ครบเครื่อง ญ.อมตะ 30 ธันวาคม 2560

อีกหนึ่งตำนานของ “เจ้าพ่อแอลเอ” ผู้มีชีวิตโลดโผน ผ่านเรื่องราวต่างๆทั้งร้ายและดีมาตลอดชีวิต เอ่ยชื่อเขาคนเก่าๆของที่นี่ต่างก็รู้จักเขาดี

“อ๊อดดี้” ชัยชาญ พูนโสภิน เป็นชื่อที่ผู้คนพากันครั่นคร้ามเกรงกลัว ขึ้นชื่อลือชาในหมู่นักเลงทั้งหลายว่า คนๆนี้ยอมเสียได้ทุกอย่าง แต่”ไม่ยอมเสียศักดิ์ศรี”

ชีวิตนักสู้ของเขา ตื่นนอนแต่เช้าไปทำงานที่โรงแรม BEVERLY WILSHIRE โรงแรมระดับห้าดาวที่ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ทรงประทับในคราวเสด็จฯลอสแอนเจลิส และกษัตริย์รวมทั้งบุคคลสำคัญต่างๆทั่วโลกมาพักที่นี่

เลิกงานตรงดิ่งกลับบ้าน พา”พี่นวล” นวลฉวี คู่ชีวิตออกไปทานข้าวตามร้านอาหารต่างๆ เมื่อก่อนร้านอาหารที่มีดนตรีและนักร้องจะเป็นร้านโปรดของเขา เพราะนอกจากได้ฟังเพลงเพราะๆจากนักร้องแล้ว ยังเป็นโอกาสดีที่จะได้ดื่มบรั่นดีบำรุงร่างกาย พอบรั่นดีออกฤทธิ์เต็มที่ก็จะมีนักร้องกิตติมศักดิ์คนนี้ขึ้นไปร้องเพลง และเพลงประจำชาติของเขาคือเพลง”รอ” ถ้าได้ยินเพลงนี้เป็นที่รู้กันว่า “อ๊อดดี้”กำลังมีความสุขที่สุด เขาเป็นขวัญใจของนักร้องและพนักงานเสิร์ฟทุกคน “อ๊อดดี้” ทิปไม่อั้นได้รับทิปกันทั่วหน้า

ชีวิตในวันนี้ของ “อ๊อดดี้” มีความสุขอย่างน่าอิจฉาที่สุด รีไทร์จากงานประจำ รับเงินจากโซเชียลเดือนละหลายพันเหรียญ เลิกดื่มบรั่นดีอย่างเด็ดขาด ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอทุกวัน มีน้องๆแวะเวียนไปทานข้าวที่บ้านตลอดเวลา แถมด้วยการขอยืมเงินอีกต่างหากเพราะรู้ว่า “พี่อ๊อดดี้” ใจดี

พูดถึง ณเดชน์ คูกิมิยะ คนไทยทุกคนรู้จักเขาดี ในนามพระเอกละครโทรทัศน์หมายเลขหนึ่งของประเทศไทย พระเอกผู้ครองหัวใจของแฟนๆมาตลอดกาล พระเอกที่ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อยทั้งในและนอกวงการ เป็นพระเอกที่มีงานละคร งานโฆษณาและงานโชว์ตัวมากที่สุด แน่นอนละ...งานมากย่อมได้รับเงินมากตามไปด้วย เพียงแค่ไม่นานที่เข้ามาอยู่ในวงการบันเทิง ก็สามารถทำให้เขากลายเป็นเศรษฐีย่อยๆขึ้นมา เขาสามารถมีทุกอย่างที่ต้องการได้ แต่ “ณเดชน์” ก็ยังคงเป็น “ณเดชน์” คนเดิมที่เป็นนักศึกษา ที่ตั้งหน้าตั้งตาเรียนหนังสือจนได้รับปริญญาสมความตั้งใจ ยังคงเป็นคนลึกลับในเรื่องความรัก ทั้งๆที่มีข่าวกับ “ญาญ่า” อุรัสญา เสปอร์บันด์ มาตลอด แต่ก็ยังไม่แจ่มแจ้งเหมือนดาราคู่อื่น ชีวิตส่วนตัวเป็นคนเรียบง่าย ติดดิน นอบน้อมถ่อมตน จนเขาสามารถครองใจแฟนละครได้หมดทุกคน

