Inside Dara
เป้ย-หมอต้น เปิดใจความรัก เผยจุดไม่เข้าใจเกือบไม่ได้เป็นแฟนกัน ลูกๆว่ายังไง ลุ้นแต่งมั้ย

ขอบคุณที่ให้เกียรติไม่เคยทอดทิ้ง! เป้ย-หมอต้น เปิดใจความรัก เผยจุดไม่เข้าใจเกือบไม่ได้เป็นแฟนกัน วันนี้สุดคลั่งรัก ลูกๆว่ายังไงบ้าง ลุ้นแต่งงานมั้ย

รายการ 3 แซ่บ เผยคลิปรายการ “เปิดหมดไม่มีกั๊กที่แรก “รักครั้งใหม่” เป้ย-หมอต้น” เส้นทางความสัมพันธ์เริ่มจากการที่ เป้ย ปานวาด ไปปรึกษา หมอต้น เรื่องจะทำจมูกดีมั้ย สู่การสานสัมพันธ์ลักษณะเหมือนเป็นเพื่อนคุยกันเรื่องศัลยกรรม

เป้ย-หมอต้น เปิดใจความรัก เผยจุดไม่เข้าใจเกือบไม่ได้เป็นแฟนกัน

ก่อนจะเข้าสู่ช่วงเหมือนเป็นการศึกษากัน พูดคุยแล้วพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ แต่เกือบก้าวข้ามผ่านไปไม่ได้ มีช่วงที่ไม่เข้าใจกันทำให้คงสถานะไว้ที่เพื่อน และทำให้ เป้ย เศร้ามากแต่ หมอต้น ไม่รู้ กระทั่งมีจังหวะที่ได้ ดีพทอล์ก สู่ความเข้าใจกันและกัน และปลดล็อกให้กลับมาสานสัมพันธ์กันต่อ กระทั่งได้เห็นเปิดตัวเป็นรูปคู่กันในวันวาเลนไทน์

พร้อมทั้งเล่าความหวานคลั่งรักกันของทั้งคู่ ถาม หมอต้น ติดแฟน มั้ย หมอต้น ก็ยอมรับว่า ก็ติดครับ ติดใช่หมายถึงว่าเราก็อยากรับรู้ว่าเรามีเขาอยู่ตลอดโอเควันนี้จะทำอะไร เดี๋ยวจะไปไหนบ้าง เพราะว่าบางทีเราก็ยุ่งแล้วก็ทำงานทั้งวัน บางทีเราผ่าตัดทั้งวันนี้ ก็แค่อยากรับรู้ว่าเขาทำอะไร วันนี้อะไรเขาหายไปเลยเนี่ยก็รู้แล้วว่าเขาหลับ

ตอนหนึ่งในรายการ แอฟ ทักษอร พิธีกรถามอยากรู้ว่าเวลาอยู่ด้วยกันเป้ยอ้อนเบอร์ไหน หมอต้น ตอบว่า “เราอาจจะชินกับเขาที่เขาเป็นนางร้าย แต่ตั้งแต่รู้จักเขามา ก็ไม่เคยรู้สึกว่าเขาเป็นนางร้ายจริงๆเลย เขาก็มีความน่ารักของเขาอยู่ ” ถามว่าเขาขี้อ้อนมั้ย หมอต้น ตอบยิ้มๆว่า “ก็ระดับหนึ่งเลย (เป้ย : จริตเราเยอะอยู่แล้ว เราไม่ธรรมดา )” เป้ย กล่าวด้วยว่า เหมือนชอบตะแง้วตะแง้วกับแฟนอยู่แล้ว ชอบแบบสกินชิพ ชอบแบบที่รักอย่างงั้นอย่างงี้ ทำตัวปัญญาอ่อนไร้สาระไปวันๆใส่เขา

เป้ย ปรับตัวเองแต่งตัวเรียบร้อย ตอบลุ้นแต่งงานมั้ย

ชมพู่ อารยา พิธีกรถามเรื่องการแต่งตัวเรียบร้อยขึ้น เป็นคำพูดประมาณไหนถึงเปลี่ยนเป้ยได้ เป้ย อธิบายว่า “ต้นคุยกับเป้ยมาตั้งแต่แรกแล้วว่าเขาชอบแบบนี้แบบนี้ ตอนนั้นเราก็ยังไม่ได้ตัดสินใจที่จะคบแต่เราก็เรียนรู้ว่าแบบนี้ประมาณนี้ เราก็มองว่ามันเป็นความคิดของเขาแต่ที่สุดแล้วมันก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเรา”

