ครบเครื่อง ญ. อมตะ 21 ธันวาคม 2562

หาจนเจออีกครั้ง แหวนหมั้น-แต่งงาน คู่รักเผลอทิ้ง-รื้อกองขยะ 30 ตัน

หาจนเจออีกครั้ง – เดลีเมล รายงานเรื่องราวโล่งอกโล่งใจของคู่รักใกล้วิวาห์ชาวออสเตรเลียที่เจอ แหวนหมั้น และ แหวนเพชรแต่งงาน อีกครั้งจากกองขยะหลายสิบตันที่ลานฝังกลบในเมืองเมลเบิร์น เครือรัฐออสเตรเลีย

เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ หนุ่มสาวขับรถไปสถานีขนถ่ายขยะเมืองสโตนนิงตัน เพื่อนำขยะมาทิ้งหลังดำเนินการปรับปรุงบ้านใหม่ แต่ระหว่างทางขากลับ นึกได้ว่าเผลอโยนแหวนทั้งสองวงทิ้งลงถังขยะก่อนออกจากบ้าน กลับมาที่สถานีขนย้ายขยะอีกครั้ง ปรากฏว่าปิดทำการแล้ว สร้างความใจสลายคู่รักคู่นี้

วันต่อมา ทั้งคู่รีบตื่นและไปสถานีขนถ่ายขยะตั้งแต่ตี 4 ด้วยความกังวล โชคดีที่พบเจ้าหน้าที่ใจดีช่วยค้นกองขยะ 30 ตัน ในงานฝังกลบ กระทั่งเจอแหวนทั้งสองวงอยู่ในกล่องเครื่องประดับที่ทิ้งไป

ด้านสภาเมืองสโตนนิงตันเรียกเหตุการณ์นี้เป็นเวทมนตร์คริสต์มาส แต่เสริมว่าให้ระมัดระวังเวลาทิ้งอะไรลงถังขยะด้วย เนื่องจากทางสถานีขนถ่ายขยะไม่ได้มีบริการค้นหาสิ่งของที่คนอาจเผลอทิ้งมากับขยะ

แต่ในกรณีนี้ ขยะอยู่ในรถบรรทุกพร้อมที่จะขนย้ายออกไปแล้ว แต่เจ้าของแหวนทั้งสองวงเห็นรถบรรทุกกำลังเทขยะออกมา จึงได้ของมีค่ากลับคืนอีกครั้ง

“เจ้าหน้าที่ของเราเดินค้นหาไปเรื่อย เรารู้สึกยินดีที่มีส่วนช่วยรักษาความทรงจำที่มีคุณค่าทั้งราคาและความรู้สึก” สภาเมืองสโตนนิงกล่าว


พบจุดลึกที่สุดบนแผ่นดินโลก ใต้ธารน้ำแข็งแอนตาร์กติกา

ผลการสำรวจทำแผนที่ภูมิประเทศของทวีปแอนตาร์กติกาครั้งใหม่ เผยให้เห็นหุบเหวใต้ธารน้ำแข็งเดนแมน (Denman Glacier) ซึ่งมีความลึกถึง 3.5 กิโลเมตรจากระดับน้ำทะเล ทำให้จุดดังกล่าวกลายเป็นจุดที่ต่ำที่สุดบนผืนแผ่นดินของโลก และมีเพียงบรรดาร่องลึกก้นสมุทรเท่านั้นที่จะอยู่ในพิกัดตำแหน่งที่ต่ำกว่านี้

หุบเหวใต้ธารน้ำแข็งดังกล่าว ตั้งอยู่ทางตะวันออกของทวีปแอนตาร์กติกาหรือ “ทวีปสีขาว” ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่ถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง ทำให้ก่อนหน้านี้ไม่อาจจะทราบได้แน่ชัดว่า มีหุบเหวดังกล่าวตั้งอยู่หรือไม่และมีความลึกมากน้อยเพียงใด

การค้นพบครั้งนี้นับว่าเป็นสถิติที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะแม้แต่พื้นที่เปิดโล่งที่ต่ำที่สุดในโลกอย่างฝั่งทะเลสาบเดดซี (Dead Sea)ก็ยังต่ำกว่าระดับน้ำทะเลเพียง 413 เมตร ส่วนหุบเหวยาร์ลุงซังโป (Yarlung Tsangpo Grand Canyon )ในทิเบต แม้จะมีความลึกสูงสุด 6 กิโลเมตร แต่ก็ตั้งอยู่ในพิกัดตำแหน่งที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมาก

มีการตีพิมพ์รายละเอียดของการสำรวจครั้งนี้ในวารสาร Nature Geoscience โดยโครงการ BedMachine Antarctica ของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตเออร์ไวน์ในสหรัฐฯ ผู้ดำเนินการสำรวจครั้งล่าสุดระบุว่า ได้ใช้เทคนิคการคำนวณตามกฎการอนุรักษ์มวลทางฟิสิกส์ เข้ามาช่วยในการคาดคะเนลักษณะภูมิประเทศใต้ผืนน้ำแข็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงที่มีความลึกและแคบเป็นพิเศษอย่างเช่นหุบเหวใต้ธารน้ำแข็งเดนแมน เนื่องจากสัญญาณเรดาร์ที่ใช้สำรวจเกิดการสะท้อนเสียก่อนจะเข้าไปถึงก้นบึ้งของหุบเหว

ดร.เอ็มมา สมิธ หนึ่งในทีมผู้สำรวจอธิบายวิธีการดังกล่าวว่า “ถ้าทดลองเทกากน้ำตาลเหนียวลงบนพื้นผิวเรียบ ลักษณะการไหลกระจายตัวออกจากศูนย์กลาง จะแตกต่างอย่างมากกับการเทมันลงบนพื้นผิวขรุขระ หรือพื้นผิวที่มีระดับความสูงต่ำไม่สม่ำเสมอ”

“เช่นเดียวกันกับธารน้ำแข็งที่ปกคลุมหุบเหวนี้ไว้ หากเราทราบว่ามีปริมาณน้ำแข็งเคลื่อนตัวเข้ามาในหุบเขาแคบ ๆ มากน้อยแค่ไหน และธารน้ำแข็งนั้นเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเท่าใด ก็จะทราบได้ถึงปริมาตรของน้ำแข็งที่ลงไปถมหุบเหวใต้ธารน้ำแข็งนั้น รวมทั้งขนาดความกว้างและความลึกของมันด้วย”

นอกจากการค้นพบจุดที่ต่ำที่สุดบนแผ่นดินแล้ว โครงการสำรวจภูมิประเทศใต้ผืนน้ำแข็งของทวีปแอนตาร์กติกาครั้งนี้ ยังช่วยให้ทราบถึงจุดที่ธารน้ำแข็งและหิ้งน้ำแข็งในมหาสมุทรเสี่ยงอันตรายต่อภาวะโลกร้อนอีกด้วย

“พื้นที่ซึ่งมีแนวหินยกสูงขึ้นเป็นสัน จะช่วยชะลอความเร็วของธารน้ำแข็งที่ไหลลงทะเล ทำให้ธารน้ำแข็งละลายและหดตัวสั้นลงช้ากว่า เมื่อเทียบกับจุดที่พื้นหินลาดลงโดยไม่มีสิ่งกีดขวาง” ทีมผู้ทำการสำรวจระบุ


ปินส์ระทึกหนีตายอีก ดินไหว 6.8 แม็กนิจูด บ้านเรือนพังยับ-โล่งไร้สึนามิ

ปินส์ระทึกหนีตายอีก – วันที่ 15 ธ.ค. สเตรตส์ไทมส์ รายงานว่า เมื่อเวลา 06.11 น. สำนักธรณีวิทยาสหรัฐอเมริการะบุพบ แผ่นดินไหว ขนาด 6.8 แม็กนิจูด มีจุดศูนย์กลาง 61 กิโลเมตร จากชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองดาเวา บนเกาะมินดาเนา ทางตอนใต้ของ ฟิลิปปินส์ และลึกลงไปใต้ดินราว 28 กิโลเมตร เบื้องต้นยังไม่มีรายงานพบผู้เสียชีวิต แต่มีผู้บาดเจ็บแล้วอย่างน้อย 24 คน

ขณะที่สถาบันภูเขาไฟวิทยาและแผ่นดินไหวของฟิลิปปินส์ระบุว่า แม้ไม่มีความเสี่ยงเกิดคลื่นยักษ์สึนามิ แต่คาดว่าบ้านเรือนจะได้รับความเสียเป็นบริเวณกว้าง ด้านสื่อท้องถิ่นรายงานว่าประชาชนจำนวนมากแตกตื่นวิ่งหนีออกจากอาคารและรวมตัวอยู่บนถนน กระทั่งสถานการณ์เริ่มสงบลงจึงกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ

ทั้งนี้ จุดศูนย์กลางเกิดแผ่นดินไหวครั้งล่าสุดเป็นพื้นที่ใกล้เคียงกับเหตุแผ่นดินไหวต่อเนื่อง 3 ครั้งเมื่อเดือนต.ค.ที่ผ่านมา กับระดับความรุนแรง 6.3 แม็กนิจูด 6.5 แม็กนิจูด และ 6.6 แม็กนิจูด มียอดผู้เสียชีวิตรวม 31 ราย บาดเจ็บเกือบ 800 คน และนับแสนคนต้องอพยพหนีตายไปอยู่ศูนย์พักพิงชั่วคราว.