ล่าสุด “ณเดชน์” วิ่งออกกำลังกายในหมู่บ้าน นุ่งกางกางขาสั้น เสื้อยืด สวมรองเท้าแตะ เสร็จเรื่่องออกกำลังก็ขับรถจะเอาฟีลม์ไปอัดที่ร้านถ่ายรูปแถวสุขุมวิทย์ซึ่งเป็นร้านที่เคยไปอัดรูปเป็นประจำ เจอปัญหารถติดบนถนนมากมาย เลยตัดสินใจขึ้นรถไฟฟ้าแทน บนรถไฟฟ้าแทบไม่มีใครสนใจมองเขาเลย เพราะทุกคนไม่นึกว่า ดาราอันดับหนึ่งของประเทศไทยจะมาใช้บริการรถไฟฟ้าในสภาพการแต่งกายอย่างที่เห็นใน รูปนั่นแหละ แต่มีบางคนที่จำได้เลยแชะภาพของเขามาเผยแพร่ในโซเชียลเน็ตเวิร์ค นี่แหละพระเอกติดดินของคนไทยอย่างแท้จริง

ใครจะคิดถึงเธออย่างไรเราไม่ทราบ แต่สำหรับ ญ.อมตะ นั้น “เธอคือนางฟ้า” ผู้มีนำ้ใจงดงามในขณะที่ผู้คนในยุคนี้ หาคนมีน้ำใจได้น้อยมาก

ชาลินี พรบิดา มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันในแวดวงความงาม เธอสนุกสนานกับการเข้าประกวดนางงามตามเวทีต่างๆ ได้ตำแหน่งบ้าง ไม่ได้ตำแหน่งบ้าง นั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญสำหรับเธอ ที่เธอชอบเพราะได้แต่งตัว แต่งหน้าสวยๆ ได้พบเพื่อนเก่าและได้มีเพื่อนใหม่

JUDY เคยสมหวังและเคยผิดหวังกับความรักมาแล้ว แต่ครอบครัวของเธอแข็งแรงที่จะโอบอุ้มเธอให้ปลอดภัยพ้นจากภัยอันตรายต่างๆ ถึงอย่างไรเธอก็ยังเป็นเด็กน้อยของ คุณพ่อชาย พรบิดา เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ HEALTH DEPARTMENT ของ CITY OF LOS ANGELES ส่วน คุณแม่นารี พรบิดา มีตำแหน่งเป็นหัวหน้า FIRE DEPATMENT

ประสาเด็กวัยรุ่นที่ต้องการดำเนินชีวิตไปตามความต้องการของตัวเอง เธอเคยเป็นพยาบาล เคยเป็นคัวแทนสินค้าของ AMWAY และตัวแทนขายประกันชีวิตของ PRIMERICA จนในที่สุดทนคำขอร้องของคุณพ่อและคุณแม่ไม่ได้ จึงได้สอบเข้าเป็นเจ้าหน้าที่ของ HEALTH DEPARTMENT OF LOS ANGELES เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งบุพการีของเธอดีใจเหมือนถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่ 1 เชียวละ

ชีวิตในสังคมคนไทยของเธอ มักจะได้รับคำเชิญจากพี่ป้าน้าอาให้ไปร่วมงานกุศลและงานบันเทิงอยู่เนืองๆ ซึ่งเธอก็ยินดีไปร่วมงานเสมอ เพราะระลึกถึงความเมตตาและเอ็นดูที่ทุกท่านมอบให้ เพราะถ้ามีโอกาสเธอก็จะได้เผยแพร่คุณภาพน้ำดื่ม ICE LANDIC ที่เธอและแฟนหนุ่มร่วมหุ้นกันทำ ขอให้กิจการเจริญๆยิ่งขึ้นไปนะค๊ะ

ดังที่สุดในประเทศไทยรองลงมาจาก พี่ตูน บอดี้แสลม แล้ว ชั่วโมงนี้ทุกคนยอมรับว่า “เจ๊ไฝ” สุภิญญา จันสุตะ เจ้าของตำรับ “ไข่เจียวปู” อร่อยที่สุด ราคาแพงที่สุด ที่มิชลินสตาร์สตรีทฟู๊ดมอบดาวให้หนึ่งดวงที่เป็นร้านอาหารที่ปรุงอาหารได้”อร่อย”ที่สุด

