ครบเครื่อง ญ. อมตะ 14 ธันวาคม 2562

ขอโทษครับเจ้านาย หนุ่มไปทำงานสาย ติด “กองทัพห่าน” พันตัวข้ามถนน

ขอโทษครับเจ้านาย – เดลีเมล รายงานว่า กองทัพห่านมากกว่า 1,000 ตัว ข้ามถนนเป็นแถวยาวจนสุดสายตา ที่เมืองฟูหยาง มณฑลอานฮุย ทางตะวันออกของจีน กลายเป็นเหตุผลให้หนุ่มออฟฟิศซึ่งกำลังขับรถไปทำงาน ต้องขอโทษขอโพยเจ้านายที่จะเข้าทำงานสาย เนื่องจากต้องรอกองทัพห่านข้ามถนน

หนุ่มออฟฟิศคนนี้มีชื่อ นายหยิน อัดคลิปวิดีโอขณะที่กองทัพห่านข้ามถนน ตอนแรกนึกว่าจำนวนห่านน่าจะมีนิดเดียว แต่เมื่อมองออกไปทางหน้าต่างแล้วต้องตะลึงเพราะกองทัพห่านเป็นแถวความยาวอย่างน้อย 1,000 เมตร หรือ 1 กิโลเมตร ทีเดียว ซึ่งกำลังกลับฟาร์มของพวกมัน

นายหยินยังโทรศัพท์แจ้งเจ้านายว่าจะเข้าทำงานสายเล็กน้อย อย่างไรก็ดี หลังจากรอสัก 15 นาที เจ้าของฟาร์มห่านช่วยหยุดกองทัพห่านข้ามถนน เพื่อให้รถยนต์ของตัวเองขับผ่านไปได้ ไม่เช่นนั้นมีหวังต้องรอจนพลบค่ำกว่าจะไปถึงออฟฟิศแน่นอน


นิตยสารไทม์ยก "เกรียตา ทุนแบร์ก" สาวน้อยวัย 16 เป็นบุคคลแห่งปี 2019

เกรียตา ทุนแบร์ก เด็กสาวผู้กลายเป็นสัญลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการต่อสู้เพื่อสิ่งแวดล้อม ได้รับเลือกโดยนิตยสารไทม์ ให้เป็นบุคคลแห่งปี 2019

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกรียตา ทุนแบร์ก เด็กสาวชาวสวีเดนวัย 16 ปี ผู้เป็นแรงบันดาลใจแก่คนหนุ่มสาวหลายล้านคนทั่วโลกให้ออกมาเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อสิ่งแวดล้อม ได้รับเลือกให้เป็น “บุคคลแห่งปี” ประจำปี 2019 ของนิตยสาร ไทม์ เมื่อวันพุธที่ 11 ธ.ค. 2562

ทุนแบร์ก เริ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมมาตั้งแต่อายุ 15 ปี โดยเริ่มจากกิจกรรมเล็กๆ อย่าง โดดเรียนทุกวันศุกร์ไปประท้วงที่หน้ารัฐสภา เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลมีมาตรการต่อสู้กับภาวะสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงมากกว่านี้ ก่อนที่นักเรียนคนอื่นๆ จะเริ่มออกมาประท้วงแบบเดียวกันในท้องถิ่นของตัวเอง กลายเป็นการเคลื่อนไหวที่ชื่อว่า “วันศุกร์เพื่ออนาคต” (Fridays for Future) ซึ่งกระจายไปทั่วโลก หลังจากเธอได้รับเชิญไปพูดที่การประชุมสหประชาชนว่าด้วยความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในปี 2561

ชื่อของทุนแบร์ก ยิ่งได้รับความสนใจไปทั่วโลกมากขึ้นไปอีกในปี 2562 โดยรูปของเธอได้รับการตีพิมพ์บนปกนิตยสารไทม์ การประท้วงหยุดเรียนของเธอก็ได้รับการจัดทำเป็นภาพยนตร์สารคดีนาน 30 นาทีในชื่อว่า “Make the World Greta Again” แต่เหตุการณ์ที่ทำให้เธอเป็นที่รู้จักมากที่สุดเกิดขึ้นในการประชุมโลกร้อนของสหประชาชาติที่นครนิวยอร์กเมื่อเดือนกันยายน

