกเมเจอร์รายการที่ 2 ของปีที่ โชลครีก ถือเป็นรายการระดับอาชีพรายการแรกที่ "น้องเหมียว" เข้าร่วมประชันวงสวิงหลังจากลงแข่งรายการระดับมหาวิทยาลัยฝึกฝีมือมานาน และแน่นอนว่าเป้าหมายคงหนีไม่พ้นการพัฒนาฝีมือและยกสถานะตนเองเป็นผู้เล่นระดับอาชีพเต็มตัวในอนาคต

เอรียา จุฑานุกาล ก้านเหล็กสาวไทย สะสมรายได้ตลอดอาชีพ ระดับ แอลพีจีเอ ทัวร์ ทะลุหลัก 6 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 180 ล้านบาท) เรียบร้อยแล้ว หลังครองแชมป์ศึกเมเจอร์ "ยูเอส วีเมนส์ โอเพน 2018" ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

"โปรเม" ทำเอากองเชียร์ต่างลุ้นระทึก ฟอร์มสะดุดช่วง 9 หลุมหลัง ต้องดวลเพลย์ออฟถึงหลุมที่ 4 กว่าจะเอาชนะ คิม เฮียว จู มือ 67 ของโลก ด้วยช็อตระเบิดทรายที่ดีกว่า พัตต์เซฟพาร์ ระยะ 1 ฟุต หยิบโทรฟีระดับ แอลพีจีเอ ทัวร์ ใบที่ 9 และระดับเมเจอร์ใบที่ 2 ต่อจาก บริติช โอเพน เมื่อปี 2016

ทำให้ อดีตมือ 1 ของโลกชาวไทย ฟันเงินรางวัลเพิ่มอีก 9 แสนเหรียญสหรัฐ (27 ล้านบาท) รวมเป็น 1,704,614 เหรียญ (ราว 51 ล้านบาท) ตลอดฤดูกาล 2018 และ 6,287,946 เหรียญ (188 ล้านบาท) ตลอดอาชีพ

ทั้งนี้ เอรียา วัย 22 ปี ยังรักษาอันดับ 1 ของตารางคะแนนสะสม "เรซ ทู ซีเอ็มอี โกลบ" อย่างเหนียวแน่น เก็บเพิ่มอีก 625 แต้ม รวม 2,450 แต้ม และยังเป็นผู้เล่นคนแรกของปี ที่ครองแชมป์มากกว่า 1 ทัวร์นาเมนต์

ขณะเดียวกัน เอรียา ยังปิดฉากความเกรียงไกรของเพื่อนร่วมอาชีพชาวเกาหลีใต้ และ อเมริกัน ซึ่งประสบความสำเร็จ รายการ "ยูเอส วีเมนส์ โอเพน" ตลอด 11 ครั้งล่าสุด หรือตั้งแต่ แอนนิกา โซเรนสตัม จาก สวีเดน ทำไว้ ปี 2006