ฮือฮา เผยโฉมสาวยุคหิน 5,700 ปีก่อนในเดนมาร์ก นักวิทย์พบ DNAในหมากฝรั่ง

ทีมนักวิทย์มหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน เผยโฉมใบหน้าเด็กสาวที่เคยอยู่ในเดนมาร์กเมื่อ 5,700 ปีก่อน ผิวเข้ม ตาสีฟ้า หลังประสบความสำเร็จครั้งแรกจากการสกัดเอา DNA ที่พบในหมากฝรั่งโบราณ(ภาพวาดโดยศิลปิน Tom Björklund)

เมื่อ 18 ธ.ค. สื่อต่างประเทศ บีบีซี และเว็บไซต์เดอะ ซัน รายงานข่าวที่สร้างความฮือฮาให้แก่ชาวโลก เมื่อทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน ในประเทศเดนมาร์ก เผยโฉมใบหน้าเด็กสาวคนหนึ่งที่เคยมีชีวิตอยู่ในยุคหิน เมื่อ 5,700 ปีก่อนในเดนมาร์ก และตั้งชื่อให้ว่า ‘โลลา’ จากการพบสารพันธุกรรม หรือ DNA (ดีเอ็นเอ) ของเธอในหมากฝรั่งโบราณ ที่ทำจากน้ำมันดินของต้นเบิร์ช ที่พบระหว่างการสำรวจแหล่งโบราณสถาน ที่ Syltholm ทางตอนใต้ของเดนมาร์ก

ทีมนักวิทยาศาสตร์ พบว่าเด็กสาวที่เคี้ยวหมากฝรั่งโบราณช้ินนี้ มีผิวคล้ำ ผมสีน้ำตาลเข้ม และมีนัยน์ตาสีฟ้า ซึ่งยังนับเป็นครั้งแรกที่นักวิทยาศาสตร์สามารถสกัดเอาดีเอ็นเอของมนุษย์โบราณ และถอดรหัสพันธุกรรมได้อย่างสมบูรณ์ จนทำให้ทราบโครงสร้างใบหน้า ผิวพรรณ และสีตา โดยไม่ต้องใช้สารพันธุกรรมที่มาจากกระดูก

สำหรับหมากฝรั่งโบราณที่ทำจากน้ำมันดินจากเปลือกต้นเบิร์ชนั้น คนโบราณสมัยตั้งแต่ 760,000 - 126,000 ปีก่อน มีการใช้กัน และนักวิทยาศาสตร์ได้พบหมากฝรั่งโบราณก้อนเล็กๆ หลายก้อนตามแหล่งโบราณสถาน ซึ่งส่วนมากมักมีรอยฟันอยู่บนหมากฝรั่งโบราณเหล่านี้


แมงมุมสายพันธุ์ใหม่พิษร้าย กัดครั้งเดียวทำคนเนื้อเน่า

อเลฆันโดรน บัลเดซ มอนดรากอน นักชีววิทยาและศาสตราจารย์ มหาวิทยาลัย National Autonomous University of Mexico ( UNAM ) ที่เมือง ตลักซ์กาลา ทางตอนกลางเม็กซิโก และลูกศิษย์ เคลาเดีย นาบาร์โร คาเรน โซลิส เมย์รา คอร์เตซ และอัลมา ฆัวเรซ ค้นพบ แมงมุมสันโดษสายพันธุ์ใหม่ อาศัยอยู่ตามเครื่องเฟอร์นิเจอร์ และผ้า ในครัวเรือน ทางตอนกลางเม็กซิโก ตั้งชื่อว่า Loxosceles Tenochtitlan

ตอนแรก นักวิจัย เข้าใจว่าเป็นแมงมุม Loxosceles misteca ที่ติดมากับไม้ประดับที่ขนส่งมาจากอีกพื้นที่หนึ่ง ก่อนทำการศึกษาชีววิทยาโมเลกุลเปรียบเทียบกัน จึงพบว่าแตกต่างกันสิ้นเชิง ผลวิเคราะห์ต่อมาพบว่า เป็นแมงมุมที่มีแหล่งดั้งเดิมอยู่ในหุบเขาเม็กซิโก

ศ.บัลเดซ-มอนดรากอน กล่าวว่า แมงมุมสันโดษชนิดนี้ ชอบซ่อนตัวอยู่ในโพรง ระหว่างวัตถุ เฟอร์นิเจอร์ หรือกำแพง ในบ้านของคนคือสถานที่ที่มีอุณหภูมิ ความชื้นพอเหมาะ และอาหารสำหรับพวกมัน จึงทำให้เรามีความเสี่ยงที่อาจเกิดเหตุไม่คาดฝันได้