ทุนแบร์กเดินทางด้วยเรือไร้การปล่อยมลภาวะนาน 2 สัปดาห์ข้ามทะเลไปร่วมการประชุม และกล่าวประณามผู้นำยูเอ็นที่ยังไม่มีมาตรการต่อสู้โลกร้อนอย่างเป็นรูปธรรมว่าพวกเขา “ขโมยความฝันและวัยเด็กของเธอไปด้วยคำพูดเลื่อนลอย” “ผู้คนกำลังทุกข์ทรมาน ผู้คนกำลังจะตาย ระบบนิเวศทั้งหมดกำลังล่มสลาย เรากำลังอยู่ในจุดเริ่มต้นของการสูญพันธ์ุครั้งใหญ่ แต่พวกคุณกลับพูดถึงแต่เรื่องเงินและเรื่องเพ้อฝันอย่างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างไม่สิ้นสุด พวกคุณกล้าดียังไง!”

ทั้งนี้ นิตยสารไทม์ ระบุเหตุผลที่เลือกทุนแบร์กเป็นบุคคลแห่งปีสำหรับพวกเขาว่า “ในช่วง 16 เดือนนับตั้งแต่การประท้วงของเธอเริ่มขึ้น ทุนแบร์กได้กล่าวปราศรัยต่อหน้าผู้นำประเทศในสหประชาชาติ, พบกับพระสันตะปาปา, ปะทะคารมกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ และเป็นแรงบันดาลในให้คนกว่า 4 ล้านคนเข้าร่วมการประท้วงเพื่อสภาพอากาศโลก”

“แม้ว่าทุนแบร์กจะไม่มีวิธีแก้ปัญหาโลกร้อน แต่เธอก็ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนทัศนคติของผู้คน เปลี่ยนให้คนที่ยังไม่ตัดสินใจ หรือได้แต่นอนกังวลยามค่ำคืน ให้ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างเร่งด่วน” ไทม์ระบุ “เธอเรียกร้องอย่างหนักแน่นถึงเหล่าผู้ที่ยินดีจะออกมาเคลื่อนไหว และทำให้ผู้ที่ไม่อยากทำต้องอับอาย”


น้ำแข็งกรีนแลนด์ ละลายเร็วกว่ายุค 90 ถึง 7 เท่า! เมืองริมทะเลอาจโดนธรรมชาติจัดหนักกว่านี้

ข้อมูลจากคณะทำงานระหว่างรัฐบาลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ไอพีซีซี) ขององค์การสหประชาชาติ เผยข้อมูลว่า น้ำแข็งจากเกาะกรีนแลนด์ ประเทศเดนมาร์ก ที่ตั้งอยู่ใกล้ขั้วโลกเหนือทุกวันนี้ ละลายเร็วกว่าเมื่อทศวรรษ 1990 ถึง 7 เท่า

กรีนแลนด์สูญเสียน้ำแข็งไป 3.8 ล้านล้านตันตั้งแต่ปี 2535 และอัตราน้ำแข็งละลายก็เพิ่มขึ้นจาก 33,000 ล้านตันต่อปี ในทศวรรษ 1990 มาอยู่ที่ 254,000 ล้านตันต่อปีเมื่อทศวรรษที่ 2000 ซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้นไปด้วย

ไอพีซีซี ระบุอีกว่า ระดับน้ำทะเลในปี 2643 หรืออีก 81 ปีข้างหน้าจะสูงขึ้น 67 เซนติเมตร หรือสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ 7 เซนติเมตร และจะทำให้คน 400 ล้านคนเสี่ยงเจอกับภัยน้ำท่วมทุกปี จากเดิม 360 ล้านคน

ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นยังจะทำให้คนทั้งโลกที่อาศัยอยู่ใกล้ทะเล ต้องเจอกับการโดนคลื่นกัดเซาะอย่างหนัก และภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงขึ้นกว่าเดิม