“ก็อยากเคารพความรู้สึกของกันและกัน เราก็เลยเลือกที่จะเบาได้ก็เบา แต่ก็มีการต่อรองแล้วก็คุยด้วยเหตุด้วยผลว่าบางทีถ้าในรูปแบบการทำงาน มันอาจจะต้องมีบ้าง ซึ่งเขาก็ไม่ได้ติดตรงนั้น”

โดยทั้งคู่ยังมีแหวนคู่ใส่ด้วยกันด้วยน่ารักมากๆ เมื่อถามว่าแต่งเมื่อไหร่ เป้ย ก็ตอบว่า

“อุ้ย คือ ณ ตอนนี้เป็นความสัมพันธ์ที่ดีมากอยู่แล้ว มันโอเคอยู่แล้ว วันนี้ก็ค่อยๆ เป็นค่อยๆไปเนาะที่รัก เราเคยคุยเนาะ”

หมอต้น ไร้ปัญหากับลูกเป้ย เจอกันแล้วเข้ากันได้ดี

หมอต้น กล่าวว่า “ใช่ครับแต่ว่าเราไม่ได้ไปแตะอะไรมันเยอะ เราอาจจะยังให้ความสำคัญกับการที่เรายังเรียนรู้กันในทุกๆวันอยู่ จริงๆผมก็มองว่า การแต่งงานหรือว่าอะไรอย่างนี้มันเป็นเรื่องใหญ่ครับ”

“จริงๆพอเขาเคยมีครอบครัวมาก่อนแล้ว หรือว่ามีเด็กๆด้วย มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายแหละสำหรับเขา ก็เลยมองว่าไม่ได้เป็นเรื่องที่เราจะต้องแบบโอเคมี กำหนดการหรือว่ามี คือถ้าสมมติโอเควันไหนมันพร้อม หรือว่าอะไรอย่างนี้ ก็อาจจะมี”

ถามถึงพี่โปรด พี่ปาลินว่าไงบ้าง

หมอต้น : โปรดก็ก็ดูแฮปปี้นะครับ หมายถึงว่าเวลาเจอเขาก็ดูโอเค

เป้ย : ปาลินก็เป็นเด็กน้อย อาจจะยังไม่รู้รายละเอียดเท่ากับโปรดแต่ก็พอจะรู้บ้างว่ามันคืออะไร เป้ยมีอะไรเป้ยไม่เคยปิดลูก หรือว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเป้ย เป้ยจะเป็นคนเดินเข้าไปบอกเขาก่อนเพราะเขาโต เป้ยไม่อยากให้เขารู้มาจากข่าวทีหลังหรือว่าเพื่อนๆมาบอก โดยที่เขาไม่รู้อะไร

“เรื่องต้นเนี่ยโปรดเขาก็จะรับรู้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าแม่คุยกับคนๆนี้ แล้วเราก็มีความรู้สึกว่าเราก็บอกลูกๆว่าเราไม่มีใครแทนที่ใครนะ เราไม่ได้แบบรีบร้อนหรืออะไร ทุกๆอย่างมันจะค่อยเป็นค่อยไป”

ถามว่าเคยเจอกันหรือยัง หมอต้น ตอบว่า “เคยเจอแล้วครับไปทานข้าวด้วยกันไปนู่นไปนี่ด้วยกัน ไปต่อแถวซื้อไอติม”

เป้ย บอกด้วยว่า “ก็โอเคเพราะก็แต่งตัวสไตล์คล้ายๆกันด้วย ใส่รองเท้ามาแบบชนกันแล้วเอาให้เป้ยดูแล้วบางทีเป้ยไม่เก็ต รองเท้าอะไรใส่กันอยู่ เราไม่รู้เรื่อง (หมอต้น : มันเป็นเรื่องของเจนซี) เป้ยก็ไม่รู้หรอกว่าอนาคตเป็นยังไง แต่วันนี้คือเรารู้สึกดี มากๆที่เขาก้าวเข้ามาในชีวิตของเรา”

“ด้วยอะไรหลายๆอย่างที่มันเกิดขึ้นในชีวิตเรา มันก็เลยสร้างกำแพงให้กับเรา แต่กำแพงเหล่านั้นมันหายไป เพราะว่ามันเกิดจากพฤติกรรมที่เขา แล้วก็สิ่งที่เขาทำให้เรา มันก็เลยทำให้เรารู้สึกว่ากำแพงนั้นมันค่อยๆลดลงไปแล้ว”