ร้านอาหารเจ๊ไฝประตูผีเปิดมานานกว่า 40 ปีแล้ว ร้านไม่ได้ใหญ่โต เปิดขายตั้งแต่บ่าย 3 โมงถึงตี 2 ก่อนเปิดร้านจะต้องทานอาหารกันให้เต็มที่ เพราะหลังจาก ร้านเปิดจนถึงปิด จะมีลูกค้าแน่นทุกวันจนไม่มีเวลาทานอาหารกันเลย

ยิ่งมีชื่อเสียงเท่าไรงานก็หนักเพิ่มขึ้นเท่านั้น เรียกว่าขายดิบขายดี เหมือนทำแจกฟรี กันทีเดียว จนมีข่าวออกมาว่า “เจ๊ไฝ” ปิดร้านหนีไปพักผ่อนซะหลายวัน มีคนไปถาม แกว่าขายดีจนต้องปิดร้านหนีเลยเหรอ “เจ๊ไฝ” ค้อนให้วงใหญ่ก่อนจะตอบว่า

“สรรพากรเค้ามานั่งเฝ้าดูเจ๊ขายของทั้งวัน ทั้งจดทั้งนับว่า วันหนึ่งขาย ได้เท่าไร ลงทุนไปเท่าไร เจ๊เลยปิดร้านหนีไปนอนหัวหินสักพัก เผื่ออะไร มันจะดีขึ้นบ้าง”

เป็นไปตามธรรมเนียมของทุกปี ทุกวาระสำคัญ .. เมื่อ “ป๋าเปรม”พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เปิดบ้านสี่เสาเทเวศร์ ให้คณะบุคคลเข้าอวยพร เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ .. ในคิวที่ “นายกฯตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นำคณะรัฐมนตรี และผู้บัญชาการเหล่าทัพ เข้าอวยพร บรรยากาศก็ “ชื่นมื่น”ไปตามสภาพ .. หากแต่น้ำเสียงของ“ป๋าเปรม”งวดนี้ดูจะแปร่งๆ ออกไป เมื่อเทียบกับวาระอื่นที่ได้พบ “หลานตู่”และชาวคณะ .. แต่เดิม“ประธานองคมนตรี”มักจะชื่นชมในความตั้งใจของ“นายกฯตู่”อย่างไม่ขาดปาก .. มาครั้งนี้กลับมีวาจาในลักษณะ“สัญญาณเตือน” โดยเฉพาะท่อนที่ว่า “ตู่ใช้กองหนุนไปเกือบหมดแล้ว แทบจะไม่มี กองหนุน เหลืออยู่แล้ว”.. ถือเป็นคำพูดที่ “แทงใจดำ”กันพอสมควร แม้จะ “ลูบหลัง”ด้วยคำแนะนำ “ขอให้ดำรงความมุ่งหมายเพื่อเติมกองหนุนมากขึ้นให้ได้”ก็ตาม .. ซึ่ง “วรรคทอง”ของ “ป๋าเปรม”คงไม่ได้มาจากความรู้สึก แต่เป็นการสะท้อน ภาพความเป็น จริงที่เกิดขึ้น .. กับบริบทที่แปรเปลี่ยนไปของ “อดีตแนวร่วม”รวมทั้ง “ติ่งทหาร - ติ่งลุงตู่”ที่เวลานี้เริ่มมีท่าที ตีจากการสนับสนุน“รัฐบาล คสช.”ไปทุกขณะ .. ตลอดจน “คะแนนนิยม-เรตติ้ง”ที่โงหัวไม่ขึ้นมาตลอดปี 2560 ที่ผ่านมา จากจุดพีคที่เคยหนุน“รัฐบาลลุงตู่ แบบมืด ฟ้ามัวดินเกือบเต็ม 100% .. มาบัดนี้ผลโพลแต่ละสำนักออกมา แรงหนุน-แรงต้าน เบียดบี้ตีคู่กันอย่างสูสี ซ้ำร้ายยังหนักไปทาง“แอนตี้”ด้วยซ้ำ .. ไม่ใช่แค่เตือน ตามประสา ผู้หลัก ผู้ใหญ่ “ป๋าเปรม”ยังพูดแทนคนไทยทั้งชาติด้วยว่า“ขอย้ำอีกทีว่าที่ ตู่พูดว่า จะนำความสุขมาให้คนไทย จะต้องดำรงความมุ่งหมายนี้ให้ได้..” ..เป็นการขยี้ ให้เห็นภาพว่า 3 ปีกว่าที่ผ่านมา“รัฐบาล คสช.”ยังไม่ได้คืนความสุขที่แท้จริงให้ประชาชน .. ฟังแล้ว“ชาวคณะ คสช.”คงสะอึกไปไม่น้อย