นายแอนดรูว์ เชเฟิร์ด นักวิชาการด้านการสังเกตการณ์การเปลี่ยนแปลงของโลกจากมหาวิทยาลัยลีดส์ ในสหราชอาณาจักร ที่ร่วมทำการศึกษาครั้งนี้บอกว่า สิ่งที่คนริมทะเลจะเจอ ไม่ใช่แค่ผลกระทบเล็กๆ เท่านั้น แต่อาจจะเจอภัยที่รุนแรง ซึ่งบางเหตุการณ์ก็เกิดขึ้นแล้วด้วย


แห่ชมสวนคริสต์มาสเบลเยียม เปิดไฟพร้อมกัน 25,000 ดวง

นักท่องเที่ยวแห่ชม สวนในหมู่บ้านเล็กๆ ใกล้บรัสเซลส์ ถูกเนรมิตให้เป็น ‘หมู่บ้านคริสต์มาส’ เริ่มเปิดไฟเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาส พร้อมกันกว่า 2 หมื่นดวง

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน หมู่บ้านเล็กๆ ชื่อ “แฮมม์-วิลล์” ใกล้กรุงบรัสเซลส์ เมืองหลวงของเบลเยียม กลายเป็นหนึ่งในจุดศูนย์กลางดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างล้นหลามในช่วงเทศกาลคริสต์มาส เมื่อ นายเซิร์จ เฮนเนเบล วิศวกรการบินหัวใส ผู้มีชื่อเล่นว่า “เอลฟ์ เชิร์จ” เนรมิตสวนของเขาให้เป็น “หมู่บ้านคริสต์มาส” และเริ่มเปิดไฟเฉลิมฉลองคริสต์มาสพร้อมกันถึง 25,000 ดวง ในสวน ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 7 ธ.ค.2019 ที่ผ่านมา

นายเฮนเนเบล ซึ่งแต่งตัวเป็นซานตาคลอส เผยว่า มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก รวมทั้งจากสหรัฐฯ แคนาดา บราซิล ญี่ปุ่น ฯลฯ หลั่งไหลไปชมสวนของเขาจำนวนมาก และต่างเขียนในสมุดเยี่ยมชม แสดงความชื่นชมด้วยถ้อยคำดีๆ มากมาย

ทั้งนี้ นายเฮนเนเบล จัดแสดงงานคริสต์มาสขนาดใหญ่มหึมาในสวนของเขามานาน 10 ปีแล้ว ในสวนมีทั้งต้นไม้ขนาดยักษ์ และคนแต่งตัวเป็น “ภูติน้อย” (Elves) 15 ตัว เมื่อปี 2556 เฮนเนเบลยังนำรถไฟไปติดตั้งในสวนเพื่อให้นักท่องเที่ยวนั่งชมสวนเนรมิตของเขาได้สะดวกขึ้น เขายังแต่งตัวเป็นซานตาคลอส ทำหน้าท่ีเป็นประธานในพิธีแต่งงานของคู่บ่าวสาวคู่หนึ่งในสวนแห่งนี้เมื่อปี 2560 ด้วย

สวนของเฮนเนเบล ซึ่งถูกเรียกว่า “วันเดอร์แลนด์” (ดินแดนมหัศจรรย์) ยังถูกตกแต่งด้วยสิ่งต่างๆ ท่ีเป็นเอกลักษณ์ของเบลเยียมที่ชาวโลกรู้จักกันดี เช่น รูปปั้นของเด็กชายยืนปัสสาวะ หรือ “แมนเนเคน พิส” ใครที่ไปเที่ยวเบลเยียมในช่วงเทศกาลคริสต์มาส สามารถไปเยี่ยมชมได้ เพราะอยู่ห่างกรุงบรัสเซลส์ แค่ 15 กิโลเมตรเท่านั้น