“สิ่งๆหนึ่งที่เหมือนบอกไปตอนต้น เป้ยชอบที่เขาเหมือนไม่นิ่งนอนใจที่จะไม่มีคำว่าเรา เขาจะคิดทุกอย่างที่มันมีคำว่าเราเสมอและตลอดเวลา ไม่ว่าจะทะเลาะกันแทบตาย หรือจะมีอะไรที่จะต้องงอนกันหรือไม่เข้าใจกัน เขาก็จะเลือกที่จะทำให้มีคำว่าเรา ขอบคุณนะ”

หมอต้น ขอบคุณ เป้ย ทำให้เห็นในสิ่งที่แฮปปี้ที่จะอยู่ด้วยกัน

ถามคุณหมอเห็นภาพในอนาคตกับเป้ยยังไง หมอต้น กล่าวว่า “เราก็น่าจะเป็นกำลังใจให้กันและกันในทุกๆวัน ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรเยอะครับ แค่ว่าโอเคเรามีเขาอยู่ข้างๆคอยซัพพอร์ต เราก็ซัพพอร์ตเขาก็แค่นั้นครับ”

เป้ย กล่าวว่า “สิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้มากๆคือไม่ว่าจะเป็นยามที่เราสุขทุกข์หรืออะไรก็ตามแต่ ก็จะมีเขาที่คอยยืนข้างๆเราตลอดเวลา คือเขาทำให้เรารู้สึกว่าเรามีเพื่อนคู่คิด คือชีวิตคนเรามันไม่ได้ต้องการอะไรมากมาย มันแค่นี้กลับมาแบบเหนื่อยๆ กินข้าวยังเหนื่อยเปล่า มันก็มีความสุขแล้ว”

หมอต้น กล่าวว่า “ก็ขอบคุณที่เรารู้แหละว่าการที่เขาเป็นแบบนี้ได้ เขาก็อาศัยความตั้งใจเยอะมากๆแล้วก็ความพยายามเยอะมากๆในการที่บางอย่างเวลาเรามาอยู่ด้วยกันบางทีเราต้องเปลี่ยนทัศนคติ เปลี่ยนอะไรหลายๆ อย่างในตัวเราเปลี่ยนจุดที่เราเคยเป็นมาก่อน ซึ่งเขาพยายามมากๆที่จะทำตรงนี้ ให้กับเรา มันเหมือนกับว่าสิ่งที่เราเห็นจากตัวเขา ผมใช้คำว่าเหมือนภูเขาน้ำแข็ง สิ่งที่เรามองเห็นที่เขาทำกับเรา แต่ว่าเบื้องหลังแล้วลึกๆเขาต้องจัดการอะไรหลายๆอย่างเพื่อที่จะโชว์ให้ เราเห็นในสิ่งที่เราแฮปปี้ที่จะอยู่กับเขา ก็ขอบคุณมากๆที่ทำให้”

เป้ย ขอบคุณ หมอต้น ที่เข้าใจให้เกียรติ ไม่เคยทอดทิ้ง

เป้ย ก็ขอบคุณ หมอต้น ด้วยว่า “ก็เช่นกันก็ขอบคุณที่เข้าใจขอบคุณที่ให้เกียรติและขอบคุณที่ยอมรับในความเป็นเราแบบนี้ แล้วมีคำว่าคุณแม่ด้วย ก็ขอบคุณมากๆที่ไม่ได้ไปปรับเปลี่ยนอะไรเราและเข้าใจในสิ่งที่เราเป็นอยู่ ขอบคุณที่ดูแลซึ่งกันและกันมาตลอดเลย ไม่ว่าจะทำอะไรหรืออะไรก็ตาม พยายามเรียนรู้และเข้าใจเป้ยมากๆ”

“รู้เลยว่าบางทีเป้ยงอแงมากๆแต่ขอบคุณที่ไม่เคยละทิ้งคำถามปัญญาอ่อนของเป้ย ชีวิตเขาก็เครียดมากพอแล้ว แต่ว่าเขาก็ยังเก็บเอาคำถามไร้สาระของเรามาทำให้มันมีสาระ เขาไม่เคยปล่อยให้เราเหมือนคุยคนเดียว บางทีเรารู้สึกไม่โอเคเขาก็ไม่เคยทอดทิ้งเรา ก็ขอบคุณมากๆค่ะที่เข้ามาในชีวิต นะคะ ”

แอฟ : จบแล้วสปีชงานแต่ง

ชมพู่ : ตอนนี้มีแต่คนแห่ไปวัดโลกโมฬีกันตามเธอ เธอไปมูใช่มั้ย

เป้ย : ไปมูฉ่ำเลย

ชมพู่ : 3 วัน 7 วันคือได้เลยใช่มั้ย?

เป้ย บอกเลยงานนี้ไปมูแล้วทุกอย่างคลี่คลายราบรื่นขึ้น โดยเฉพาะเรื่องความรัก ...