“เพชร” อิทธิ ชวลิตธำรง ผู้ชายรูปหล่อคนนี้ ไม่หรูหราฟู่ฟ่าเหมือนไฮโซหนุ่มทั่วๆไป เป็นนักธุรกิจที่บริหารทรัพย์สินจำนวนหมื่นล้านอย่างชาญฉลาด ทรัพย์สมบัติอันเป็นมรดกตกทอดจากคุณพ่อผู้ล่วงลับไปแล้วมีที่ดิน 2 ใน 3 ของพัทยา โรงแรมชื่อดังในพัทยาหลายแห่งล้วนเช่าที่ของเขาดำเนินธุรกิจในอัตราเช่าที่ค่อนข้างแพงมาก เพราะไม่ว่าจะเอาเงินมากองให้เท่าไรเพื่อขอซื้อที่ดินทำโรงแรมเขาก็ไม่ยอมขาย แถมตัวเองยังเป็นเจ้าของคอนโดหรูระดับ 5 ดาวริมทะเลอีกด้วย

เพิ่งจะมีคนรู้จักชื่อ “ไฮโซเพชร” เมื่อ 3 ปีท่ีผ่านมานี้เอง เมื่อเขาประกาศแต่งงานกับ “พิ๊งกี้” สาวิกา ไชยเดช นางเอกสาวชื่อดังของเมืองไทย โดยใช้งบประมาณในการหมั้นหมายและแต่งงานถึง 300 ล้าน เป็นงานวิวาห์สุดหรูคู่หนึ่งในประเทศไทย

ชีวิตหลังแต่งงานของสามีภรรยาคู่นี้ดำเนินไปอย่างไรแทบไม่มีใครรู้ เพราะทั้งคู่ไม่อนุญาตให้ใครไปแอบสืบข่าวอยู่ใต้เตียงนอน ดังนั้นนิยายรักของคนคู่นี้จึงเงียบสนิท ไม่มีใครล่วงรู้ถึงความเป็นไปต่างๆนาๆได้

จู่ๆก็มีข่าวเตียงหักขึ้นมาชนิดไม่รู้อิโหน่อีเหน่ ถามใครก็ไม่มีคำตอบทั้งสองฝ่าย ร้อนถึง “ขาเผือก”ทั้งหลายต้องไปขุดคุ้ยหาสาเหตุกันยกใหญ่เพื่อนำมาประมวลเหตุที่ทำให้ทั้งคู่เลิกกัน ความเลยแตกขึ้นมาทีละชิ้นละอัน

เพราะความรูปหล่อและรำ่รวยเกินระดับมาตรฐานของเพชร ประกอบกับเป็นคนเก็บความลับได้ดีมากถึงดีที่สุด ขุดค้นมาได้เพียง ครั้งหนึ่งเขามีข่าวว่าจะหมั้นกับ ซาร่า มาลากุล เลน ด้วยสินสอดทองหมั้นนับ 100 ล้านเลยทีเดียว แต่เขาถูกตัดสิทธิไม่ได้ไปต่อโดยไม่ทราบสาเหตุ

หลังจากนั้นเพชรก็ตกเป็นข่าวเฉพาะวงในกับ “เมย์” พิชญ์นาฎ สาขากร กับ “แตงโม” ภัทรธิดา พัชระวีระพงศ์ กับ “ตรี” พัสวีพิชญ์ ศรณ์อัครภา และสุดท้ายกับ “ขวัญ” อุษามณี ไวยยานนท์ ที่มีข่าวเกรียวกราวว่าควงกันบินไปเที่ยวมาเลเซียอย่างมีความสุข

จึงมีผู้เชี่ยวชาญในเชิงโลกีย์ทั้งหลายพากันวิเคราะห์เจาะลึกว่า ผู้ชายเจ้าเสน่ห์ที่รำ่รวยมหาศาลอย่าง “เพชร” จะมีความอดทนทานโรตีอย่างเดียวเป็นเวลาถึง 3 ปีได้หรือ?