บินช่วงปีใหม่ผู้บริโภคต้องได้รับความเป็นธรรม

นับวันผู้คนสนใจเดินทางด้วยสายการบินมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงเทศกาลหยุดยาวอย่างปีใหม่ แม้ราคาค่าตั๋วจะแพงกว่ารถทัวร์กับรถไฟ แต่ส่วนใหญ่ต้องการ “ซื้อเวลา” เพราะมีความสะดวกรวดเร็วกว่าการเดินทางด้วยรถ เนื่องจากการจราจรติดขัด บางคนเสียเวลาไปเป็นวันกว่าจะถึงภูมิลำเนา หรือสถานที่ท่องเที่ยวเป้าหมาย ในขณะที่ผู้ประกอบธุรกิจสายการบินและตัวแทนขายตั๋วโดยสารต่างหา “กลยุทธ์ดึงดูดลูกค้า” ใช้วิธีการขายหรือโฆษณาผ่านทางช่องทางต่างๆ เพื่อจูงใจผู้บริโภคให้เกิดความสนใจ ซึ่งแน่นอนว่าบ่อยครั้งกลยุทธ์เหล่านั้นมีการ “ล้ำเส้น” จนนำไปสู่การ “เอาเปรียบ” ผู้บริโภค

สำหรับปัญหาการใช้บริการของสายการบินโลว์คอสต์ที่พบบ่อย ได้แก่ 1.สายการบินเลื่อนเวลาเดินทางหรือยกเลิกเที่ยวบินโดยไม่แจ้งล่วงหน้าหรือแจ้งกระชั้นชิด 2.กรณีจองตั๋วโดยสารผ่านระบบอินเทอร์เน็ตมีการคิดค่าบริการซ้ำซ้อนเนื่องจากระบบ ERROR 3.ไม่สามารถยกเลิกการเดินทางหรือเปลี่ยนชื่อผู้เดินทางได้ 4.สายการบินคิดค่าใช้จ่ายในการขอเปลี่ยนเส้นทาง หรือขอเลื่อนการเดินทางสูงกว่าราคาตั๋วโดยสาร 5.กระเป๋าเดินทางชำรุด หรือสูญหาย หรือทรัพย์สินภายในกระเป๋าสูญหาย 6.การโฆษณาจัดโปรโมชั่นลดราคาโดยไม่แจ้งเงื่อนไขที่ชัดเจน เช่น จำนวนที่นั่ง ราคาค่าใช้จ่ายอื่นๆ

ขณะเดียวกันกรณีสายการบินโลว์คอสต์ยกเลิกเที่ยวบินจะมีประกาศ กระทรวงคมนาคม เรื่อง การคุ้มครองสิทธิของผู้โดยสารที่ใช้บริการสายการบินของไทยในเส้นทางบินประจำภายในประเทศ พ.ศ.2553 เที่ยวบินล่าช้า 1) ล่าช้าเกินกว่า 2 ชั่วโมง แต่ไม่เกิน 3 ชั่วโมง 2) ล่าช้าเกินกว่า 3 ชั่วโมง แต่ไม่เกิน 5 ชั่วโมง 3) ล่าช้าเกินกว่า 5 ชั่วโมง แต่ไม่เกิน 6 ชั่วโมง 4) ล่าช้าเกินกว่า 6 ชั่วโมง ส่วน การยกเลิกเที่ยวบิน หรือปฏิเสธการขนส่งระหว่างประเทศ จะมี พ.ร.บ.การรับขนทางอากาศระหว่างประเทศ พ.ศ.2558 กำหนดไว้ใน มาตรา 12 และ มาตรา 15 ทั้งนี้ ต้องดูถึงสาเหตุของความล่าช้าด้วยว่าเกิดจากสาเหตุอะไร เช่น สภาพอากาศ ปัญหาด้านความปลอดภัย หรือปัญหาการจัดการหรือความไม่พร้อมของสายการบิน และหากผู้บริโภคได้รับความเสียหายเกินกว่าที่มาตรการตามประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง การคุ้มครองสิทธิของผู้โดยสารที่ใช้บริการสายการบินของไทย ในเส้นทางบินประจำภายในประเทศ พ.ศ.2553 ผู้บริโภคสามารถยื่นเรื่องร้องเรียนพร้อมเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการเรียกร้องค่าเสียหายได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ “สคบ.”