แมงมุมสันโดษชนิดใหม่ จะทำร้ายหากรู้สึกถูกคุกคาม แม้ไม่ทำอันตรายถึงแก่ชีวิต แต่มีพิษรุนแรงทำลายเนื้อเยื่อ ทำให้ผู้ถูกกัดเป็นแผลเนื้อตายกว้างเกือบ 40 ซม. ต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะรักษาหาย และเป็นแผลเป็น ในกรณีที่เด็กโดนกัด อาจอันตรายกว่านั้นหากพิษเข้ากระแสเลือด ทำลายเซลล์เม็ดเลือดแดง แต่ก็เป็นกรณีที่พบน้อยมาก

ในฤดูฝน แมงมุมชนิดใหม่จะยิ่งอันตรายเป็นพิเศษ เพราะเป็นฤดูที่เพศผู้มองหาเพศเมียตอนกลางคืน พฤติกรรมแปรปรวนอาจทำให้พวกมันไปซ่อนตัวในเสื้อผ้า ผ้าปูที่นอนหรือรองเท้า ทางที่ดี ควรเก็บบ้านให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่รก ไม่ทิ้งอาหารดึงดูดแมลงซึ่งเป็นอาหารของแมงมุม

เม็กซิโก เป็นประเทศที่มีความหลากหลายของชนิดพันธุ์แมงมุมสันโดษมากที่สุด จาก 140 ชนิดพันธุ์ที่มีอยู่บนโลก เม็กซิโกเป็นบ้านของแมงมุมเหล่านี้ถึง 40 ชนิด


"นาซา" เปิดลายแทงขุมทรัพย์ "แผนที่ธารน้ำแข็ง" บนดาวอังคาร

องค์การนาซา เผยความคืบหน้าภารกิจพิชิต “ดาวอังคาร” เปิดลายแทงขุมทรัพย์ หรือ “แผนที่ธารน้ำแข็ง” สำหรับกำหนดจุดลงจอด หวังใช้เป็นโอเอซิส “น้ำดื่มและเชื้อเพลิง”

สื่อต่างประเทศรายงานว่า องค์การนาซา ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับดาวอังคารชุดใหม่ โดยเป็นแผนที่ซึ่งบ่งชี้ว่ามีธารน้ำแข็งอยู่ใต้พื้นผิวดาว โดยนาซาถึงกับเปรียบเทียบเป็น “ลายแทงสมบัติ” เนื่องจากการค้นพบครั้งนี้จะเป็นประโยชน์มากต่อการนำยานลงจอดเพื่อสำรวจในอนาคต

รายงานระบุว่า เมื่อนักบินอวกาศของนาซ่าไปที่ดาวอังคาร พวกเขาอาจจำเป็นต้องนำน้ำแข็งของดาวเคราะห์นี้มาใช้เป็นน้ำดื่มและเชื้อเพลิง ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่เหมาะสม หากกำหนดเป้าหมายจุดลงจอดใกล้กับธารน้ำแข็ง

นาซา เปิดเผยว่าค้นพบว่ามีน้ำแข็งบนดาวอังคารตั้งแต่ปี 2551 และทราบรายละเอียดมากขึ้นเรื่อยๆ จากยานสำรวจตลอดระยะเวลาหลายปี จนล่าสุดได้พบน้ำแข็งเป็นจำนวนมากใต้ผิวดาวและกำหนดเป็นแผนที่ขึ้นมา และการสำรวจมีความละเอียดมากถึงขนาดที่ตรวจจับได้แม้แต่น้ำแข็งขนาด 2.5 เซนติเมตร ที่อยู่ใต้พื้นผิวของดาวอังคาร ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับการเลือกจุดลงจอดในอนาคต

“เราไม่จำเป็นต้องมีรถแบ็กโฮเพื่อขุดหาธารน้ำแข็งที่ว่านี้ แค่ใช้พลั่วก็ได้แล้ว" Sylvain Piqueux นักวิทยาศาสตร์นาซา กล่าว

ทั้งนี้ นาซามีแผนว่าจะยังไม่ส่งมนุษย์ไปยังดาวอังคารก่อนปี ค.ศ. 2030 ซึ่งถือว่ามีเวลาเหลือเฟือที่สำหรับการเตรียมความพร้อมให้ได้จุดลงจอดที่เหมาะสมที่สุด เพื่อความมั่นใจว่าจะประสบความสำเร็จตั้งแต่เริ่มแรกสำหรับภารกิจการส่งมนุษย์ไปเหยียบดาวอังคาร