เพื่อเป็นการป้องปรามและรณรงค์เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ใกล้จะถึงนี้ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ได้เป็นประธานการประชุมหารือ “มาตรการการคุ้มครองผู้บริโภคเกี่ยวกับการใช้บริการสายการบิน” ร่วมกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง กรุงเทพฯ

นายเทวัญ กล่าวว่า ปัญหาของผู้บริโภคในการเดินทางท่องเที่ยวและเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลปีใหม่และในช่วงวันหยุดยาวต่อเนื่อง ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยนิยมใช้บริการสายการบินในการเดินทาง เพราะมีความสะดวกสบาย ประหยัดเวลาในการเดินทาง ส่งผลให้ สคบ.ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภค เกี่ยวกับกรณีการได้รับความเสียหายจากการใช้บริการสายการบินทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เช่น การยกเลิกเที่ยวบิน สายการบินเดินทางล่าช้า สัมภาระผู้โดยสารสูญหาย เสียหายจากการขนย้าย ระบบการจองตั๋วโดยสารเครื่องบินผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ตขัดข้อง การจองตั๋วโดยสารผ่านตัวแทนจำหน่ายไม่เป็นไปตามสัญญา สคบ.จึงดำเนินการบูรณาการเพื่อหามาตรการการคุ้มครองผู้บริโภคเกี่ยวกับการใช้บริการสายการบิน

หากผู้บริโภคถูกเอารัดเอาเปรียบหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการใช้บริการสายการบิน สามารถร้องเรียนได้ที่ สายด่วน 1166 หรือร้องเรียนผ่านระบบออนไลน์ www.ocpb.go.th หรือมาร้องเรียนด้วยตนเองที่ สคบ.


ยอดเขาเทวดา ดินแดนสวรรค์แห่งสุพรรณบุรี

ยอดเขาเทวดา เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดใน จ.สุพรรณบุรี ที่ระดับความสูง 1,123 เมตร จากระดับน้ำทะเล อยู่ในอุทยานแห่งชาติพุเตย มีพื้นที่เกือบ 2 แสนไร่ หรือประมาณ 317 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าองค์พระ ป่าเขาพุระกำ และป่าเขาห้วยพลู เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารหลายสาย มีธรรมชาติที่สวยงามเหมาะที่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจและยังสามารถมองเห็นทะเลหมอกและไอหมอกที่ปกคลุมไปทั่วทั้งยอดเขา

โดยนักท่องเที่ยวผู้พิชิตยอดเขาเทวดา จะได้ชื่นชมกับผืนป่า อันอุดมสมบูรณ์ของอุทยานแห่งชาติพุเตย,อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ และมรดกโลกห้วยขาแข้ง ซึ่งมีไอหมอกปกคลุม อยู่ตลอดฤดูหนาว ประกอบกับ ภูเขานับร้อย สลับซับซ้อนเหมือนท้องทะเลแห่งภูเขาเลยทีเดียว ซึ่งถือว่าเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่ท้าทายนักผจญภัยที่สุดในอุทยานแห่งชาติพุเตย สำหรับ การท่องเที่ยวยอดเขาเทวดานั้น สามารถเที่ยวชมได้ทุกฤดูกาล

ทั้งนี้หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ พุเตยที่ 3 ตะเพินคี่ (ด้านปลักประดู่-ตะเพินคี่)จากอำเภอด่านช้าง เดินทางไปบ้านบ้านปลักประดู่ (เส้นทาง 3086) – บ้านวังยาว ไปบ้านกล้วยป่าผาก (ทางลาดยาง) เลี้ยวซ้ายขึ้นเขาอีกประมาณ 14 กิโลเมตร (สภาพถนนเป็นทางลูกรังขรุขระ และเป็นทางขึ้นเขาสูงชัน ควรเป็นรถขับเคลื่อน 4 ล้อในหน้าฝน และรถกระบะในหน้าแล้ง) หมู่บ้านกระเหรี่ยงตะเพินคี่ อยู่ติดเขตแนวกันชนมรดกโลก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งระยะทาง กรุงเทพ – หมู่บ้านกระเหรี่ยงตะเพินคี่ (หน่วยพิทักษ์อุทยานที่ 3) ระยะทาง 260 กิโลเมตร